สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 5

ใต้แสงไฟสีนวล

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
เสียงล็อกกลอนประตูกระจกหน้าร้านดัง *‘คลิก’* หนักแน่น ทว่ากลับเบาราวกับเสียงถอนหายใจในความเงียบงัน รินรดาพลิกป้ายไม้ขนาดกะตราจากคำว่า ‘Open’ ให้ด้าน ‘Closed’ สีเข้มหันออกสู่ถนนยามค่ำคืนที่มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางสาดส่องเข้ามาภายในร้าน ‘Aroma & Heart’ แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากหลอดไฟเอดิสันดวงโคมเหนือเคาน์เตอร์บาร์ถูกหรี่ลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ขับเน้นบรรยากาศให้ร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดแห่งนี้อบอุ่นราวกับหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ถูกตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองหลวง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง… ตัดขาดจากเงาของกวินทร์ที่เพิ่งเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นเมื่อครู่ บนโต๊ะไม้สักตัวมุมสุดติดกระจกใส มีถ้วยกาแฟลาเต้อาร์ตที่พร่องไปครึ่งหนึ่งวางอยู่คู่กับจานเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มที่ยังไม่ได้แตะต้อง ธาวินไม่ได้ขยับตัวไปไหน เขายังคงยืนพิงสะโพกกับเคาน์เตอร์ชงกาแฟ มือหนาทั้งสองข้างกุมผ้ากันเปื้อนสีเอิร์ธโทนที่ขึ้นรอยเปื้อนแป้งจางๆ แววตาคมเข้มที่มักจะฉาบไว้ด้วยความสุภาพและรอยยิ้มอบอุ่นเสมอในยามกลางวัน บัดนี้กลับราบเรียบ เต็มไปด้วยความครุ่นคิดและร่องรอยของความอ่อนล้าที่ซ่อนไม่มิด "คุณธาวิน… ไม่กลับไปพักผ่อนหน่อยเหรอคะ ดึกมากแล้วนะ" รินรดาลดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงฝั่งตรงข้าม น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา เจือความกังวลที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ เธอรู้ดีว่าเรื่องที่กวินทร์เข้ามาข่มขู่เรื่องสัญญาเช่าที่ดินเมื่อช่วงหัวค่ำ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ และมันไม่ใช่ภาระที่เชฟหนุ่มเพิ่งย้ายกลับมาใหม่อย่างเขาจะต้องมารับรู้หรือแบกรับร่วมกับเธอ ธาวินไม่ตอบในทันที เขายืดตัวตรง เดินช้าๆ ไปหยิบเหยือกแก้วใส่น้ำร้อนมาเติมใส่แก้วเซรามิกควันฉุย ก่อนจะเลื่อนมันมาวางตรงหน้าหญิงสาว "ผมดื่มกาแฟมาทั้งวันแล้ว รินล่ะ… อยากได้ชาคาโมมายล์อุ่นๆ สักแก้วไหมครับ จะได้ช่วยคลายเส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะนั่นลงได้บ้าง" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สดใสเหมือนทุกที แต่มันจริงใจและลึกซึ้งเสียจนหัวใจของรินรดากระตุกวูบ "ฉันไม่เป็นไรค่ะ… แค่คิดว่าเรื่องของฉันมันกำลังดึงคุณเข้ามาเดือดร้อนไปด้วย" รินรดาก้มมองผิวน้ำร้อนในแก้ว สะท้อนภาพใบหน้าที่ฉายแววเหนื่อยล้าของตนเอง "คุณกวินทร์เขาเป็นคนเอาจริง… ที่ดินตรงนี้ถ้าเขาอยากได้ เขาไม่มีทางปล่อยมือแน่ๆ ฉันไม่อยากให้ร้านนี้… และไม่อยากให้คุณต้องมาพลอยลำบากไปด้วย" ธาวินถอนหายใจยาวนาน เขาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ทำให้โต๊ะตัวเล็กดูแคบลงไปถนัดตา ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการค้นหาบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดในนั้น "รินคิดว่าผมเป็นใครเหรอครับ?" คำถามราบเรียบแต่ทรงพลังดังขึ้น รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ชะงักไปชั่วขณะ "ผมเป็นแค่เชฟขนมปังที่บังเอิญทำครัวไฟไหม้จนต้องหนีกลับบ้านเกิด? หรือเป็นแค่ผู้ชายซุ่มซ่ามที่ทำเมล็ดกาแฟหกใส่เสื้อคุณในวันแรกที่เจอ?" ธาวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คุณรู้จักตัวตนจริงๆ ของผมแค่ไหนกันเชียว รินรดา" บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศดูราวกับจะจางหายไปแทนที่ด้วยความกดดันที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ "ฉัน… ฉันรู้แค่ว่าคุณเป็นคนใจดี แล้วก็…" รินรดาชะงัก ลังเลที่จะพูดต่อ "ใจดีงั้นเหรอ?" ธาวินทวนคำ ดวงตาคู่นั้นไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "รู้ไหม… คนที่ใจดีที่สุดในโลก