“ถ้าคุณจะยืนนิ่งเป็นรูปปั้นประดับร้านขนาดนั้น ก็กรุณาถอยไปให้พ้นทางเครื่องชงกาแฟด้วยค่ะ”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ หากทว่ามันกรีดลึกลงไปในความเงียบงันที่ปกคลุมเคาน์เตอร์บาร์ เธอแทรกตัวผ่านช่องว่างแคบๆ ไปยืนขนาบข้างธาวิน กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่อบอวลอยู่รอบตัวเขา—กลิ่นที่ผสมปนเปกับความเย็นยะเยือกของเหงื่อที่ผุดพรายบนขมับชายหนุ่ม—ทำให้เธอชะงักไปชั่วครู่
ธาวินไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแต่ผ่อนลมหายใจยาวราวกับกำลังรวบรวมเศษเสี้ยวของสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาเข้าที่ มือที่สั่นเทาเมื่อครู่บัดนี้กำด้ามจับพอร์ตทาฟิลเตอร์ไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ขอโทษครับ... ผมแค่...” เขาเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำของเขาสั่นพร่า “ผมแค่ต้องการสมาธิ”
“เรามีคิวลูกค้าค้างอยู่เจ็ดแก้ว และเครื่องอบขนมของคุณก็กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าชีสเค้กไหม้ ถ้าคุณยังไม่หยุด ‘ใช้สมาธิ’ กับการเหม่อลอย ความลับอะไรก็ตามที่ทำให้คุณมือสั่น จะกลายเป็นเรื่องตลกเมื่อร้านนี้ถูกยึดไปจริงๆ” รินรดาตอกกลับ เธอไม่รอคำตอบ มือเรียวบางคว้าเหยือกสตรีมนมลงมือทำหน้าที่แทนอย่างคล่องแคล่ว
วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรจะเป็นเพียงวันธรรมดา กลับกลายเป็นสงครามขนาดย่อมเมื่อจำนวนลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามามากกว่าปกติถึงสามเท่า เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังถี่รัวราวกับเสียงเตือนภัยท่ามกลางความวุ่นวายของกลิ่นแป้งอบและไอน้ำร้อนฉ่า
ธาวินหันกลับมาประจันหน้ากับเธอ แววตาของเขาที่เคยสงบนิ่งราวกับผิวน้ำในยามเช้า บัดนี้มีรอยร้าวที่ยากจะปกปิด “คุณอยากรู้นักใช่ไหมว่าทำไม?”
“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องส่วนตัวของคุณ” เธอตอบโดยไม่สบตา ลวดลายลาเต้อาร์ตรูปหัวใจที่เธอจงใจทำเบี้ยวเล็กน้อยสะท้อนความหงุดหงิดในใจ “ฉันแค่ต้องการให้คุณเป็นเชฟที่เก่งพอจะรักษาร้านนี้ไว้ได้ ก็เท่านั้น”
“มันไม่ใช่แค่เรื่องร้าน...” ธาวินก้าวเข้ามาประชิด พื้นที่ระหว่างพวกเขาแคบลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่แตกต่าง รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องลดลงกะทันหัน “กวินทร์ไม่ได้แค่อยากได้ที่ดิน เขากำลังจะทำลายทุกอย่างที่พ่อผมสร้างมา... รวมถึงสูตรเบเกอรี่ที่คุณกำลังประคบประหงมอยู่นั่นด้วย”
รินรดาชะงัก มือที่ถือเหยือกนมสั่นเพียงเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาดุดันที่เขามักจะใช้ปกป้องศักดิ์ศรีของร้านบัดนี้มีความหม่นหมองที่ชวนให้ใจสั่นผิดจังหวะ ราวกับกลองที่รัวผิดจังหวะในอกข้างซ้ายของเธอ
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ความวุ่นวายภายนอกดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงฉากหลังที่พร่าเลือน ท่ามกลางเสียงเครื่องบดกาแฟที่ดังสนั่น รินรดากลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เธอมองเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบของชายตรงหน้า
“เราต้องเสิร์ฟลูกค้าก่อน” รินรดาบังคับตัวเองให้พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ในใจจะปั่นป่วน “ส่วนเรื่องของคุณ... ถ้ามันถึงเวลาที่ต้องพูด ฉันจะรับฟังเอง แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
ธาวินมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมปล่อยมือจากเครื่องชงกาแฟ เขาถอยกลับไปที่เตาอบอย่างจำนน ความเงียบระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนสถานะจากความตึงเครียดกลายเป็นความหน่วงหนักที่อธิบายไม่ได้ พวกเขาทำงานร่วมกันอย่างเงียบเชียบ ต่างคนต่างรับหน้าที่ของตนด้วยความชำนาญ เหมือนฟันเฟืองสองชิ้นที่แม้จะต่างรูปร่าง แต่เมื่อสบประสานกันกลับสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ลงตัวอย่างประหลาด
จนกระทั่งประตูร้านถูกผลักเปิดออก เสียงกริ่งดังขึ้นด้วยจังหวะที่หนักแน่นและคุกคามกว่าทุกครั้ง
กวินทร์ก้าวเข้ามาในร้านด้วยชุดสูทเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยกจากบรรยากาศอบอุ่นภายในร้าน เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ก่อนจะมาหยุดลงที่เคาน์เตอร์บาร์ สายตาของเขามองผ่านรินรดาไปจดจ้องที่ธาวินด้วยความเย้ยหยัน
“ร้านคึกคักดีนี่ครับ ธาวิน” กวินทร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนขนลุก “หวังว่าคุณคงไม่ลืมนะว่าสัญญาเช่าที่กำลังจะหมดลงในอีกสามวัน... และดูเหมือนว่า ‘สูตรลับ’ ของคุณ จะยังไม่มีอะไรที่ทำให้ผมเปลี่ยนใจได้เลย”
ธาวินกำมีดปาดครีมในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ออกไปจากร้านของฉัน” ธาวินแค่นเสียงลอดไรฟัน
กวินทร์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงกระดาษกระทบพื้นโต๊ะดังชัดเจนราวกับเสียงประหารชีวิต “ผมไม่ได้มาเพื่อไล่คุณ แต่มาเพื่อยื่นข้อเสนอสุดท้าย... ถ้าคุณยังอยากรักษา ‘ความลับ’ เรื่องที่ว่าใครเป็นคนขโมยสูตรจริงๆ ของร้านนี้ไปให้คู่แข่งล่ะก็ เซ็นเอกสารนี่ซะ แล้วผมจะถือว่าเรื่องทั้งหมดไม่เคยเกิดขึ้น”
หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอหันไปมองธาวินที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น
ธาวินมองซองเอกสารนั่นด้วยสายตาที่แตกสลาย รินรดาเห็นมือของเขาสั่นแรงขึ้นจนมีดในมือร่วงลงกับพื้นเกิดเสียงดังกังวานไปทั่วร้าน ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของตัวเอง ธาวินก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองรินรดา... เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอโทษและความหวาดกลัวที่เธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน
“ริน... ผมไม่ได้ขโมย” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “แต่เรื่องที่กวินทร์ถืออยู่ มันคือหลักฐานที่เขาสร้างขึ้นเพื่อโยนความผิดให้ผม และถ้าคุณรู้ความจริงทั้งหมดว่าใครเป็นคนทรยศร้านนี้จริงๆ... คุณจะเกลียดผมมากกว่าการโดนยึดร้านร้อยเท่า”
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธาวินในก้าวย่างแห่งความลับนี้ครับ - เมฆหมอกสีชมพู
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 3
จังหวะที่หัวใจเต้นผิดปกติ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!