สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 7

ลูกค้าที่น่าสงสัย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กระดาษแผ่นบางในมือธาวินสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงขยับ ปลายกระดาษยับยู่ยี่ตรงมุม แสดงถึงผ่านการสัมผัสด้วยความร้อนรนมาหลายครั้ง กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนโปรยปะทะปลายจมูก แต่บรรยากาศรอบตัวรินรดากลับเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในตู้แช่เบเกอรี่ "ไม่ใช่กวินทร์... หมายความว่ายังไงคะธาวิน" เสียงของเธอแหบพร่า ดวงตากลมโตจ้องมองเอกสารราชการครึ่งแผ่นที่ซ่อนตัวเลขสำคัญเอาไว้ ความจริงที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกงัดขึ้นมาสู้แสงสว่าง ทว่าความหวาดกลัวในอกซ้ายกลับเต้นเร็วจนน่ารำคาญ ธาวินไม่ได้ตอบในทันที เขาวางถ้วยกาแฟดริปที่อุณหภูมิกำลังพอดีลงบนเคาน์เตอร์ไม้สัก ไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมาเป็นสายบางเบาก่อนจะเลือนหายไปในอากาศ ชายหนุ่มปรายตามองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มอบอุ่นที่มักประดับอยู่บนใบหน้าคมคายยามปั้นครัวซองต์ถูกแทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ทรงพลัง "หมายความว่า คนที่พวกเราคิดว่าเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด... แท้จริงแล้วเป็นแค่หมากตัวหนึ่ง" ธาวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเนิบนาบ "และฉันบังเอิญรู้มาว่า คนที่ก้มหัวให้กวินทร์มาตลอด กำลังจะหมดความอดทน" ก่อนที่รินรดจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น *กริ๊ง...* มันไม่ใช่เสียงต้อนรับที่รื่นหูในยามบ่าย แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยที่สัญชาตญาณของรินรดาร้องเตือนทันที ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาเข้มก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนเข้ามากลบกลิ่นหอมกรุ่นของขนมอบในร้าน กวินทร์... ปรากฏตัวแล้ว รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเย่อหยิ่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจเช่นเคย แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดราวกับกำลังประเมินราคาซากปรักหักพัง "บรรยากาศยังน่านั่งเหมือนเดิมนะ... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักทาย ทว่าไม่มีความอบอุ่นเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย กวินทร์เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ทอดสายตามองทั้งรินรดาและธาวินสลับกันด้วยความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเยาะกลับเด่นชัดขึ้นบนใบหน้า "อ้าว เชฟธาวิน... ไม่คิดว่าจะเจอคุณอยู่ในครัวหลังบ้านของคนอื่นด้วยนะเนี่ย นึกว่าคุณจะยังหมุนตัวอยู่แถวปารีสเสียอีก" ธาวินไม่สะทกสะท้าน เขายังคงยืนนิ่งในท่าเดิม ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามายืนบังหน้ารินรดาเล็กน้อยโดยไม่ให้ดูเป็นการจงใจ แต่ก็มากพอที่จะสร้างอาณาเขตป้องกันอันแน่นหนา "โลกมันแคบครับคุณกวินทร์ ที่ไหนมีกลิ่นกาแฟหอมๆ และคนที่ผมอยากปกป้อง ผมก็มักจะอยู่ที่นั่นเสมอ" ธาวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าเฉียบคมจนกวินทร์หุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคมของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หันกลับมาโฟกัสที่รินรดาอีกครั้ง เขาวางเอกสารบางอย่างลงบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนในความเงียบที่ถูกจงใจสร้างขึ้น "ฉันคิดว่าเราน่าจะคุยกันเรื่องสัญญาเช่าตึกนี้ได้เสียทีนะริน" กวินทร์เริ่มเข้าประเด็น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยการบีบบังคับอย่างแนบเนียน "โปรเจกต์คอมมิวนิตี้มอลล์โซนนี้ได้รับอนุมัติงบเฟสแรกเรียบร้อยแล้ว ที่ดินตรงนี้เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ขาดหายไป