เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว•ตอนที่ 6

ไอปราณที่แปรปรวน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"เคล็ดวิชา 'เหมันต์ผันศิษย์' ของสำนักท่าน... มีพิษสงร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือครับ หลินซี?" น้ำเสียงของเฟิงอวี่ไม่ได้เจือปนความเย้ยหยันแม้แต่น้อย หากแต่ทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยความระทึกใจ ขณะที่ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องร่างระหงที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า ภายในถ้ำลับแลแห่งยอดเขาเหมันต์ ไอปราณสีครามเข้มระลอกหนึ่งกำลังแผ่พุ่งทะลักออกจากจุดตันتيของหลินซีราวกับพายุคลั่ง ร่างที่เคยสง่างามเยือกเย็นดั่งรูปสลักน้ำแข็ง บัดนี้กลับชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อเย็นเยียบที่ผุดพรายตามกรอบหน้าผากขาวผ่อง "ถอยไป... เฟิงอวี่!" หลินซีเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างของนางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลาเย็นจัด มือเรียวยาวข้างหนึ่งกำชายอาภรณ์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด นางพยายามโคจรลมปราณเพื่อกดข่มพลังสะท้อนย้อนกลับที่กำลังกัดกินเส้นชีพจร แต่มันกลับสายเกินไป—ความลับที่นางเฝ้าปกปิดมาตลอดสามปี บัดนี้ได้ถูกกระชากหน้ากากออกจนหมดสิ้นแล้วต่อหน้าบุรุษผู้ทะนงตนผู้นี้ ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน เฟิงอวี่บังเอิญสังเกตเห็นความผิดปกติยามที่นางโคจรพลังเพื่อรับมือกับสัตว์อสูรระดับสูง แม้ภายนอกนางจะดูไร้เทียมทานและเยือกเย็นราวกับไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนจิตใจได้ แต่แท้จริงแล้ว ทุกครั้งที่วิชา 'เหมันต์นิรันดร์' ถูกขับเคลื่อนด้วยพลังตบะขั้นสูง มันจะย้อนกลับมาแผดเผาชีพจรหัวใจของนางเอง ดุจดั่งดาบสองคมที่ยิ่งยาวยิ่งบาดลึกเข้าสู่ขั้วหัวใจของผู้ใช้ และเงื่อนไขที่แท้จริงของการฝึกวิชานี้ ก็คือการ 'ตัดขาดจากอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวล' หากผู้ฝึกมีความอาลัยอาวรณ์ หรือแม้แต่มีความรู้สึกหวั่นไหวต่อผู้ใด พลังย้อนกลับจะระเบิดออกทันที ทรมานผู้ฝึกให้ตายทั้งเป็นอย่างช้าๆ "เจ้ากำลังฝืนสังหารตนเองเพื่อแลกกับพลังที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังหวาดกลัว... เพื่ออะไรกัน?" เฟิงอวี่ก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ฝีเท้าของเขาเบาราวกับไม่มีน้ำหนัก ทว่าหนักแน่นดั่งขุนเขา ไอปราณสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขาเพื่อช่วยต้านทานคลื่นความเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนาง "ท่านไม่เข้าใจ... หากข้าไม่ทำเช่นนี้ ข้าจะปกป้องสำนักได้อย่างไร? ข้าจะปกป้อง... ท่าน... ได้อย่างไร?" ประโยคหลังหลุดรอดจากริมฝีปากที่สั่นระริกของนาง แม้มันจะเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว แต่กลับดังก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของถ้ำลึก ดวงตาของเฟิงอวี่ไหววูบไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยความแค้นในอดีต กลับถูกความจริงข้อนี้กรีดแทงจนเจ็บแปลบ เขาพึ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า เหตุใดนางจึงต้องทำตัวเย็นชาใส่เขามาตลอด เหตุใดนางจึงต้องผลักไสเขาให้ออกห่างจากอันตราย ทั้งหมดก็เพื่อไม่ให้อารมณ์ของนางเกิดความผูกพัน จนกลายเป็นชนวนเหตุให้พลังย้อนกลับระเบิดออกคร่าชีวิตนางนั่นเอง "เจ้าคนโง่..." เฟิงอวี่พึมพำเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งเบื้องหน้านาง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าจับข้อมือเรียวที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งของนางไว้ทันที "อย่า... ปล่อยข้า! หากท่านสัมผัสข้าในยามที่ปราณกำลังแปรปรวน พลังย้อนกลับจะลามเข้าสู่ร่างของท่านด้วย!" หลินซีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก นางพยายามสะบัดมือหนาออกด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด แต่วินาทีนั้น เฟิงอวี่กลับยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความทะนงและท้าทาย ซึ่งหาได้ยากยิ่งจากบุรุษผู้แบกรับชะตากรรม "ปล่อยหรือ? ในเมื่อฟ้าดินกำหนดให้เจ้าต้องตายอย่างโดดเดี่ยวด้วยวิชาบ้าๆ นี่ งั้นวันนี้... ข้าผู้เป็นศัตรูตัวฉกาจของสวรรค์ จะขอเป็นคนลบลิขิตนี้ด้วยมือของข้าเอง!" สิ้นคำพูดของเขา เฟิงอวี่ไม่ลังเลที่จะโคจรเคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ขั้นสูงสุด พลังปราณสายอัคคีสวรรค์ที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงบรรพกาลพรั่งพรูออกจากฝ่ามือของเขา ถ่ายเทเข้าสู่ร่างของหลินซีเพื่อช่วยหลอมละลายไอพิษความเย็นที่กัดกินชีพจรของนาง การปะทะกันของ 'ไอปราณเหมันต์สุดขั้ว' และ 'ปราณอัคคีสะท้านฟ้า' เกิดขึ้นภายในร่างของหญิงสาว ทำให้เกิดเสียงคำรามทึบๆ ดังสะท้อนจากอกของทั้งคู่ เลือดสีสดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของเฟิงอวี่ ขณะที่หลินซีส่งเสียงครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดปนความสะท้านสะเทือนในจิตวิญญาณ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของหลินซีพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า นางไม่เคยได้รับการปกป้องเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ท่ามกลางความหนาวเหน็บและการบำเพ็ญเพียรที่โดดเดี่ยว นางเป็นเพียงเครื่องมือของสำนักในการค้ำจุนชื่อเสียง แต่วันนี้... มีบุรุษผู้หนึ่งยอมเอาชีวิตเข้าแลก เพื่อดึงนางออกจากขุมนรกแห่งการไร้ซึ่งความรู้สึก "ทำไม... ท่านต้องทำเพื่อคนเยี่ยงข้า?" นางถามเสียงเครือ หยากน้ำตาเม็ดหนึ่งไหลรินออกจากดวงตาคู่สวย แต่มันกลับถูกความเย็นจัดรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นก่อนจะทันได้สัมผัสแก้ม "เพราะข้าและเจ้า... ต่างก็เป็นเหยื่อของวิถีสวรรค์ที่อยุติธรรมเหมือนกันไม่ใช่หรือครับ?" เฟิงอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ดวงตาของเขาสะท้อนภาพเงาของนางอย่างชัดเจน ไอปราณรอบกายทั้งสองเริ่มสงบลงทีละน้อย ความลับถูกเปิดเผย ความจริงใจถูกถ่ายทอด บัดนี้ไม่มีสิ่งใดปิดกั้นระหว่างคนทั้งสองได้อีกต่อไป ทว่า— ในจังหวะที่ไอปราณของทั้งคู่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อขับไล่พิษร้ายออกจากร่างนั้นเอง ท้องนภาภัทรกาลเบื้องบนยอดเขาเหมันต์ที่เคยเงียบสงบ กลับแปรปรวนอย่างฉับพลัน! เสียงคำรามกึกก้องราวกับเสียงกรีดร้องของอสูรบรรพกาลดังสะเทือนเลื่อนลั่นจากหมู่เมฆดำทะมึนที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วดุจพลิกฝ่ามือ แสงอัสนีบาตสีม่วงเข้มขนาดมหึมาฟาดผ่าลงมาตรงปากถ้ำอย่างแม่นยำ ราวกับสวรรค์กำลังโกรธเกรี้ยวที่เห็นมนุษย์สองคนบังaniอาจฝ่าฝืนกฎเกณฑ์และหลอมรวมพลังท้าทายลิขิตฟ้า! เศษหินผาแตกกระจัดกระจาย แรงกดดันระดับมหาอำนาจกดทับลงมาจนกระดูกทั่วร่างของเฟิงอวี่และหลินซีส่งเสียงลั่นกรอบ และก่อนที่ทั้งคู่จะทันได้ตั้งตัว เงาร่างมหึมาอันน่าสะพรึงกลัวของ 'ผู้พิทักษ์ทัณฑ์สวรรค์' ในชุดเกราะทองคำโบราณ ก็ก้าวทะลุมิติออกมาจากสายฟ้าสีม่วง พร้อมกับดาบยักษ์ในมือที่พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุผนึกถ้ำเบื้องหน้าพวกเขาอย่างเหี้ยมโหด! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ (เพลิงโอสถสวรรค์)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนผู้ลบลิขิตกับศิษย์สาวผู้เย็นชา: ฝืนวิถีสวรรค์ด้วยกระบี่เดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%