กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ และกลิ่นอายความอับชื้นของศิลาโบราณในชั้นที่สี่สิบของดันเจี้ยนนิรันดร์ ยังไม่น่าเวียนหัวเท่ารังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากร่างสูงโปร่งของคนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น
"นายเดินเกมพลาดไปสามวินาทีเต็ม เรย์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยไร้คลื่นอารมณ์ดังขึ้น ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนน่าหงุดหงิด ซีค ปรับแว่นตาไร้กรอบของตนเองเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าครามใต้กรอบเลนส์นั้นมองตรงมาที่เรย์ด้วยสายตาที่ประเมินค่าราวกับเขากำลังตรวจข้อสอบของเด็กประถม
เรย์ที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดคราบเขม่าสีดำบนใบหน้าและแนวสันจاوคมคาย ชะงักมือทันที เขาตวัดสายตาดุดันกลับไปมองอีกฝ่ายด้วยความไม่สบอารมณ์ ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มเยาะใส่ทันทีตามนิสัยที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"พลาดเหรอครับ คุณผู้คุมกฎ? ถ้าผมไม่เบี่ยงวิถีดาบในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของบอสตัวเมื่อกี้คงกระจายติดผนังจนนายต้องมานั่งเก็บกวาดให้เหนื่อยแรงเปล่า ๆ มากกว่ามั้ง" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความกวนประสาทอย่างชัดเจน
"ความโลภอยากปิดเกมไวทำให้วิจารณญาณนายพร่ามัว นายคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกผู้กอบกู้โลกหรือไง ถึงได้ชอบพุ่งเข้าใส่เดี่ยว ๆ โดยไม่สนแผนผังปาร์ตี้" ซีคก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว รองเท้าหนังส่งเสียงกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะหนักแน่นที่กดดันบรรยากาศรอบตัวให้แคบลงเรื่อย ๆ
เรย์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงจนไหล่แทบจะชนกับคนตรงหน้า ถึงแม้ซีคจะสูงกว่าเขาอยู่เล็กน้อย แต่รัศมีอารมณ์คุกรุ่นที่เรย์แผ่ออกมาก็ไม่ได้เป็นรองเลยแม้แต่น้อย
"หึ... แผนผังปาร์ตี้งั้นเหรอ? นายมันก็แค่พวกหุ่นยนต์ใส่สูทที่ยึดติดกับกฎเกณฑ์โง่ ๆ จนไม่กล้าแม้แต่จะเสี่ยงอะไรสักอย่าง ชีวิตในดันเจี้ยนนี้มันต้องใช้สัญชาตญาณเว้ย ไม่ใช่คู่มือปฏิบัติงาน" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีรัตติกาลจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
"สัญชาตญาณของนายมันพาไปตายมาหลายรอบแล้ว ถ้าไม่มีฉันคอยตามเช็ดก้นให้ นายคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ชั้นที่สิบไปนานแล้วล่ะเรย์"
"ปากคอเราะร้ายชะมัด... รู้ตัวไหมว่าดาบในมือฉันที่ว่าคมแล้ว ยังเทียบไม่ได้กับลิ้นของนายเลยสักนิด ซีค" เรย์ยื่นใบเข้าไปใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับกรอบหน้าคมคายของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่คืบเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของเหงื่อจาง ๆ และกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ปะปนกันจนน่าประหลาด
ซีคชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตาที่มักจะหรี่ลงด้วยความเรียบเฉยเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้อกเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดสะดุดกึกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อดวงตาคู่สวยของเรย์พินิจพิเคราะห์ริมฝีปากของเขาด้วยแว่นสายตาลึกล้ำที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงหยดน้ำจากเพดานถ้ำที่เคยดังสะท้อนกลับเงียบหายไปในโสตประสาท เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกันอย่างน่าอึดอัดแต่กลับปฏิเสธไม่ได้ว่าหอมหวาน
"ถอยไป... เรย์ นายใกล้เกินไปแล้ว" ซีคเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความสั่นพร่าเจือปนอยู่เล็กน้อย มือเรียวยกขึ้นหมายจะดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า...
