คราบเลือดสีดำสนิทของมอนสเตอร์ระดับบอสยังคงเปรอะเปื้อนอยู่บนสนับศอกของเรย์ กลิ่นคาวสนิมและกลิ่นไหม้ของเวทมนตร์อัคคีลอยอบอวลอยู่ในห้องเซฟโซนใต้ดิน ซึ่งถูกเวทมนตร์ป้องกันขั้นสูงผนึกกั้นจากโลกภายนอกอย่างแน่นหนา
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังแข่งกับเสียงหยดน้ำที่ร่วงหล่นจากเพดานหินย้อย เรย์ทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่าอย่างไร้มาด กางเกงยุทธวิธีขาดวิ่นเผยให้เห็นรอยถลอกและบาดแผลยาวบริเวณหน้าแข้ง แต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมปริปากบ่นสักแอะ ดวงตาคมกริบสีไพลินยังคงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง แม้จะเพิ่งผ่านศึกหนักร่วมกันมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อสิบนาทีที่แล้วก็ตาม
"เลิกมองด้วยสายตาระแวงแบบนั้นเสียที เรย์... ผมไม่ใช่ศัตรูของคุณในเวลานี้"
เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ซีคปลดถุงมือหนังสีดำออกช้าๆ เผยให้เห็นเรียวนิ้วยาวและข้อมือแกร่งที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ จากกฎเหล็กของระบบผู้คุมกฎ ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินยวงทรุดกายลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเกมเมอร์หนุ่มเลือดร้อน ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้ชิดจนเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นอายบุหรี่สมุนไพรจางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูกของเรย์
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความดื้อรั้น "ไม่ให้ระแวงได้ยังไงครับ คุณท่านผู้คุมกฎ... มือข้างที่ถือดาบพิพากษาของคุณเพิ่งจะเฉือนคออสูรมายาเมื่อกี้ ใครจะรู้ว่าคุณจะเปลี่ยนใจมาแทงข้างหลังผมตอนเผลอหรือเปล่า"
"ถ้าผมอยากกำจัดคุณ ผมคงทำตั้งแต่ตอนที่คุณฝ่าด่านสามเข้าไปโดยไม่ขออนุญาตแล้วล่ะครับ" ซีคตอบกลับทันควัน นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยล้อเล่นแม้แต่น้อย เขายื่นมือออกไปคว้าข้อแขนของเรย์ที่พยายามจะซ่อนแผลฉีกขาดไว้ด้านหลัง แรงบีบนั้นหนักแน่นแต่ไร้ซึ่งเจตนาทำร้าย "อยู่นิ่งๆ สิครับ... ดื้อด้านอยู่ได้"
เรย์สะดุ้งเฮือกยามที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของซีคแตะลงบนผิวเนื้อบริเวณข้อมือที่เปื้อนคราบเลือด ความเย็นเยียบนั้นตัดกับความร้อนรุ่มที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังอย่างประหลาด เวทมนตร์ฟื้นฟูสีฟ้าอ่อนถูกถ่ายเทผ่านปลายนิ้วของซีคเข้าไปสมานแผลสด ความเจ็บปวดบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเรย์เต้นผิดจังหวะกลับไม่ใช่พิษสงของบาดแผล หากแต่เป็นสัมผัสที่ทั้งอ่อนโยนและเด็ดขาดของผู้ชายคนนี้
"ผมจัดการเองได้น่า... ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีหรอก" เรย์พยายามดึงข้อมือกลับ แต่ซีคกลับออกแรงรั้งไว้แน่นขึ้น ดวงตาคมกริบของทั้งคู่สบประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันรอบกายทำให้เสียงหัวใจเต้นโครมครามดังชัดเจนเสียจนน่าตกใจ
"อย่าดื้อกับผมเลยเรย์... คุณก็รู้ว่าในดันเจี้ยนนิรันดร์แห่งนี้ ถ้าไม่มีผมคอยแก้ทางระบบให้ ป่านนี้ร่างของคุณคงสลายกลายเป็นละอองข้อมูลไปนานแล้ว" ซีคเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มจนเกือบกลายเป็นเสียงครางต่ำที่สั่นสะท้อนในอก "ทำไมถึงชอบทำตัวให้บาดเจ็บอยู่เรื่อย... คุณเรียกร้องความสนใจจากผมหรือยังไงกัน"
คำพูดหยอกเย้าที่หลุดออกมาจากปากของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไร้ความรู้สึกอย่างซีค ทำให้เรย์ถึงกับชะงักค้าง ปลายหูขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคืองขัดปนความเขินอายที่ซ่อนไม่มิด รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของซีคนั้นช่างร้ายกาจและมีเสน่ห์เหลือเกินในยามที่แสงไฟจากคบเพลิงสาดกระทบ
