กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วอ่อนสายพันธุ์เกيش (Geisha) ที่อบอวลอยู่ทั่วเคาน์เตอร์บาร์ในยามวิกาลไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในร้าน "Mellow & Roast" ดูผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างคนทั้งสองกลับหนักอึ้งเสียจนเสียงเครื่องชงกาแฟไอน้ำพุ่งพล่านยังดูเบาโหวงไปถนัดตา
รินรดายืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ปลายนิ้วเรียวสวยกำขอบถ้วยเซรามิกเคลือบด้านสีขาวไว้แน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด สายตาของเธอนิ่งงัน สะท้อนภาพร่างสูงโปรดยืนอยู่เบื้องหน้า—ธาวิน เชฟหนุ่มผู้กุมหัวใจและสร้างรอยแผลให้เธอกลัวไปพร้อมๆ กัน เขากำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา มีทั้งความเจ็บปวด ความดื้อรั้น และความกังวลระคนกันจนแทบแยกไม่ออก
"คุณไม่น่าปล่อยให้กวินทร์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของเราได้ง่ายขนาดนั้นนะคะ, ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน น้ำเสียงของเขาไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยว หากแต่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานาน
"พื้นที่ของเราเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบช่างขมขื่นเสียยิ่งกว่าเอสเพรสโซช็อตแรกของวัน "คุณกำลังพูดถึงพื้นที่ไหนกันแน่คะ ธาวิน พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความลับที่คุณพยายามซ่อนไว้ หรือพื้นที่ที่คุณพร้อมจะทิ้งฉันไว้ข้างหลังได้ทุกเมื่อเหมือนที่เคยทำในอดีต"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจของชายหนุ่มราวกับลูกศรอาบยาพิษ ธาวินชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์อีกนิด ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินรดาได้กลิ่นอายจางๆ ของแป้งขนมปังผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขา—กลิ่นที่เธอคุ้นเคยและพยายามหลีกหนีมาตลอดหลายเดือน
"คุณก็รู้ว่าเรื่องของกวินทร์มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันคืออนาคตของร้านนี้... ของพวกเรา" ธาวินยื่นมือออกไปหมายจะสัมผัสหลังมือของเธอที่สั่นเทาอยู่บนเคาน์เตอร์ แต่รินรดาชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน
"อย่ามาพูดคำว่า 'พวกเรา' อีกเลยค่ะ, ธาวิน" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสั่นระริกแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว น้ำตาคลอหน่วยแต่ไม่ยอมปล่อยให้ร่วงหล่นลงมา "ในวันที่ฉันเกือบจะล้มละลายเพราะสัญญาเช่าฉบับนั้น คุณหายไปไหนคะ? ในวันที่กวินทร์เอาเอกสารข้อเสนอซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมมาวางบนโต๊ะ คุณกำลังทำอะไรอยู่? หรือว่า... คุณกับเขามีข้อตกลงอะไรที่ฉันไม่สมควรจะรู้กันแน่"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้คนฟังให้แหลกสลาย ธาวินเม้มริมฝีปากแน่น กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาไม่ได้ปฏิเสธทันที นั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความลังเลของเขาในวินาทีนี้เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าคำโกหกคำโต
"ผมทำเพื่อปกป้องคุณ, ริน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณไม่เข้าใจหว่าเล่ห์เหลี่ยมของกวินทร์มันสกปรกแค่ไหน เขาน่ะ... ไม่ได้ต้องการแค่ที่ดินตรงนี้หรอก เขาต้องการทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเองต่างหาก"
"แล้วคุณล่ะคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงสั่นพร่าแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "คุณปกป้องฉันด้วยการเก็บงำความจริงเรื่องที่คุณเคยมีหุ้นส่วนร่วมกับบริษัทของกวินทร์มาก่อนอย่างนั้นเหรอคะ?"
