เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 3

รอยร้าวในใจเซียน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โลหิตสีดำคล้ำหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เสียงดังกังวานก้องสะท้อนในความเวิ้งว้างของคูหาผนึกวิญญาณ ดั่งเสียงค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางอกของความเงียบงัน "อย่าขยับ" น้ำเสียงของเฟิงอวี่ราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงสะท้อนจากปราณย้อนกลับ คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือขวาของเขายังคงสั่นระริก ปลายกระบี่จดจ่ออยู่กับห้วงอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้า ที่ซึ่งมวลอากาศบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีครามเข้ม ทั่วทั้งร่างของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อกาฬและกลิ่นอายโลหิตจางๆ จากการฝืนใช้วิชาตัวเบาทะลวงผ่านค่ายกลโลหิตหมื่นวิญญาณเมื่อชั่วลมหายใจก่อน เบื้องหลังม่านปราณสีครามที่บิดเบี้ยว หลินซีทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่ง เรียวแขนบอบบางยันพื้นศิลาไว้เพื่อพยุงร่างอันสั่นเทา อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบฝุ่นผงและรอยขาดวิ่น เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่มีรอยแผลไหม้จากอัคคีวิญญาณลามเลีย ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดมิใช่บาดแผลภายนอก หากแต่เป็น 'โซ่ตรวนมารโลหิต' สามเส้นที่พุ่งทะลวงจากพื้นศิลาเข้าตรึงร่างกายนางไว้ที่จุดชีพจรสำคัญ "เจ้า... เหตุใดจึงรนหาที่ตายเช่นนี้" สุ้มเสียงของหลินซีแหบพร่าและเย็นชาดั่งเศษน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ แม้ในยามที่ลมหายใจโรยรินและหยาดโลหิตสีชาดไหลรินจากมุมปาก ดวงตาคู่นั้นก็ยังคงความเย่อหยิ่งและถือดีในวิถีเซียนไว้อย่างเหนียวแน่น นางไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด และยิ่งไม่อยากติดค้างน้ำใจจากบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ผู้ฝืนลิขิต' เช่นเขา เฟิงอวี่มิได้เอާމวาจาตอบโต้ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวสวรรค์กวาดมองค่ายกลตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ถ้วน โซ่ตรวนมารโลหิตมิได้สร้างขึ้นจากกายภาพ แต่มันถูกถักทอขึ้นจากจิตอาฆาตของผู้อาวุธโสฝ่ายมารที่ดับสูญไปนานแล้ว ทุกครั้งที่หลินซีโคจรลมปราณเพื่อต่อต้าน โซ่ตรวนเหล่านี้จะยิ่งรัดแน่นกลืนกินพลังชีวิตของนางราวกับปรสิตกระหายเลือด "ข้าไม่ได้มาเพื่อตาย... และข้าก็ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาตายต่อหน้าข้าโดยเฉพาะศิษย์เอกแห่งยอดเขาเหมันต์นิรันดร์" เฟิงอวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคงดั่งขุนเขา ไอปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกจากฝ่ามือทั้งสองข้าง หลอมรวมเข้ากับตัวกระบี่จนเกิดเสียงหวีดหวิวเสียดสีอากาศแสบแก้วหู เขาคุกเข่าลงข้างกายหลินซีอย่างระมัดระวัง ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันติดขัดและไอปราณเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างนาง หลินซีสะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดของเฟิงอวี่แตะสัมผัสโดนหัวไหล่ของนางเพื่อถ่าย1ทอดลมปราณคุ้มกัน ชั่วขณะนั้น หัวใจที่ถูกแช่แข็งมานานนับร้อยปีภายใต้กฎเกณฑ์อันเข้มงวดของสำนักเซียนพลันกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์ กลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายโลหิตและกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรวิเศษจากกายเฟิงอวี่รุกรานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของนางอย่างถือวิสาสะ "ถอยไป... ข้าจัดการเองได้" นางกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ฝืนรวบรวมลมปราณเหมันต์ที่เหลืออยู่เพื่อขับไล่สัมผัสของเขา "ถ้าเจ้ายังดื้อดึง เกรงว่าอีกสามลมหายใจข้างหน้า เส้นชีพจรหัวใจของเจ้าคงแตกสลายกลายเป็นผุยผง" เฟิงอวี่เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาที่มองนางไม่มีความเย้ยหยันหรือสมเพช มีเพียงประกายความห่วงใยอันล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "หลับตาลง... เชื่อข้าสักครั้ง" ถ้อยคำนั้น... ราวกับกุญแจทองคำที่ไขเปิดประตูเหล็กอันแน่นหนาในจิตใจของหลินซี นางชะงักงัน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่น บัดนี้ไหวระริกราวกับผิวน้ำถูกสายลมพัดผ่าน นางไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ใด ไม่เคยแม้แต่จะไว้ใจผู้ใด แม้แต่อาจารย์ผู้ให้กำเนิดวิชาของนางเองก็ยังสั่งสอนให้ตัดขาดจากความรู้สึก แต่วินาทีนี้ ยามที่แผ่นหลังอันกว้างใหญ่ของบุรุษผู้นี้บังคับยืนหยัดต้านทานแรงกดดันจากค่ายกลแทนที่นาง ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'ความอบอุ่น' ก็ไหลรินเข้าสู่ซอกหลืบอันมืดมิดในจิตวิญญาณ หลินซีหลับตาลงอย่างช้าๆ ยอมปล่อยวางการป้องกันตัวทั้งหมดลงชั่วขณะ มอบชีวิตและลมหายใจของตนเองให้อยู่ในกำมือของจอมยุทธ์ผู้แปลกหน้าผู้นี้ *เปรี้ยง!