มักจะเป็นคนที่ถูกหักหลังเจ็บปวดที่สุดเสมอ" มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปปลดกระดุมข้อมือเสื้อเชิ้ตสีขาวแล้วพับแขนขึ้นอย่างช้าๆ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ยาวนูนขึ้นบริเวณท่อนแขนด้านใน รอยแผลที่เกิดจากความร้อนของเตาอบขนาดใหญ่ในอดีต… แผลที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุธรรมดา แต่เกิดจากความประมาทที่มาจากความไว้ใจคนผิด รินรดากลั้นหายใจ เผลอยื่นมือออกไปโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวสั่นเท้าระริกขณะแตะลงบนผิวเนื้อบริเวณใกล้รอยแผลเป็นนั้นแผ่วเบา ความเย็นจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความอุ่นของผิวเขา ทำให้ธาวินสะท้อนเฮือกหนึ่ง ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้าง "นี่คือของที่ระลึกจากหุ้นส่วนคนสนิท… คนที่ผมรักและไว้ใจที่สุด ขโมยสูตรเบเกอรี่ทั้งหมดของผม จดสิทธิบัตรเป็นชื่อเขาเอง แล้วถีบผมออกจากบริษัทที่ผมสร้างมากับมือตั้งแต่อายุยี่สิบห้า" ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกจนน่ากลัว "ผมสูญเสียทุกอย่าง… เงินทอง ชื่อเสียง และผู้หญิงที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วย… เธอเลือกเขาเพราะเขามีความมั่นคงมากกว่า" หัวใจของรินรดาราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความเจ็บปวดที่แผ่ออกมาจากน้ำเสียงและแววตาของชายตรงหน้า ทำให้ปมในอดีตของเธอเองที่ถูกฝังกลบไว้แรมปีเริ่มสั่นคลอน "แล้ว… ทำไมคุณถึงเลือกกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่นี่ ที่ร้านเล็กๆ นี้ล่ะคะ?" เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา สั่นเครือเล็กน้อย ธาวินเงยหน้าขึ้น สบตาเธอนิ่ง ขอบตาของชายหนุ่มแดงก่ำขึ้นเล็กน้อย แต่รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากกลับอบอุ่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "เพราะผมตามหากลิ่นกาแฟที่ผมเคยได้กลิ่นในวันที่มืดมนที่สุดในชีวิต… กลิ่นที่ทำให้ผมรู้ว่า โลกนี้ยังมีความนุ่มนวลเหลือให้อยู่ต่อ" ธาวินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเข่าเกือบชิดกัน กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นวนิลลาอ่อนๆ จากตัวเขาโชยเข้าจมูก "และผมก็พบว่า… เจ้าของกลิ่นนั้น กำลังยืนชงกาแฟด้วยแววตาที่โดดเดี่ยวไม่ต่างจากผมเลย" รินรดานิ่งงัง สมองขาวโพลน คำพูดของเขาเหมือนกุญแจที่ไขประตูห้องลับในใจที่เธอพยายามล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา ความรู้สึกบางอย่างที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาจนจุกที่ลำคอ "ธาวิน… ฉัน…" *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะกระจกร้านประตูดังขึ้นอย่างกะทันหันในความเงียบสงัด ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว รินรดาหันขวับไปมองยังบานกระจกใสหน้าร้าน เงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาภายใต้แสงไฟสลัวของถนนยืนอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มเยาะที่มุมปากส่งผ่านมาทะลุกระจกเข้ามาในความมืด กวินทร์ไม่ได้เดินกลับไปอย่างที่เธอคิด… และในมือถือโทรศัพท์มือถือชูขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่กำลังแสดงภาพถ่ายภายในร้านในมุมที่เห็นเธอกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสแขนของธาวินอย่างชัดเจน ก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งสติ ธาวินก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความระอาปนคุกคาม เขากำลังจะก้าวไปที่ประตู แต่โทรศัพท์มือถือบนเคาน์เตอร์ของรินรดากลับสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกันพอดี หน้าจอแสดงข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลก แต่ส่งตรงถึงเธอ *[อย่าลืมเปิดอ่านเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าฉบับใหม่… รินรดา พรุ่งนี้เช้า ไม่งั้นร้านนี้จะไม่มีแม้แต่เศษอิฐเหลือให้เธอยืน]* ติดตามตอนต่อไป: "เงื่อนไขซ่อนเร้น" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางมาอบอุ่นหัวใจด้วยกันในทุกแก้วกาแฟค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%