"ใครเรียกร้องความสนใจจากคุณกัน... อย่าหลงตัวเองหน่อยเลยครับคุณซีค" เรย์สวนกลับทันควัน ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "ผมแค่... ไม่ชอบแพ้ใคร และไม่ชอบก้มหัวให้กฎงี่เง่าของคุณต่างหาก"
ซีคหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน เป็นเสียงที่ทำให้อุณหภูมิในห้องเซฟโซนแคบๆ นี้พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน นิ้วเรียวยังคงเกลี่ยเบาๆ บนรอยแผลเป็นเก่าที่ข้อมือของเรย์ ราวกับกำลังสำรวจสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ใต้คราบความดื้อรั้น
"ดื้อด้าน... ปากแข็ง... แต่ฝีมือไม่เลวเลยนี่ครับ" ซีคเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ร ะดับสายตาที่เลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเรย์ ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดแบบใหม่ ตึงเครียดที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ที่ปฏิเสธไม่ได้ "บอกผมหน่อยสิเรย์... อะไรคือแรงผลักดันให้คุณยอมเสี่ยงตายบุกเข้ามาถึงชั้นนี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าทางข้างหน้ามีแต่ความตายรออยู่"
เรย์หันกลับมาสบตาอีกครั้ง ความลังเลฉายชัดในแววตาสีไพลินชั่วขณะ ก่อนที่ความมุ่งมั่นจะกลับมาแทนที่ "เพราะผมต้องหาทางออกไปจากที่นี่... และผมต้องการคำตอบว่าทำไมระบบถึงเลือกผมให้มาอยู่ที่นี่"
ซีคเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาสีเทาเข้มลุ่มลึกราวกับหลุมดำที่พร้อมจะดูดกลืนทุกสิ่ง เขยิบเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม เรย์กลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สมองประมวลผลคำเตือนสารพัด แต่อารมณ์กลับสั่งให้หยุดนิ่งอยู่กับที่
"บางที... คำตอบที่คุณตามหา อาจไม่ใช่ตัวระบบหรอกครับเรย์" ซีคกระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู ปลายนิ้วอุ่นเลื่อนขึ้นสัมผัสกรามได้รูปของเกมเมอร์หนุ่มอย่างแผ่วเบาราวกับจะขออนุญาต "แต่มันอาจจะอยู่ที่... คนที่คุมกติกานี้ต่างหาก..."
บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ความหวานล้ำเจือความอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอนูผิว เรย์หลับตาลงครึ่งหนึ่งเตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่า...
*ตึง! โครม!!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากประตูกลไกด้านนอกดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ เศษหินและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน แรงสั่นสะเทือนทำให้ผนังห้องเซฟโซนร้าวเป็นทางยาว
ซีคชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังในเสี้ยววินาที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับเรียกดาบพิพากษาออกมาถือไว้ในมืออีกครั้ง นัยน์ตาสีเทากวาดมองไปยังกลุ่มควันหนาทึบที่กำลังพวยพุ่งเข้ามาทางช่องประตูที่ถูกทำลาย
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับ" ซีคหันมามองเรย์ที่ผุดลุกขึ้นยืนตามด้วยใบหน้าบึ้งตึงด้วยความหงุดหงิด "เตรียมตัวให้พร้อม... รอบนี้ไม่ใช่แค่ลูกน้องกระจอกๆ แน่"
เรย์พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความหัวเสีย มือซ้ายกระชับกริชคู่ใจแน่น ดวงตาสีไพลินฉายแววตื่นเต้นระคนกระหายเลือด "ให้ตายสิ... กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแท้ๆ เชียว!"
สิ้นเสียงคำรามทุบพื้นสะเทือน เงาร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็ก้าวทะลุผ่านม่านควันไฟเข้ามา รังสีอำมหิตแผ่พุ่งกดทับจนอากาศแทบหายใจไม่ออก และในวินาทีที่เงาร่างนั้นปรากฏชัดเจนต่อสายตา เรย์ก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ทั่วไป แต่เป็น...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
- ชาโดว์ฮันเตอร์ -
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 5
แผลเป็นที่ข้อมือและรอยยิ้มมุมปาก
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!