“เซ็นเอกสารฉบับนี้เสีย แล้วคุณจะยังได้เป็นเจ้าของร้านนี้ในฐานะผู้เช่าต่ออีกห้าปี หรือจะให้ผมสั่งรื้อถอนทุกตารางนิ้วในวันพรุ่งนี้... คุณเลือกเอาเถอะ รินรดา”
น้ำเสียงราบเรียบของกวินทร์ดังก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟคั่วบดชั้นดี รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะสั่นระริกจนต้องซ่อนไว้ ความกดดันในอากาศดูเหมือนจะหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้มีความเมตตาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ที่ดินผืนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อทำโปรเจกต์มักง่ายของใครทั้งนั้นค่ะคุณกวินทร์ ร้านนี้คือความทรงจำ คือชีวิตของคนในย่านนี้ คุณไม่มีสิทธิ์...”
“สิทธิ์เหรอ?” กวินทร์หัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความกดดันที่เขาส่งผ่านมาทำเอารินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะกับขอบประตู “โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความทรงจำรินรดา แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ และตอนนี้ผลประโยชน์ที่ผมถืออยู่ในมือ ก็มีค่ามากกว่ากาแฟไร้ราคาของคุณหลายเท่า”
ก่อนที่รินรดาจะทันได้โต้ตอบ ประตูไม้สีเข้มก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น ธาวินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่กวินทร์ แต่จ้องเขม็งไปยังกระดาษแผ่นนั้นที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากคนรักของเขา
“ผมไม่คิดว่าคุณจะกล้าเข้ามาเหยียบในที่ของผม ในวันที่คุณรู้อยู่เต็มอกว่ากำลังทำลายอะไร” ธาวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าในความนิ่งนั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะปะทุ
กวินทร์หันกลับมามองเชฟหนุ่ม รอยยิ้มของเขาเหยียดกว้างขึ้น “อ้อ... มาพอดีเลยนะธาวิน หรือควรเรียกว่า ‘คุณชายผู้ตกอับ’ ดีล่ะ? ความลับที่นายพยายามซ่อนไว้หลังคราบแป้งกับกลิ่นเนยเนี่ย มันน่าสนุกกว่าธุรกิจที่ฉันกำลังทำอยู่เยอะเลยนะ ว่าไหม?”
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอหันไปมองธาวินด้วยความสับสน “ธาวิน... คุณหมายความว่ายังไงคะที่เขาพูด?”
ธาวินไม่ตอบ เขาเดินเข้าไปหารินรดาและกุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสที่คุ้นเคยนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีที่ยึดเหนี่ยว ทว่าแววตาของธาวินที่มองไปยังกวินทร์กลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความกลัวในอำนาจเงินตรา แต่มันคือความกลัวที่จะสูญเสีย ‘เธอ’ ไป
“เรื่องนั้นไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น ริน... อย่าไปฟังสิ่งที่คนอย่างเขาพูดเลยนะ” ธาวินกระซิบเสียงแผ่ว ทว่ากวินทร์กลับไม่ยอมให้โอกาสนั้นผ่านไปง่ายๆ
“ไม่มีความหมายงั้นเหรอ? งั้นลองบอกเธอสิว่าทำไมตระกูลที่เคยรุ่งเรืองถึงต้องส่งนายมาที่นี่ มาแอบซ่อนตัวอยู่ในร้านกาแฟโทรมๆ แห่งนี้” กวินทร์หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาวางบนโต๊ะ มันเป็นรูปของธาวินในชุดสูทภูมิฐานในอดีต ยืนเคียงข้างกับคนที่มีใบหน้าคุ้นตาสำหรับรินรดาอย่างน่าประหลาด “รินรดา... ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่เชฟขนมหวานธรรมดา เขาคือคนคนเดียวกับที่เคยทำลายครอบครัวของเธอเมื่อสิบปีก่อนยังไงล่ะ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา ลมหายใจของรินรดาติดขัด เธอหันมองหน้าธาวินที่ตอนนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความจริงที่เธอพยายามลืมเลือนไปพร้อมกับอดีตอันเจ็บปวดกำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้งผ่านคนรักของเธอเอง
ธาวินพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าไหล่เธอ “ริน... ฟังผมก่อน มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิด ผมไม่ได้ตั้งใจ...”
รินรดาถอยห่างออกมา การกระทำนั้นเจ็บปวดกว่าคำพูดใดๆ เธอสบตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสั่นคลอน หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น กลิ่นกาแฟที่เคยหอมกรุ่นภายในห้องกลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกที่ทำให้เธออยากจะสำลัก
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากำลังแตกสลาย กวินทร์ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดหน้าจอให้ทั้งสองดู มันเป็นคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บวัตถุดิบ ที่เผยให้เห็นธาวินกำลังแอบหยิบซองเอกสารสำคัญของร้านส่งให้กับใครบางคนในความมืด และบุคคลที่ยืนรอรับเอกสารนั้นอยู่คือ ‘ทนายความของกวินทร์’
ธาวินเบิกตากว้าง เขารีบก้าวเข้าไปหา แต่ทว่า... รินรดากลับหันหลังให้เขาและเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ลิ้นชักออกมา แล้วโยนลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นเทา
“ถ้าคุณต้องการมันมากนัก... ก็เอาไปค่ะ” รินรดากล่าวเสียงเย็นชาดุจน้ำแข็ง “และจากวันนี้ไป ธาวิน... กรุณาออกไปจากชีวิตของฉันและร้านนี้เสียที”
ธาวินอ้าปากค้าง ความเสียใจพุ่งทะลุขีดจำกัด แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องชะงักและหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ คือเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของกวินทร์ที่ดังขึ้น พร้อมกับข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่รินรดาเหลือบไปเห็น ‘ภารกิจสำเร็จ ธาวินคือสายลับของเราแล้ว’
รินรดาหันกลับไปมองธาวินด้วยสายตาที่แตกสลายสิ้นดี ทว่าธาวินกลับไม่ได้มีสีหน้าสำนึกผิดอย่างที่ควรจะเป็น เขากลับค่อยๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ก่อนจะหยิบมีดพกขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อออกมาแล้วจ่อไปที่กวินทร์ แทนที่จะเป็นทางออก “ผมบอกแล้วใช่ไหมกวินทร์... ว่าอย่าเล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่นมากเกินไป”
ทว่าก่อนที่เหตุการณ์จะวุ่นวายไปกว่านั้น ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดย ‘บุคคลที่ไม่คาดฝัน’ หญิงชราผู้หนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดินฉบับจริงในมือ เธอคือเจ้าของที่ดินตัวจริงที่ทุกคนต่างคิดว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว
“หยุดทั้งคู่เดี๋ยวนี้... ในเมื่อพวกคุณทั้งสองคนต่างก็มีเป้าหมายที่แท้จริงซ่อนไว้ งั้นก็มาฟังความจริงที่น่าเกลียดกว่านี้ดูไหมล่ะคะ?”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและธาวินในตอนนี้นะคะ เมฆหมอกสีชมพูสัญญาว่าจะพาไปพบกับความจริงในตอนหน้าค่ะ
สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 38
บทที่ 38
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!