เศษกระดาษแผ่นบางบนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำคร่าในห้องนอนชั้นสองของร้านกาแฟ ส่งเสียงกรอบแกรบยามเมื่อปลายนิ้วเรียวสั่นเทาของรินรดากำมันแน่นจนยับยู่ยี่ ตัวอักษรหมึกพิมพ์สีดำสนิทจากประโยค *[อย่าลืมเปิดอ่านเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าฉบับใหม่… รินรดา พรุ่งนี้เช้า ไม่งั้นร้านนี้จะไม่มีแม้แต่เศษอิฐเหลือให้เธอยืน]* ยังคงสะท้อนเรืองรองอยู่ในม่านตา แม้ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนจากป้ายถนนสะท้อนผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วสีส้มแดง
กวินทร์ไม่ได้แค่ขู่ เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยาที่โหดเหี้ยมที่สุดกับคนที่ไม่มีแม้แต่ทางสู้
รินรดากลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ รสชาติฝาดเฝื่อนของความกลัวแล่นพล่านไปทั่วปลายลิ้น ราวกับเผลอดื่มเอสเพรสโซช็อตไหม้เกรียมที่สกัดผิดพลาด ความกดดันจากภาระหนี้สิน ความฝันของพ่อแม่ที่ฝากไว้บนห้องแถวไม้โบราณหลังนี้ และเงาของอดีตที่คอยตามหลอกหลอน เคลื่อนตัวเข้ามารัดตรึงลำคอเธอจนแทบหายใจไม่ออก
เธอทรุดตัวลงนอนราบกับฟูกเก่าๆ เปลือกตาปิดสนิทเพื่อหนีความจริง แต่สมองกลับยิ่งตื่นตัว ลมหายใจหอบถี่ค่อยๆ ผ่อนช้าลงตามจังหวะความเหนื่อยล้า ก่อนที่สติจะหลุดลอยเข้าสู่ห้วงนิทราอันดำมืดและบิดเบี้ยว
ความฝันนั้น... มาเยือนอีกแล้ว
กลิ่นอายของฝนแรกและกลิ่นกระดาษหนังสือเก่าลอยอบอวลขึ้นมาในความทรงจำ ภาพของห้องสมุดมหาวิทยาลัยในช่วงเย็นย่ำที่แสงอาทิตย์สีอำพันสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ รินรดาในวัยยี่สิบต้นๆ กำลังหัวเราะอย่างสดใสให้กับมุกตลกของใครบางคน—ผู้ชายที่มีรอยยิ้มอบอุ่นดั่งแสงแดดแรกของวัน และดวงตาที่เคยทำให้เธอกล้าที่จะฝันถึงอนาคต
"ริน... ไม่ว่าโลกใบนี้จะใจร้ายกับเธอแค่ไหน ฉันจะเป็นคนสร้างกำแพงโอบกอดเธอไว้เอง"
เสียงทุ้มนุ่มนวลนั้นยังคงชัดเจน ราวกับเพิ่งกระซิบอยู่ข้างใบหู ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ภาพความอบอุ่นเหล่านั้นก็บิดเบี้ยว แสงสีอำพันแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นของสายฝนกระหน่ำ ชายหนุ่มคนเดิมหันหลังให้เธออย่างไร้เยื่อใย เอกสารกองโตบนโต๊ะเซ็นสัญญาถูกผลักมาตรงหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยдяเย็นชาที่กรีดลึกลงในหัวใจ
*“เธอคิดจริงๆ เหรอริน ว่าคนอย่างเธอจะคู่ควรกับอนาคตที่ดีกว่านี้? เลิกเพ้อฝันได้แล้ว กลับไปอยู่ในที่ที่เธอควรอยู่ซะ”*
"ไม่... อย่าไป!"
