เสียงหัวเราะเยาะหยันของกวินทร์ยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู ราวกับเศษแก้วที่ถูกบดขยี้อยู่บนพื้นห้อง บรรยากาศภายในร้าน "ละมุนละไม" ยามนี้เย็นเยียบจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดพันธุ์กาแฟคั่วบดที่เคยโอบกอดผู้คน กลับถูกกลบด้วยกลิ่นอายแห่งความพินาศที่อีกฝ่ายจงใจโรยราไว้ราวกับพิษร้าย
รินรดายืนตัวแข็งทื่อ ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับก้านชงเอสเพรสโซอย่างมั่น
มั่นคง บัดนี้กลับสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อใบสัญญาแผ่นสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าถูกสะบัดขึ้นกลางอากาศ รอยหมึกสีน้ำเงินเข้มตรงลายเซ็นด้านล่างช่างบาดลึกเสียดแทงหัวใจ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ความฝัน หยาดเหงื่อ และแรงกายทั้งหมดที่ทุ่มเทให้กับร้านกาแฟแห่งนี้ ตลอดจนความทรงจำอันมีค่าของครอบครัว กำลังจะถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของผู้ชายที่ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่ารู้จักดี
ธาวินก้าวขาออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงโปร่งในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมแผ่รังสีความสุขุมเยือกเย็นออกมาอย่างชัดเจน เขาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกอย่างที่กวินทร์คาดหวัง ตรงกันข้าม แววตาสีเข้มคู่นั้นกลับเรียบนิ่ง ราวกับผิวทะเลสาบยามไร้ลมไหว
"คุณคิดว่ากระดาษแผ่นเดียว จะซื้อความตั้งใจทั้งหมดของพวกเราได้จริงๆ หรือคะ..." เสียงของรินรดาดังขึ้น ทว่าหนักแน่นและกังวานกว่าที่คิด แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ตาม เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเข้ามาเคียงข้างธาวิน เอื้อมมือไปแตะแขนของชายหนุ่มเบาๆ เพื่อส่งผ่านความห่วงใยและพลังใจที่เหลืออยู่
กวินทร์หรี่ตามองภาพนั้นด้วยความหมั่นไส้ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา "ปากเก่งเสียจริงนะรินรดา หวังว่าตอนที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน หล่อนจะยังอวดเก่งแบบนี้ได้อยู่ล่ะ..." เขากวาดสายตามองไปรอบร้านที่มีร่องรอยการตกแต่งด้วยความรัก "สัญญาเงินกู้ฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจนว่า หากครบกำหนดชำระแล้วไม่มีเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาคืน สิทธิ์ในการครอบครองอาคารและพื้นที่ทั้งหมดจะตกเป็นของเจ้าหนี้โดยสมบูรณ์... และฉันนี่แหละ คือเจ้าหนี้คนใหม่ของเธอ!"
ธาวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนเคาน์เตอร์ไม้สักเป็นจังหวะช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนในที "เงินกู้ยืม... กับการฉ้อฉลเพื่อฮุบที่ดิน มันมีความหมายต่างกันมากนะคุณกวินทร์ คุณแน่ใจเหรอครับว่าเอกสารในมือคุณน่ะ... ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ"
รอยยิ้มบนใบหน้าของกวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววับด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย้ยหยันตามเดิม "แกหมายความว่ายังไงไอ้เชฟตกอับ! อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย เอกสารฉบับนี้มีตราประทับถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทนายของฉันตรวจสอบมาหมดแล้ว!"
