ก้านอัดกาแฟกระแทกเข้ากับขอบถังเคาะกากเสียงดัง *ทึบ* สะท้อนก้องในความเงียบอันตึงเครียด กากกาแฟทรงกระบอกร่วงหล่นแตกกระจาย คล้ายกับความไว้ใจที่กำลังปริร้าวอยู่ตรงหน้า
“คำว่า ‘เกลียดมากกว่าโดนยึดร้านร้อยเท่า’ ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะทิ้งระเบิดไว้แล้วเดินหนีไปเฉยๆ แบบนี้ได้นะ ธาวิน”
รินรดากดเสียงต่ำ นิ้วเรียวที่จับด้ามไม้พวยกาแฟสั่นระริกจนต้องกำแน่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหว ไอความร้อนจากหม้อต้มเอสเปรสโซยังคงพวยพุ่งขึ้นมาคลุมใบหน้า แต่ไม่อาจลบเลือนความเย็นเยียบในแววตาของชายหนุ่มตรงหน้าได้เลย
ธาวินไม่ได้หันกลับมาสบตา เขายืนหันหลัง ล้างตะกร้อตีไข่สแตนเลสอยู่หน้าอ่างล้างจาน สายน้ำที่ไหลกระทบโลหะส่งเสียงซ่าแผ่วเบา ร่างสูงสง่าในชุดยูนิฟอร์มเชฟสีขาวขลิบเทายังคงตั้งตรง ทว่าช่วงไหล่กว้างนั้นกลับห่อลงเล็กน้อย คล้ายคนที่กำลังแบกรับน้ำหนักของบางสิ่งที่มองไม่เห็น
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งระเบิดใส่คุณ ริน...” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยช้าๆ มีความลังเลและเจ็บปวดเจืออยู่อย่างไม่อาจซ่อนมิด “ผมแค่เตือน... เพราะถ้าถึงเวลาที่ความจริงมันระเบิดออกมาด้วยตัวมันเอง คุณจะได้ไม่พังทลาย”
“แล้วทำไมไม่บอกตอนนี้เลยล่ะ!” หญิงสาวก้าวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์กั้นระหว่างโซนบาริสต้ากับครัวเบเกอรี่ กลิ่นเนยสดฝรั่งเศสและกลิ่นวานิลลาที่มักจะให้ความอบอุ่นหัวใจ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก “ใครทรยศร้านนี้? กวินทร์มีหลักฐานอะไรเกี่ยวกับคุณ? แล้วทำไมคุณต้องทำเหมือนตัวเองเป็นผู้ร้าย ทั้งๆ ที่แววตาของคุณ...”
เธอชะงักคำพูดไว้แค่นั้น ริมฝีปากเม้มแน่น
ธาวินปิดก๊อกน้ำ เสียงสายน้ำหยุดลงฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องทำความเย็นที่ครางฮึ่มๆ ในความเงียบ เขาหยิบผ้าแห้งมาซับมืออย่างประณีต ทุกท่วงท่าเชื่องช้า ละเมียดละไม ทว่ากลับดูเหมือนคนที่กำลังพยายามควบคุมสติสัมปชัญญะอย่างถึงที่สุด ก่อนที่เขาจะหันกลับมา
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย—รอยยิ้มสุภาพ อบอุ่น และชวนให้คนมองรู้สึกปลอดภัย รอยยิ้มแบบเดียวกับที่เขาใช้ต้อนรับลูกค้าทุกคนที่ก้าวเข้ามาในร้าน ‘Warm & Whisk’
“ใกล้เวลาเปิดร้านช่วงบ่ายแล้วครับ” ธาวินเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย แววตากลับมาราบเรียบไร้ระลอกคลื่นราวกับคำสารภาพสะเทือนอารมณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น “มูสเค้กส้มยูซุในตู้เซ็ตตัวดีแล้ว ส่วนครัวซองต์เนยสดชุดใหม่จะออกจากเตาอบอีกสิบห้านาที รินช่วยเตรียมเมล็ดกาแฟคั่วกลางสำหรับเสิร์ฟคู่กันทีนะครับ”
รินรดาจ้องมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในอก รอยยิ้มของเขาในตอนนี้... มันดูปลอมเปล่าจนน่าใจหาย มันเหมือนเปลือกน้ำตาลไอซิ่งที่เคลือบอยู่บนหน้าขนม สวยงาม หอมหวาน แต่เปราะบางและพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
เธออยากจะเค้นคอถาม อยากจะบีบให้เขาคายความจริงทั้งหมดออกมา แต่เมื่อเห็นประกายความเหนื่อยล้าที่ก้นบึ้งดวงตาคู่นั้น เธอกลับทำได้เพียงพยักหน้าช้าๆ แล้วหมุนตัวกลับไปยังเคาน์เตอร์กาแฟของตัวเอง
...