รินรดาละเมอเสียงดัง ลืมתירกตาโพลงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องนอน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าและแผ่นหลังบาง เธอลุกขึ้นนั่งพรวด ใช้มือสองข้างกุมขมับที่ปวดตุบๆ ราวกับมีค้อนมาทุบซ้ำๆ หัวใจเต้นรำรัวเร็วกว่าจังหวะเครื่องบดกาแฟยามเช้า ความเจ็บแปลบจากอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้มือไม้สั่นเทาจนควบคุมไม่ได้
เธอหอบหายใจโยนตัวลงจากเตียง เดินเซไปคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะด้วยความกระหาย น้ำเย็นเฉียบไหลผ่านลำคอช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มภายในได้เพียงน้อยนิด แต่ภาพในความฝันและคำขู่ของกวินทร์ยังคงวนเวียนกรีดแทะจิตใจ เธอไม่เหลือพื้นที่ให้ถอยหลังอีกแล้ว พรุ่งนี้เช้า... คือเส้นตาย
เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่สม่ำเสมอดังแว่วมาจากชั้นล่างของร้าน ทำให้รินรดานิ่งงัดสติกลับมาทันที
*ใครบางคนกำลังเดินอยู่ข้างล่าง?*
ดึกป่านนี้แล้ว ไม่มีทางที่เป็นลูกค้าอย่างแน่นอน หรือจะเป็นโจรที่หวังฉวยโอกาสจากร้านที่กำลังจะถูกยึด หรือว่า... จะเป็นกวินทร์ที่ส่งคนมาข่มขู่เธอก่อนรุ่งสาง?
รินรดากลั้นหายใจ แอบย่องไปที่ประตูไม้เก่า ค่อยๆ บิดลูกบิดอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด เธอชะโงกหน้ามองลงไปตามช่องว่างของราวบันไดเหล็กดัด ร่างสูงโปร่งในเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มกำลังยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ แสงไฟสีส้มสลัวจากตู้แช่เค้กส่องกระทบแผ่นหลังกว้างนั้นให้เห็นเงารางๆ
ไม่ใช่โจร... และไม่ใช่คนของกวินทร์
กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนผสมผสานกับกลิ่นเนยสดจางๆ ลอยขึ้นมาแตะจมูก กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้มีเพียงคนเดียวในรัศมีร้อยเมตร
ธาวิน... เชฟหนุ่มผู้มักจะมีความลับซ่อนไว้ในแววตาเสมอ เขากำลังทำอะไรในครัวของเธอตอนตีสาม?
รินรดากัดริมฝีปากล่างอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าลงบันไดทีละขั้นอย่างเงียบเชียบที่สุด ปลายนิ้วเท้าแตะลงบนพื้นไม้เก่าที่ส่งเสียงลั่นเบาๆ แต่ก็มากพอที่จะทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างล่างชะงัก
ธาวินหยุดมือจากการตักแป้งโดว์บนเคาน์เตอร์ เขาไม่ได้หันกลับมาทันที แต่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบสงบยามวิกาล
"ตื่นเช้าจังนะ... หรือตื่นเพราะนอนไม่หลับเหมือนกัน?"
รินรดาชะงักค้างอยู่บนขั้นบันไดขั้นที่ห้า หัวใจกระตุกวูบ เธอไม่ได้สวมรองเท้า ผมเผ้ากระเซอะกระเซะจากพิษไข้ฝันร้าย และแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงสะท้อนอยู่ในความมืด ธาวินหันกลับมามองเธอ แสงไฟจากตู้เค้กขับให้ใบหน้าด้านข้างของเขายิ่งดูคมสันและลึกลับ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเธอจะต้องลงมา
และก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ธาวินก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่วางอยู่ข้างเครื่องชงกาแฟขึ้นมา ชูมันขึ้นให้แสงไฟส่องผ่าน พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้บรรยากาศในร้านหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิม
"ฉันบังเอิญเจออันนี้เข้า... เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าฉบับใหม่ที่เธอกำลังกังวลใจใช่ไหม?" ธาวินเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยประกายความลับที่ซ่อนเร้น "โชคร้ายหน่อยนะริน... เพราะคนที่ถือสิทธิ์ขาดตัวจริงในตึกนี้ ไม่ใช่กวินทร์อย่างที่เธอเข้าใจ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในกลิ่นอายละมุนและปมร้อนกรุ่นนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 6
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!