* เฟิงอวี่ไม่รอช้า พลังปราณไร้ลักษณ์ระเบิดออกรัศมีร้อย丈 (ประมาณ 330 เมตร) ร่างของเขาลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศเหนืองร่างของหลินซี คมกระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งอักขระโบราณเก้าตัว แสงสว่างจ้าเจิดจ้าดั่งดวงอาทิตย์แผดเผาความมืดมิดในคูหาจนสว่างวาบ โซ่ตรวนมารโลหิตที่รัดรึงหลินซีส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับวิญญาณนับหมื่นตน ก่อนจะแหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำและจางหายไปในอากาศ ร่างของหลินซีทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของเฟิงอวี่ที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที ลมหายใจของนางผ่อนลงอย่างสม่ำเสมอ ความเย็นเยียบที่แผ่ออกจากร่างเริ่มบรรเทาลง เหลือเพียงความอุ่นซ่านที่แผ่ขยายจากอกเสื้อที่แนบชิดกัน เฟิงอวี่ก้มมองสตรีในอ้อมแขน ใบหน้าหวานล้ำที่ไร้ซึ่งความรู้สึกในยามปกติ บัดนี้ยามหลับใหลกลับเจือด้วยความเปราะบางอย่างน่าประหลาด นิ้วมือเรียวยาวของเขายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากมนของนางอย่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของหลินซีค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ นางไม่ได้ผลักไสเขาออกทันทีดังเช่นเคย ปลายจั๊กจี้ของหัวใจทำให้พวงแก้มขาวเนียนปรากฏรอยเรื่อสีแดงจางๆ อย่างหาได้ยากยิ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบตาบิดเบี้ยวด้วยความซับซ้อนในอารมณ์ริมฝีปากอิบอิ่มขยับคล้ายจะเอ่ยคำขอบคุณ ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดใดจะหลุดรอดจากเรียวปาก *โครมคราม!* พื้นศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินแยก ม่านพลังผนึกชั้นที่สองที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วกลับสว่างวาบขึ้นด้วยอักษรโลหิตสีแดงฉาน พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันต์ก็ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วทิศทาง "ฮ่าๆๆ... นึกไม่ถึงว่าทายาทแห่งวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์จะยอมเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อสตรีเพียงนางเดียว!" เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้าคูหา ไอสังหารพวยพุ่งทะลักออกมาปกคลุมทั่วบริเวณจนท้องฟ้าภายนอกเปลี่ยนเป็นสีเลือด ใบหน้าของเงาร่างนั้นสวมหน้ากากอสูรครึ่งซีก ดวงตาสะท้อนประกายความเหี้ยมเกรียมและคุ้นเคยอย่างยิ่ง เฟิงอวี่หรี่ตาลงคมกริบ ความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับกระแสน้ำเชี่ยว บุคคลผู้นี้... คือคนเดียวกับผู้ที่สังหารอาจารย์ของเขาเมื่อสิบปีก่อน! หลินซีสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมา นางรีบกระชับกระบี่ประจำกายในมือแน่น ทว่าเฟิงอวี่กลับเอื้อมมือมาแตะหลังมือนางไว้เบื้องล่าง สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านความเด็ดเดี่ยวและคำประกาศิตอันไร้ความกลัวมาสู่นาง "อยู่ข้างหลังข้า..." เฟิงอวี่กระซิบเสียงต่ำ แววตาเปล่งประกายคมปลาบดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพฟ้าดิน "วันนี้... บัญชีแค้นนี้ต้องสะสางให้จบสิ้น" ทว่า ก่อนที่กระบี่ในมือของเฟิงอวี่จะทันได้ชักออกจากฝักเต็มกระบวนท่า แผ่นดินเบื้องล่างก็แยกออกเป็นเหวลึก และเสียงคำรามของอสนีบาตสีทองก็ผ่าลงมาจากยอดเขานภากาศโดยไร้เค้าลาง พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากรอยแยกแห่งมิติด้วยก้าวเดินอันเชื่องช้าแต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศหยุดนิ่ง "เฟิงอวี่... เจ้าหลงกลสำนักสวรรค์แล้ว" สุ้มเสียงแหบแห้งลึกลับเอ่ยขึ้น พร้อมกับหน้ากากของศัตรูที่ค่อยๆ หลุดร่วงลง เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงที่ทำให้เฟิงอวี่ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อสายตา! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%