ร่างสูงของเชฟหนุ่มสะعือกเล็กน้อยราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่ ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดถูกกระชากออกมากลางแสงไฟในยามดึกดื่นอย่างไร้ความปรานี รินรดามองปฏิกิริยานั้นด้วยหัวใจที่ชาด้าน ความไว้วางใจที่เธออุตส่าห์รวบรวมเศษซากขึ้นมาสร้างใหม่พังทลายลงต่อหน้าต่อตาอีกครั้ง ในชั่วพริบตานั้น กลิ่นหอมหวานของเบเกอรี่อบใหม่ที่เคยเยียวยาจิตใจกลับกลายเป็นกลิ่นอับชื้นของความหลอกลวง
ธาวินอ้าปากคล้ายจะเอ่ยคำแก้ตัว แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมาจากลำคอ เขารู้ดีว่าต่อให้มีคำพูดเป็นร้อยพันคำ ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่าเขาปิดบังเรื่องสำคัญที่สุดจากผู้หญิงที่เขารักได้
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง เสียงเคาะกระจกประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น "ก๊อก ก๊อก" สามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ
ทั้งสองคนสะ giวพร้อมกัน รินรดาหันขวับไปมองทางหน้าร้าน แม้จะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ภายใต้แสงไฟสีส้มอ่อนของถนนหน้าร้าน ร่างสูงโปรดในชุดสูทเนื้อดีของกวินทร์กำลังยืนส่งยิ้มสุภาพมาให้ผ่านกระจกใส เขายกมือขึ้นโบกทักทายราวกับเป็นแขกผู้มาเยือนยามวิกาลที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเคยเชิญเขามาเลยสักนิด
กวินทร์ไม่ได้รอให้ใครอนุญาต มือเรียวผลักประตูกระจกเปิดเข้ามา เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งแหลมสูงบาดหูในความเงียบสงบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนเข้ามากลบกลิ่นกรุ่นของกาแฟจนหมดสิ้น
"ดูเหมือนว่าผมจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันแสนอบอุ่น... หรือว่าการสะสางบัญชีแค้นระหว่างอดีตคนรักกันแน่นะครับ?" กวินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้อย่างแนบเนียน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากเคาน์เตอร์เพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสองสลับไปมาด้วยความพึงพอใจราวกับผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อติดกับ
ธาวินขยับตัวเข้ามาบังหน้าลรินรดาโดยสัญชาตญาณ แววตาที่มองกวินทร์เปลี่ยนเป็นดุดันแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "นายมาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นแบบนี้ ร้านปิดแล้ว"
"ร้านปิด แต่ผลประโยชน์ยังเปิดเสรีกว่าที่คุณคิดนะ, เชฟธาวิน" กวินทร์ยิ้มมุมปาก พรางล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออก1 ซอง แล้ววางลงบนเคาน์เตอร์ไม้ขัดมัน เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบ แต่มันกลับก้องกังวานในความรู้สึกของรินรดา
"ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรองเรื่องที่ดินอีกต่อไปแล้วครับคุณรินรดา..." กวินทร์หันไปสบตากับหญิงสาวโดยตรง รอยยิ้มพึงพอใจฉาบบนใบหน้าหล่อเหลา "แต่ผมมาเพื่อบอกว่า... พรุ่งนี้เช้า ร้านกาแฟแห่งนี้จะถูกอายัดตามกฎหมาย เนื่องจากสัญญาจำนองลับที่คุณธาวินเซ็นไว้เมื่อสามปีก่อน ถูกโอนสิทธิ์มาเป็นของผมทั้งหมดแล้ว"
รินรดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเหมือนมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำลงกลางศีรษะ เธอนิ่งอึ้ง สมองขาวโพลน หันกลับไปมองธาวินที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ชายหนุ่มหลบสายตาเธอเป็นครั้งแรก... และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าถ้อยคำใดๆ
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางร่วมดื่มด่ำความหวานซ่อนขมนี้ไปด้วยกันนะคะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 32
บทที่ 32
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!