บ่ายวันนั้น ร้านกาแฟคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่แวะเวียนมาหาความหวานและคาเฟอีนเพื่อเยียวยาความเหนื่อยล้า ธาวินยังคงเป็นเชฟเบเกอรี่ที่สมบูรณ์แบบ เขาก้าวออกจากครัวมายืนอธิบายส่วนผสมของเค้กให้ลูกค้าฟังด้วยท่าทีนุ่มนวล รอยยิ้มพิมพ์ใจของเขาทำให้โต๊ะสาวๆ หลายคนถึงกับหน้าแดงและแอบส่งสายตาให้ไม่ขาดสาย
แต่รินรดาไม่ได้มองแค่รอยยิ้มนั้นอีกต่อไปแล้ว
สายตาของเธอจับจ้องทุกจังหวะชีวิตของเขาผ่านกระจกใสที่กั้นระหว่างบาร์กาแฟกับห้องอบขนม
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านช่วงบ่ายแก่ ลูกค้าทยอยออกจากร้านจนเหลือเพียงความเงียบสงบ เสียงเพลงแจ๊สนุ่มๆ ที่เปิดคลอเบาๆ ไม่อาจกลบเสียงถอนหายใจลึกที่ดังลอดออกมาจากห้องเบเกอรี่ได้
รินรดาที่กำลังเช็ดก้านสตรีมนมชะงักมือ เธอหันไปมองผ่านกระจกกรุลายฝ้า
ธาวินกำลังอยู่คนเดียว
เขานั่งอยู่บนเก้าอี้สตูลทรงสูงหน้าโต๊ะสแตนเลสตัวยาว ไม่มีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไม่มีความสุขุมนุ่มลึกของเชฟหนุ่มผู้เปี่ยมเสน่ห์หลงเหลืออยู่อีกต่อไป แสงแดดรำไรที่ทอประกายผ่านมู่ลี่ไม้ส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา เผยให้เห็นร่องรอยของความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ
สองมือของเขากุมเข้าหากันแน่น ข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมคายที่มักจะทอประกายอบอุ่นบัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับเถ้าถ่านที่ไร้เปลวไฟ เขาทอดสายตามองแผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองเก่าๆ แผ่นหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ มันดูเหมือนสูตรขนมที่ถูกเขียนด้วยลายมือ ทว่าสายตาที่เขามองมันไม่ได้เต็มไปด้วยความรักในงานศิลปะ หากแต่มันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ความเจ็บปวด และความรู้สึกผิดอันล้นพ้น
แววตาคู่นั้น... มันเหมือนกับแววตาของคนที่กำลังติดอยู่ในซากปรักหักพังของอดีต และไม่เชื่อว่าตัวเองสมควรได้รับความสุขอีกต่อไป
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่คอหอย ความทรงจำในอดีตของเธอเอง—วันที่เธอถูกคนรักเก่าหักหลังและทิ้งความล้มเหลวไว้ให้เผชิญเพียงลำพัง—แววตาของเธอในกระจกวันนั้น ก็เคยแตกสลายและโดดเดี่ยวไม่ต่างจากที่ธาวินเป็นอยู่ตอนนี้เลย
*คุณกำลังแบกอะไรไว้คนเดียวขนาดนั้นกันแน่ ธาวิน...*
เธอสูดหายใจเข้าลึก ตัดสินใจละมือจากงานทำความสะอาด หันไปหยิบดริปเปอร์เซรามิกสีขาวและเมล็ดกาแฟพิเศษคั่วอ่อนสายพันธุ์เอธิโอเปียที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าและพีช เธอจัดการบดเมล็ดอย่างพิถีพิถัน ค่อยๆ เทน้ำร้อนเป็นวงกลมสม่ำเสมอ กลิ่นหอมสะอาดบริสุทธิ์ของกาแฟลอยฟุ้งขึ้นมาในอากาศ ปลอบประโลมความตึงเครียดในหัวใจ
รินรดารินน้ำกาแฟสีอำพันใสลงในแก้วเซรามิกสองใบ ก่อนจะผลักประตูกระจกของห้องเบเกอรี่เข้าไปช้าๆ
เสียงลูกบิดประตูดัง *แกร๊ก* ธาวินสะดุ้งตัวเล็กน้อย มือของเขารีบพับกระดาษโน้ตแผ่นนั้นเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อเชิ้ตด้านในอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงรอยยิ้มอบอุ่นขึ้นมาเคลือบใบหน้าไว้ทันทีตามสัญชาตญาณ
“ยังไม่หมดเวลาพักเหรอครับริน หรือว่ามีออเดอร์—”
“กาแฟค่ะ” เธอขัดขึ้นเบาๆ พร้อมกับวางแก้วกาแฟใบหนึ่งลงตรงหน้าเขา ควันกรุ่นลอยอ้อยอิ่ง “เอธิโอเปีย ดริปแบบร้อน ไม่ใส่น้ำตาล ไม่เติมนม... ดื่มตอนที่กำลังอุ่น จะช่วยให้สมองโล่งขึ้น”
ธาวินมองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าของเธอ รอยยิ้มการค้าของเขาค่อยๆ คลายออก เหลือเพียงความประหลาดใจระคนเกรงใจ “ขอบคุณครับ แต่รินไม่จำเป็นต้อง...”
