"ชื่อของเขา... คุณแน่ใจนะว่าไม่ได้พูดผิด?"
รินรดาทวนคำถาม เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเศษแก้วที่แตกละเอียดอยู่ในลำคอ ความหนาวเหน็บแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นสู่หัวใจ จนมือที่เกาะขอบโต๊ะไม้โอ๊กแน่นเริ่มสั่นเทา กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เคยทำให้เธออุ่นใจ บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นของความลวงหลอกที่อบอวลไปทั่วร้าน
ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มตรงหน้าเธอยกยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ปราศจากความเมตตา เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะไม้ที่เคยเป็นเวทีแห่งความฝันของรินรดา
"โลกนี้มันกลมกว่าที่คุณคิดนะ รินรดา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ฟังดูบาดลึก "ความหวังที่คุณอุส่าห์ฟูมฟักมาตลอดหลายเดือน มันก็เป็นแค่ 'บทละคร' ที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนที่คุณไว้ใจที่สุด... ไม่สิ ต้องเรียกว่า คนที่คุณเคย 'รัก' มากที่สุด ถึงจะถูก"
รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในร้านหายไปหมดสิ้น ชื่อที่หลุดออกมาจากปากของชายคนนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในหู 'ธาวิน' เขาคนนั้นน่ะหรือ? ผู้ชายที่สอนให้เธอรู้จักรสชาติของความละมุนผ่านขนมอบ ผู้ชายที่บอกว่าเขาจะปกป้องร้านนี้ไปพร้อมกับเธอ...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกริ๊งขึ้นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ร่างสูงโปร่งในผ้ากันเปื้อนสีครีมก้าวเข้ามาพร้อมถาดเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ที่เพิ่งอบเสร็จใหม่ๆ กลิ่นโกโก้เข้มข้นลอยมาแตะจมูก แต่มันกลับทำให้เธอนึกถึงความขมขื่นที่แล่นพล่านไปทั่วลิ้น
"รินครับ ทำไมหน้าซีดอย่างนั้น?" ธาวินหยุดกึกเมื่อเห็นบรรยากาศที่ผิดปกติ สายตาที่เคยอบอุ่นของเขาฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แต่มันกลับทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบหน้า
"อย่าเข้ามานะ" รินรดาเอ่ยเสียงสั่น พลางถอยหลังหนีจนชนเข้ากับเครื่องชงกาแฟราคาแพงที่เขาเป็นคนเลือกให้เธอ มือของเธอกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "ธาวิน... คุณบอกฉันสิว่ามันไม่จริง เรื่องที่ดิน เรื่องโปรเจกต์ของกวินทร์... ทั้งหมดนี่มันเป็นแผนการของคุณใช่ไหม?"
ธาวินชะงักไปครู่หนึ่ง เงาในดวงตาเขาสั่นไหวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ถูกสาป "ริน... ผมว่าเราค่อยๆ คุยกันก่อนดีไหม? ข้างนอกนั่นมันมีอะไรหลายอย่างที่คุณยังไม่เข้าใจ"
"ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว!" เธอตะคอกใส่เขาด้วยความอัดอั้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมา "ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงดูเหมือนจะรู้ทันกวินทร์ไปเสียทุกเรื่อง เข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงโน้มน้าวให้ฉันรั้นที่จะสู้ ทั้งที่รู้ว่าเราไม่มีทางชนะ... แท้จริงแล้วคุณก็แค่อยากให้ฉันถลำลึกไปจนถึงวันที่ร้านนี้ถูกยึด เพื่อที่คุณจะได้ไปรับเงินก้อนโตจากกวินทร์ใช่ไหม!"
"ไม่ใช่แบบนั้น!" ธาวินวางถาดเค้กลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาก้าวเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรวดร้าว "ผมทำทุกอย่างไปเพื่อคุณ... คุณไม่มีวันเข้าใจความเจ็บปวดของการเป็นคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรอกรินรดา คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังของกวินทร์มันเน่าเฟะแค่ไหน!"
"ถ้าคุณหวังดีกับฉันจริง คุณต้องไม่มีความลับกับฉัน!" รินรดาสวนกลับ พลางมองสบตาเขาด้วยสายตาที่แตกสลาย "แต่สิ่งที่เห็นคือคุณกับมัน... คุณสองคนกำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่ในมุมมืด ทั้งหมดนี้คือการแสดงที่ยอดเยี่ยมมากธาวิน ผมขอปรบมือให้เลย"
เธอกวาดสายตาไปรอบร้านที่เธอรัก ทุกมุมของร้านเต็มไปด้วยความทรงจำที่เธอเคยคิดว่ามันงดงาม บัดนี้มันกลับกลายเป็นคุกที่ขังเธอไว้กับความหลอกลวง
ธาวินนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังตัดสินใจเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต ก่อนจะหันไปทางชายในชุดสูทที่ยืนรอชมละครฉากใหญ่อยู่อย่างใจเย็น
"ถ้าคุณอยากรู้ความจริงขนาดนั้น..." ธาวินหันกลับมามองรินรดา สายตาของเขามีความหมายที่ยากจะอ่านออก "ผมคงต้องเปิดเผยสิ่งที่กวินทร์พยายามปิดบังเอาไว้ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน... เรื่องที่พ่อของคุณไม่ได้จากไปเพราะอุบัติเหตุอย่างที่คุณถูกหลอกมาตลอด!"
รินรดาตัวแข็งทื่อ คำพูดของเขาเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ "คุณว่าอะไรนะ?"
"ความจริงที่ว่าคนที่เป็นต้นเหตุทำให้พ่อของคุณต้องตายในวันนั้น..." ธาวินเว้นจังหวะ เสียงของเขาสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น "ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือคนในตระกูลของคุณเอง ที่กวินทร์กำลังพยายามปกป้องอยู่จนถึงตอนนี้ต่างหาก!"
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเข้าหน้าร้าน ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับกวินทร์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเยือกเย็น เขามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาผู้ชนะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเปิดข้อความบางอย่าง
"เรื่องราวกำลังเข้มข้นเลยนะ" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้รินรดาดู "ก่อนจะเชื่อสิ่งที่เชฟหนุ่มคนนี้พูด... รินรดา ลองดูภาพในนี้นิดนึงไหม? แล้วจะรู้ว่าใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อเธอจริงๆ"
ภาพในหน้าจอทำให้รินรดาหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เธอทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง ทันใดนั้น ธาวินก็พุ่งตัวเข้ามากอดเธอไว้แน่น แต่นั่นไม่ใช่การปลอบโยน เพราะในวินาทีเดียวกันนั้นเอง กวินทร์ก็กระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาหวิวแต่กลับดังก้องไปถึงวิญญาณ
"รินรดา... รู้ตัวไหมว่าผู้ชายที่เธอกำลังกอดอยู่น่ะ คือคนคนเดียวกับที่เซ็นชื่อยินยอมให้ขายที่ดินผืนนี้ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับรินรดาและธาวินมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะคะ... เมฆหมอกสีชมพูค่ะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 35
บทที่ 35
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!