"ทำไมล่ะ? กลัวเหรอ หรือว่า..." เรย์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่เปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ "ผู้คุมกฎผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้... กำลังใจเต้นแรงอยู่เหมือนกัน?"
นิ้วมือเรียวแข็งแรงของเรย์เอื้อมขึ้นแตะเบา ๆ ที่กรอบหน้าคมของซีค ปัดปอยผมที่ตกลงมาบังหน้าผากอีกฝ่ายออกอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วทำให้ร่างสูงถึงกับเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง ซีคไม่เคยยอมให้ใครเข้าใกล้ในระยะประชิดขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นเจ้าตัวแสบที่ชอบแหกกฎคนนี้ด้วยแล้ว มันควรจะเป็นการล้ำเส้นที่เขาต้องลงโทษทันที
ทว่า... ร่างกายของเขากลับไม่ยอมขยับหนี
ดวงตาสีฟ้าครามหลุบมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดจายียวนกวนประสาทของเรย์อย่างเผลอไผล ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความโกรธเคืองที่ควรจะมีถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนวูบวาบที่แล่นพล่านไปทั่วปลายประสาท
"นายมัน... ดื้อด้านเกินเยียวยาจริง ๆ" ซีคกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากบางเฉียบขยับอยู่ห่างจากริมฝีปากของเรย์เพียงไม่ถึงเซนติเมตร
"ก็เพราะฉันดื้อแบบนี้ไง นายถึงได้ละสายตาจากฉันไม่ได้สักที..." เรย์ตอบเสียงกระซิบแผ่วเบา นัยน์ตาทั้งคู่ประสานกันนิ่งสนิท ดึงดูดกันและกันราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาล
ทว่า...
*แกร๊ก! เสียงกลไกศิลาโบราณขยับตัวดังสนั่นหวั่นไหว*
แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องวาบไปทั่วโถงกว้าง พร้อมกับเสียงระบบแจ้งเตือนของดันเจี้ยนที่ดังลั่นทะลุโสตประสาท
[ประกาศเตือน: ตรวจพบผู้บุกรุกระดับภัยพิบัติก้าวเข้าสู่เขตชั้นที่สี่สิบเอ็ด - 'ราชันย์โลหิต' ปรากฏตัว]
ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต ซีคจัดปกเสื้อของตัวเองให้เข้ารูปอย่างลวก ๆ ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อจาง ๆ ที่เจ้าตัวพยายามซ่อนมันไว้ใต้เรือนผมอย่างแนบเนียน ส่วนเรย์สะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนอาการหัวใจเต้นรัวที่ยังคงตื่นตัวไม่หาย มือหนากระชับด้ามดาบในมือแน่นขึ้นทันทีเพื่อปรับโหมดกลับสู่สถานการณ์ต่อสู้
ซีคหันหลังกลับไปมองทางประตูศิลาที่กำลังเปิดอ้าออกช้า ๆ เผยให้เห็นเงาร่างมหึมาที่แผ่ไอสังหารรุนแรงออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว แต่ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้า
"อย่าตายก่อนล่ะ... ซีค" เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความห่วงใยเจือรอยยิ้มมุมปาก "เพราะฉันยังเคลียร์บัญชีปากกับนายไม่จบ"
ซีคชะงักฝีเท้าเล็กน้อย หันกลับมามองคนข้างกายด้วยหางตา พร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ห่วงตัวเองให้รอดก่อนเถอะ... เจ้าเด็กเหลือขอ"
สิ้นคำพูดนั้น ประตูบานยักษ์ก็เปิดผ่าออกจนสุด พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาทมิฬที่พุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วแสง—
*ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความเดือดระอุครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - ชาโดว์ฮันเตอร์*
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 6
ดาบที่คมกว่าคือลิ้นของนาย
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!