“ดื่มเถอะค่ะ” รินรดานั่งลงบนสตูลฝั่งตรงข้าม ดึงแก้วของตัวเองเข้ามาใกล้ “แล้วก็... ไม่ต้องยิ้มแบบนั้นก็ได้เวลาอยู่กับฉัน”
คำพูดตรงไปตรงมาทำให้มือที่กำลังจะเอื้อมไปจับหูแก้วของธาวินชะงักค้าง
“รอยยิ้มของคุณสวยดีนะคะ” เธอพูดต่อ น้ำเสียงนุ่มนวลลงอย่างที่ไม่เคยใช้กับเขามาก่อน “แต่มันเหนื่อยใช่ไหมคะ ที่ต้องยิ้มทั้งๆ ที่ข้างในกำลังร้องไห้”
ความเงียบทิ้งตัวลงมาครอบงำห้องครัวอีกครั้ง ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำกาแฟและเสียงลมหายใจของกันและกัน ธาวินก้มหน้าลงมองผิวน้ำกาแฟสีน้ำตาลใสที่สะท้อนเงาของตัวเขาเอง ริมฝีปากของเขาเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง ไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายลู่ลงอย่างยอมจำนนต่อความจริง
“มันดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ความเปรี้ยวอมหวานสดชื่นและกลิ่นหอมละมุนของดอกไม้ป่าแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก แต่มันกลับทำให้รสขมปร่าในหัวใจของเขายิ่งเด่นชัด
“สำหรับคนอื่นอาจจะมองไม่เห็น” รินรดาสบตาเขาอย่างจริงจัง “แต่สำหรับคนที่เคยพยายามซ่อนความเจ็บปวดไว้ข้างหลังบาร์กาแฟมาตลอดสามปีอย่างฉัน... ฉันเห็นค่ะ ธาวิน”
แววตาของธาวินสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาสบตากับดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าอกเข้าใจคู่นั้น กำแพงหนาหนักที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มสั่นคลอน เศษเสี้ยวของความอ่อนแอที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นพังทลายลงมาต่อหน้าเธอ
“ผมไม่ได้อยากมีความลับกับคุณเลย ริน” มือใหญ่ของเขาที่เลอะคราบแป้งสาลีบางๆ วางทาบลงบนโต๊ะ ขยับเข้าไปใกล้แก้วของเธออย่างลืมตัว “แต่สิ่งที่ผมรู้... สิ่งที่กวินทร์ถือไว้ มันเชื่อมโยงกับคนที่คุณรักและไว้ใจที่สุด และถ้าผมพูดออกไปโดยไม่มีหลักฐานที่แน่นหนาพอ คนที่จะพังทลายไม่ใช่แค่ผม... แต่จะเป็นคุณ และร้านนี้”
รินรดาใจหายวาบ คำว่า *‘คนที่คุณรักและไว้ใจที่สุด’* กรีดลึกลงไปในความทรงจำ ความหวาดระแวงในอดีตเริ่มตีตื้นขึ้นมา “หมายความว่ายังไง... ใครกันแน่ที่ทรยศ?”
ธาวินกำลังจะอ้าปากตอบ ดวงตาของเขาฉายแววการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว เขายื่นมือออกไปหวังจะกุมมือที่สั่นเทาของเธอไว้เพื่อปลอบประโลม ปลายนิ้วของเขาสัมผัสโดนความอบอุ่นของหลังมือเธอแผ่วเบา—
*กรุ๊งกริ๊ง!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังก้องขึ้นอย่างรุนแรงและหยาบคาย ทั้งที่ป้ายหน้าประตูยังคงแขวนคำว่า ‘CLOSED’ เอาไว้
บทสนทนาถูกตัดขาดลงทันควัน รินรดาชักมือกลับด้วยความตกใจ ทั้งสองหันไปมองทางหน้าร้านพร้อมกัน
ผ่านประตูกระจกบานใหญ่... รถยนต์ซีดานหรูสีดำขลับที่คุ้นตาของกวินทร์จอดเทียบอยู่ริมทางเท้า แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาหยุดชะงักไปในวินาทีนั้น ไม่ใช่การปรากฏตัวของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง
หากแต่เป็นประตูฝั่งผู้โดยสารที่เปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถอย่างสง่างาม—ผู้หญิงที่สวมแหวนทองคำขาววงคุ้นตา ผู้หญิงที่รินรดาจำได้แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอม และเป็นคนเดียวกับที่บอกเธอเมื่อสามปีก่อนว่าจะยกโฉนดที่ดินร้านนี้ให้เป็นมรดกตกทอดของเธอแต่เพียงผู้เดียว
“ป้าพิมพ์...” รินรดาพึมพำเสียงสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ธาวินหลับตาลงช้าๆ ด้วยความเจ็บปวดอันลึกซึ้ง พลางกระซิบถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาพังทลายลงมาในพริบตา
“คนที่ขายที่ดินผืนนี้ให้กวินทร์... ไม่ใช่ใครอื่นหรอกครับริน... แต่เป็นป้าแท้ๆ ของคุณเอง”
***
*ขอบคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ 'Warm & Whisk' นะคะ — เมฆหมอกสีชมพู*
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 4
รอยยิ้มที่ซ่อนความลับ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!