ถ้ารินยอมเซ็นยกเลิกสัญญาและรับเงินชดเชยตามที่ฉันเสนอ... มันจะจบลงด้วยดี เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเปิดร้านชงกาแฟให้หลังขดหลังแข็งอีกต่อไป" รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำเกี่ยวกับความพยายามหยาดเหงื่อทุกหยดที่เธอทุ่มเทให้กับร้าน "Aroma Melody" ตลอดสามปีที่ผ่านมาไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ที่นี่ไม่ใช่แค่ตึกเก่าๆ แต่ที่นี่คือบ้าน คือความฝัน และเป็นที่เดียวที่เธอรู้สึกปลอดภัยจากอดีตอันเจ็บปวด "ฉันไม่ขายค่ะกวินทร์ และฉันก็ไม่มีทางเซ็นยกเลิกสัญญาด้วย สัญญานี้ยังมีผลผูกพันอีกสามปีเต็ม" รินรดาเชิดหน้าขึ้น สบตากับอดีตคนเคยรู้จักที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนด้วยความเด็ดเดี่ยว แม้เสียงของเธอจะสั่นเล็กน้อยก็ตาม กวินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ความดื้อรั้นนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะริน... แต่ความดื้อรั้นมันกินไม่ได้หรอกนะรู้ไหม? อีกอย่าง เธอก็รู้นี่ว่าตึกนี้ไม่ได้เป็นของเจ้าของเดิมที่ใจดีกับเธออีกต่อไปแล้ว คนที่ถือโฉนดตัวจริงเขาพร้อมจะเซ็นอนุมัติขายให้ฉันทันที ถ้าฉันยื่นข้อเสนอที่สูงพอ" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของรินรดาวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันขวับไปมองธาวินโดยอัตโนมัติ ภาพเอกสารในมือธาวินเมื่อครู่กลับมาฉายชัดในหัวอีกครั้ง *คนที่ถือสิทธิ์ขาดตัวจริง ไม่ใช่กวินทร์...* ธาวินก้าวออกมายืนเคียงข้างรินรดาอย่างเต็มตัว ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางเบา ส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นคงมาให้เธออย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นที่เขากลือคำพูดค้างไว้ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาคลี่มันออกให้กวินทร์ได้เห็นตัวหนังสือชัดๆ "น่าเสียดายนะกวินทร์..." ธาวินแย้มยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนักธุรกิจหนุ่มที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนก "เพราะคนที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติขายที่ดินผืนนี้... เขาเพิ่งมอบอำนาจเด็ดขาดให้คนอื่นดูแลแทนแล้ว" กวินทร์ชะงัก รอยยิ้มมั่นใจหายวับไปจากใบหน้า เขาสะดุ้งเมื่อกวาดตามองตัวหนังสือบนกระดาษแผ่นนั้น "เป็นไปไม่ได้... โฉนดชื่อของ..." "ใช่... ชื่อของประธานกลุ่มบริษัทวรโชติไพศาล" ธาวินเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงกังวานชัดเจน ก่อนจะหันมามองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยสายตาที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความหมาย "และบังเอิญเหลือเกิน... ว่าคุณพ่อของฉัน ท่านเพิ่งแต่งตั้งให้ฉันเป็นผู้จัดการมรดกและมีสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว ในการตัดสินใจทุกตารางเมตรของที่ดินย่านนี้" รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก สมองของเธอขาวโพลน ธาวิน... เชฟหนุ่มผู้เงียบขรึม อบอุ่น และทำครัวซองต์อร่อยที่สุดในโลก แท้จริงแล้วคือทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของตึกทั้งตึกนี้เอาไว้ในกำมือ! กวินทร์หน้าถอดสี ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความได้เปรียบทั้งหมดที่เขาถืออยู่พังทลายลงในพริบตาเดียว "แก... แกเป็นใครกันแน่ ธาวิน..." กวินทร์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวและไม่อยากจะเชื่อ ธาวินยกยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสามคน ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "ยินดีต้อนรับสู่ร้านของฉันนะกวินทร์... และขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า กาแฟร้านนี้ 'ไม่ขาย' ให้คนอย่างนายเด็ดขาด" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับความละมุนและปมร้อนระอุในตอนนี้ด้วยกันนะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%