"ทนายของคุณอาจจะเก่ง..." ธาวินก้าวเข้าไปใกล้กวินทร์อีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้แรงกดดันพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "แต่คงลืมตรวจสอบว่า... ผู้ให้กู้เดิมของคุณ เขาได้โอนสิทธิ์ขาดทั้งหมดมาให้ใครก่อนที่เขาจะเสียชีวิต"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธาวินด้วยความตกตะลึง ท่าทีที่สุขุมและมั่นใจของชายหนุ่ม ทำให้เธอตระหนักได้ทันทีว่า เขารู้เรื่องนี้มาตลอด... หรือบางที เขากำลังรอเวลานี้อยู่
กวินทร์หน้าถอดสีไปชั่วขณะ แต่ก็รีบกลบเกลื่อนด้วยการหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า "ฮ่าๆๆ! อย่ามาเล่นลิ้นหน่อยเลยธาวิน แกคิดจะแต่งเรื่องตบตาเพื่อยื้อเวลาสินะ เสียใจด้วย... วันนี้ฉันมาเพื่อเคลียร์ทุกอย่าง ร้านกาแฟกระจอกๆ นี่ต้องถูกทุบทำลายเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูตามแผนของฉัน!"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของกวินทร์ ประลงกระจกหน้าร้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยง เสียงกระดิ่งลมทองเหลืองสั่นระรัวกังวาน บรรยากาศภายในร้านที่ตึงเครียดอยู่แล้ว กลับยิ่งเย็นเยียบลงไปอีก เมื่อร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้มเนี๊ยบกริบ พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคนก้าวเข้ามาด้านใน
แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่กวินทร์ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของชายผู้มาใหม่
"แผนการใหญ่โตดีนี่... กวินทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของฉัน"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจนั้นดังขึ้น ทำเอาสีหน้าของกวินทร์ซีดเผือดลงทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดในฤดูหนาว ร่างหนาสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหันไปมองผู้มาใหม่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างปิดไม่มิด
"คุณพ่อ..." กวินทร์ครางชื่อนั้นออกมาแทบไม่เป็นเสียง
รินรดายืนนิ่งงัน สลับมองหน้ากวินทร์และชายสูงวัยผู้มาใหม่ด้วยความสับสนมึนงง ความซับซ้อนของเรื่องราวเริ่มถักทอเป็นตาข่ายหนາแน่นขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ธาวินยังคงยืนกอดอก รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดี แต่มันคือรอยยิ้มของเกมที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
ชายสูงวัยก้าวเข้ามาหยุดยืนใกล้โต๊ะบาร์ ปลายเท้าหยุดนิ่งห่างจากกองเอกสารในมือกวินทร์เพียงไม่กี่คืบ สายตาคมกวาดมองสัญญาเงินกู้แผ่นนั้นด้วยความรังเกียจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาธาวินด้วยความเคารพอย่างสูง ชวนให้รินรดายิ่งงงงวยหนักขึ้นไปอีก
"ขอบใจมากนะธาวิน ที่ช่วยจัดการเรื่องน่ารำคาญแทนฉัน..." ชายสูงวัยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ส่วนแก... กวินทร์ กลับบ้านไปกับฉัน เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว..."
กวินทร์ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว เขากำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะหันมาจ้องหน้ารินรดากับธาวินด้วยสายตอาฆาตมาดร้ายชนิดที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
"พวกแก... วางแผนกันไว้ล่ะสิ!" กวินทร์ตวาดลั่นร้านอย่างหมดฟอร์ม
ธาวินไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแต่เอื้อมมือไปกุมมือของรินรดากระชับแน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านเข้ามาในหัวใจของเธอ ช่วยบรรเทาความหนาวยะเยือกเมื่อครู่ให้จางหายไป
ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา ชายสูงวัยก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท กดเปิดหน้าจอภาพวิดีโอวงจรปิด แล้วพลิกหน้าจอนั้นหันมาทางรินรดากับธาวิน
ภาพบนหน้าจอคือห้องทำงานส่วนตัวของธาวินที่บ้านพัก ทว่า... ตู้เก็บสูตรเบเกอรี่ลับและเมล็ดกาแฟสายพันธุ์หายาก กำลังถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจาย โดยมีเงาร่างของบุคคลปริสนาคนหนึ่งกำลังยืนหัวเราะอย่างสะใจ ท่ามกลางความมืดมิด
และเมื่อเงาร่างนั้นหันหน้ามาเผชิญกับกล้อง รินรดาก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความช็อกสุดขีด เพราะใบหน้าของคนที่ขโมยความลับไป... ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เธอยอมไว้ใจที่สุดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งความรักและความลับนี้นะคะ
"เมฆหมอกสีชมพู"
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 44
บทที่ 44
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!