สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ•ตอนที่ 18

ความผิดพลาดที่ต้องแก้ไข

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
“วางกระดาษแผ่นนั้นลงเถอะครับ ริน...” เสียงทุ้มต่ำของธาวินตัดผ่านความเงียบงันที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งก้นแก้วกาแฟที่ละลายทิ้งไว้ข้ามคืน ปลายนิ้วของรินรดาสั่นระริกขณะที่สายตายังคงตรึงอยู่กับเอกสารสัญญาโอนกรรมสิทธิ์และตรายางบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของกวินทร์ บนแผ่นกระดาษสีขาวหม่นนั้น... ลายเซ็นอันคุ้นตาของบิดาเธอปรากฏอยู่เคียงข้างชื่อของ ‘ธาวิน อัครโภคิน’ ในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้สินเมื่อห้าปีก่อน กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วเข้มและกลิ่นเนยสดที่เคยมอบความอบอุ่นให้แก่ร้านกาแฟแห่งนี้ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกขมปร่าและหนักอึ้งจนหายใจไม่ออก “คุณรู้จักพ่อของฉันมาตั้งแต่แรก...” รินรดาเปล่งเสียงออกมาได้เพียงแผ่วเบา แต่แหลมคมพอจะกรีดขั้วหัวใจคนฟัง ดวงตากลมโตที่เคยมองเขาด้วยประกายแห่งความเชื่อใจ บัดนี้เอ่อล้นด้วยม่านน้ำตาที่ถูกกักขังไว้ด้วยความเจ็บปวด “คุณไม่ได้บังเอิญเดินเข้ามาสมัครเป็นเชฟเบเกอรี่ที่ร้านนี้... ใช่ไหมคะ ธาวิน?” ธาวินก้าวเข้ามาในระยะสายตา มือของเขาที่เคยกดนวดแป้งบริยอชอย่างประณีตและมั่นคง บัดนี้กำแน่นจนข้อขาวซีด รอยยิ้มอบอุ่นที่เคยใช้ปลอบประโลมโลกทั้งใบของเธอเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาของชายหนุ่มผู้แบกรับตราบาปและความพ่ายแพ้มาเนิ่นนาน “ใช่ครับ... ผมไม่ได้มาที่นี่โดยบังเอิญ” ธาวินยอมรับ น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ตลอดเวลาแปดเดือนที่ผมยืนอยู่ข้างคุณหน้าเตาอบ ได้กลิ่นเอสเพรสโซที่คุณชง... ไม่มีสิ่งไหนเลยที่เป็นเรื่องโกหก รินรดา” “แล้วนี่คืออะไรคะ!” รินรดาฟาดแผ่นกระดาษลงบนเคาน์เตอร์ไม้โอ๊กเสียงดังลั่น เอกสารกระจายตัวออกราวกับเศษเสี้ยวความไว้ใจที่แหลกละเอียด “คุณรู้ว่ากวินทร์กำลังจะยึดที่ดินผืนนี้ รู้ว่าพ่อของฉันทิ้งหนี้ก้อนนี้ไว้ก่อนท่านจะเสีย... และคุณก็คือคนที่ทำให้กวินทร์ถือไพ่เหนือกว่ามาตั้งแต่ต้น!” ความจริงอันโหดร้ายกำลังเปิดเปลือยบาดแผลในอดีต ธาวินเคยร่วมหุ้นเปิดร้านเบเกอรี่ระดับไฮเอนด์กับกวินทร์ ทว่าความทะเยอทะยานอย่างไร้มนุษยธรรมของกวินทร์ทำให้สูตรขนมและเงินทุนทั้งหมดถูกฮุบไป ไม่เพียงเท่านั้น กวินทร์ยังใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบให้บิดาของรินรดา—ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์วัตถุดิบในตอนนั้น—ตกเป็นหนี้ผูกพันจนล้มละลาย ธาวินพยายามจะชดใช้ด้วยการเซ็นค้ำประกัน แต่สุดท้ายเขาก็สูญเสียทุกอย่างและหนีเตลิดไปต่างประเทศ ทิ้งให้เงาทมิฬของกวินทร์ครอบงำครอบครัวของรินรดาเรื่อยมา “ผมคิดว่า... ถ้าผมกลับมา ช่วยคุณฟื้นฟูร้านนี้ ทำให้ร้านมีกำไรพอที่จะปลดหนี้ ผมจะสามารถแก้ไขความผิดพลาดในอดีตได้” ธาวินเอ่ย แววตาของเขารวดร้าวลึกซึ้ง “แต่ผมประเมินความละโมบของกวินทร์ต่ำเกินไป” *กริ๊ก...* เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านดังขึ้น ทั้งที่ป้ายไม้หน้าร้านถูกพลิกเป็นคำว่า ‘CLOSED’ ไปนานแล้ว ร่างสูงสง่าในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบสีชาร์โคลก้าวเข้ามาในความสลัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวู้ดดี้สังเคราะห์ราคาแพงลอยเข้ามารบกวนกลิ่นอโรมาของวานิลลาและกาแฟในทันที กวินทร์เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าของนักล่าผู้ถือครองชัยชนะ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏที่มุมปากขณะที่สายตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสอง “บรรยากาศในร้านกาแฟแสนอบอุ่นดูจะเปลี่ยนเป็นโรงละครน้ำเน่าไปเสียแล้วนะ” กวินทร์เอ่ยพลางปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง เสียงนั้นดังก้องในความเงียบ “ค้นพบความจริงกันเร็วกว่าที่คิดนี่ รินรดา... ช่างน่าสงสารที่คุณต้องมารู้ว่า ‘คนรักแสนดี’ ของคุณ แท้จริงแล้วก็แค่ขี้ขลาดที่กลับมาเพื่อล้างตราบาปของตัวเอง” “หุบปากของแกซะ กวินทร์” ธาวินขยับตัวก้าวขึ้นมาบดบังรินรดาไว้ด้านหลังทันที สัญชาตญาณการปกป้องทำงานเร็วกว่าสมอง ความสุขุมนุ่มนวลแบบเชฟขนมหวานมลายหายไป เหลือเพียงเพลิงโทสะที่ลุกโชนอยู่ในแววตา รินรดาสัมผัสได้ถึงแผ่นหลังที่เกร็งแน่นของชายหนุ่มตรงหน้า แม้เธอจะเพิ่งตัดพ้อเขา แต่ความอบอุ่นจากแผ่นหลังนั้นกลับยังคงเป็นเกราะกำบังเดียวที่เธอมีในค่ำคืนนี้ “แกมาที่นี่ทำไม ที่ดินและร้านนี้ยังเป็นกรรมสิทธิ์ของรินรดาตามกฎหมาย สัญญาเงินกู้ยังมีเวลาอีกสามเดือน!” ธาวินเค้นเสียงรอดไรฟัน “สามเดือนงั้นเหรอ?” กวินทร์หัวเราะในลำคอ แววตาเยือกเย็นไร้ความปรานี “นั่นมันเงื่อนไขเดิม แต่ในเมื่อวันนี้มีเอกสารฉบับใหม่ที่ระบุว่าผู้ค้ำประกันอย่างนายล้มละลายในทางพฤตินัย และไม่สามารถรักษาสภาพคล่องได้ ทางบริษัทของฉันจึงมีสิทธิ์เรียกร้องการชำระหนี้ทั้งหมด... ทันทีในคืนนี้” กวินทร์โยนแฟ้มหนังสีดำลงบนโต๊ะกาแฟตัวเตี้ย เสียงกระทบหนักแน่นราวกับค้อนของผู้พิพากษา “ทางเลือกของเธอมีแค่สองทาง รินรดา” กวินทร์หันไปสบตากับหญิงสาว ดวงตาของเขาฉายแววละโมบอย่างไร้ยางอาย “เซ็นโอนที่ดินผืนนี้ให้ฉันเพื่อสร้างมิกซ์ยูสโปรเจกต์ หรือ... หาเงินสดสามสิบล้านบาทมาวางตรงหน้าฉันก่อนเที่ยงคืนนี้ ซึ่งเรารู้ดีว่าลำพังยอดขายกาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทของเธอ ไม่มีทางทำได้แม้แต่เศษเสี้ยว” รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด ลำคอตีบตัน ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อ ร้านกาแฟที่เป็นดั่งลมหายใจสุดท้ายของครอบครัว... กำลังจะมลายหายไปในพริบตา ทว่า ก่อนที่น้ำตาของเธอจะหยดลงบนหลังมือ ธาวินกลับก้าวออกไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว เขายืนประจันหน้ากับกวินทร์ในระยะประชิด ความสูงและแววตาเด็ดเดี่ยวของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่านักธุรกิจหนุ่มเลยแม้แต่น้อย “ฉันมีทางเลือกที่สามให้แก กวินทร์” ธาวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้กวินทร์ต้องหรี่ตาลง “ทางเลือกอะไรของนาย? คนที่ไม่มีอะไรเหลืออย่างนายน่ะเหรอ?” “สูตรขนม ‘เลอ ซูเฟลร์ เดอ ลามูร์’ และสิทธิ์ในแบรนด์เบเกอรี่ทั้งหมดที่แกขโมยไปจากฉันเมื่อห้าปีก่อน แกยังเปิดตัวมันไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?” ธาวินยกยิ้มเย็น แววตาของเขาเฉียบคมดุจใบมีดตัดแป้ง “เพราะแกขาด ‘หัวใจ’ ของสูตรลับขั้นตอนสุดท้าย ขนมของแกถึงได้ยุบตัวและรสชาติจืดชืดจนบอร์ดบริหารปฏิเสธโปรเจกต์ใหญ่ของแกมาตลอดสามปี” สีหน้ามั่นใจของกวินทร์กระตุกวูบ ความหยิ่งผยองแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกชั่วครู่ “แกต้องการอะไร...” กวินทร์ถามเสียงต่ำ “แลกกัน” ธาวินเน้นทีละคำ “ฉันจะมอบสูตรขั้นตอนสุดท้าย พร้อมเซ็นสัญญาเป็นที่ปรึกษาพิเศษให้โปรเจกต์ของแกเพื่อกอบกู้หน้าให้แกในที่ประชุมบอร์ด แลกกับการที่แกต้องฉีกสัญญากู้ยืมฉบับนี้ทิ้ง ยกเลิกการค้ำประกันทั้งหมด และโอนโฉนดที่ดินร้านนี้คืนให้เป็นกรรมสิทธิ์ของรินรดาแต่เพียงผู้เดียว... แบบปลอดภาระผูกพัน” รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจ “ธาวิน! ไม่นะคะ! นั่นมันความฝันทั้งชีวิตของคุณนะ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าสูตรนั้นคือเกียรติยศเดียวที่คุณเหลืออยู่!” สูตรขนมนั้นคือสิ่งที่ธาวินทุ่มเททั้งหยาดเหงื่อและน้ำตาเพื่อคิดค้นขึ้นมา มันคือผลงานชิ้นเอกที่เชฟระดับโลกต่างยกย่อง การมอบมันให้กวินทร์ เท่ากับเขายอมตัดแขนตัดขาและมอบศักดิ์ศรีของเชฟให้ศัตรูเหยียบย่ำไปตลอดชีวิต ธาวินหันกลับมามองรินรดา แววตาของเขาอ่อนโยนลงอย่างน่าใจหาย เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่คุ้นเคย กลิ่นวานิลลาที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเขาทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบ “เกียรติยศของผมไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้ารักษาที่ที่ทำให้ผมได้พบคุณไว้ไม่ได้... ริน” เขากระซิบคำหวานที่กรีดลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ “นี่คือความผิดพลาดของผม และผมต้องเป็นคนแก้ไขมัน” กวินทร์มองภาพตรงหน้าพลางระเบิดเสียงหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง “โรแมนติกจนแทบจะอาเจียนเลยนะธาวิน! คิดว่าข้อเสนอนี้จะทำให้ฉันยอมถอยงั้นเหรอ? นายคิดว่าฉันอยากได้แค่สูตรขนมโง่ๆ นั่นจริงเหรอ?” กวินทร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้วดึงซองจดหมายสีน้ำตาลเข้มอีกซองหนึ่งออกมา โยนมันลงแทรกกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง “อ่านดูสิ รินรดา... ก่อนที่เธอจะซาบซึ้งกับฮีโร่จอมปลอมคนนี้จนยอมยกโทษให้” รอยยิ้มของกวินทร์บิดเบี้ยวด้วยความสะใจอันดำมืด “ดูข้อตกลงลับที่พ่อของเธอทำไว้กับธาวิน ‘ก่อนที่พ่อเธอจะเสียชีวิตเพียงหนึ่งวัน’ ดูสิว่าใครกันแน่... ที่เป็นคนวางแผนขายร้านนี้ตั้งแต่แรก!” มือของรินรดาเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นอย่างควบคุมไม่ได้ กระดาษด้านในเผยให้เห็นข้อความลายมือของพ่อเธอ พร้อมประโยคสุดท้ายที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงสู่ความมืดมิดในทันที... *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รสรักถ้วยนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันในตอนต่อไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับละมุน: รสรักในถ้วยกาแฟ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%