เอกสารแผ่นนั้นไม่ได้มีค่าแค่วัสดุรีไซเคิล แต่มันคือใบมรณะบัตรที่ประทับตราโลโก้สีแดงฉานของระบบหลักอย่างสมบูรณ์แบบ
"นายคิดจะทำบ้าอะไร ซีค?"
เสียงทุ้มห้วนของเรย์ดังขึ้นแทรกเสียงคำรามต่ำของบอสใหญ่ประจำชั้นที่กำลังสั่นสะเทือนพื้นห้องโถงหินออบซิเดียน ใต้แสงไฟสลัวสีม่วงอมแดงของดันเจี้ยนนิรันดร์ ร่างอวตารของระบบหลักในคราบมนุษย์กำลังยืนไขว่ห้างอยู่บนแท่นหินสูงราวกับผู้ชมแถวหน้าในโรงละครแห่งความตาย มือเรียวยาวสะบัดซองเอกสารในมือเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ขณะที่สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่ชายหนุ่มผู้คุมกฎ
ซีคไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาสีฟ้าเย็นชาคู่นั้นกวาดมองความเสียหายรอบตัว รอยแยกของหินผาและคราบเลือดที่ยังอุ่นเครื่องจากการปะทะระลอกแรก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"คำสั่งก็คือคำสั่ง เรย์ นายก็รู้ว่าระบบไม่มีทางปล่อยให้คนที่ถือสิทธิ์โอเวอร์ไรต์โค้ดลอยนวล... ต่อให้คนคนนั้นจะเป็นฉันเองก็ตาม"
"เฮอะ! ระบบบ้าบออะไรนั่นจะสั่งให้ใครตายก็ได้งั้นเหรอ?" เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีรัตติกาลลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย เขากระชับดาบพลังงานในมือแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน "ถ้ามันอยากเก็บนาย นักล่าแต้มอย่างฉันก็ไม่ยอมให้มันเอาตัวนายไปง่ายๆ หรอกนะ บอกไว้ก่อน!"
คำพูดนั้นไม่ได้กลั่นกรองมาจากความห่วงใยตามแบบฉบับคนรักโลก แต่มันคือประกาศิตจากเซียนเกมสายบวกผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อกฎเกณฑ์งี่เง่าใดๆ ซีคชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา แต่ในวินาทีที่ร่างยักษ์ของ 'บอสมังกรทมิฬแห่งห้วงนรก' อ้าปากพ่นเปลวเพลิงสีดำทะมึนเข้าใส่ ทั้งคู่ก็ต้องละสายตาจากกันแล้วพุ่งตัวแยกไปคนละทิศคนละทาง
ตูーム!
แรงระเบิดมหาศาลซัดเอาเศษหินกระเด็นว่อน เรย์กลิ้งหลบไปตามพื้นหินขรุขระอย่างคล่องแคล่ว อาศัยจังหวะที่บอสมังกรหันไปสนใจเป้าหมายใหญ่อย่างซีค พุ่งทะยานขึ้นกลางอากาศด้วยสกิลสเต็ปขั้นเทพ ดาบในมือฟันเข้าที่จุดอ่อนใต้ปีกซ้ายอย่างแม่นยำจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ
"ซีค! ทางซ้ายเปิดช่องโหว่แล้ว จัดการเลย!" เรย์ตะโกนสั่งเสียงดังลั่นท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของมอนสเตอร์
ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำสอง ซีคที่ดีดตัวหลบเปลวไฟเมื่อครู่ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวบอสด้วยความเร็วดุจภูตผี ปลอกแขนเหล็กกล้าเรืองแสงสีฟ้าสว่างวาบ เขาระดมหมัดใส่จุดประสาทสำคัญของบอสมังกรติดต่อกันเจ็ดครั้งซ้อนด้วยพลังจิตที่อัดแน่นจนเกิดคลื่นกระแทกสะเทือนไปถึงแก้วิกตอรี
การประสานงานของทั้งคู่ไร้ที่ติราวกับซ้อมกันมาเป็นร้อยรอบ แม้ปากจะกัดกันตลอดทาง แต่ยามเมื่อต้องเอาชีวิตรอด เคมีบ้าคลั่งและความเข้าขาของพวกเขากลับระเบิดพลังทำลายล้างออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด เรย์คือกำลังโจมตีที่บ้าบิ่นและคาดเดาไม่ได้ ส่วนซีคคือสมองกลยุทธ์ที่เฉียบคมและแม่นยำ ทั้งสองเหวี่ยงตัวเองหลบกรงเล็บมหึมาที่ตะกุยผ่านหน้าไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด กลิ่นอายของความตายและอะดรีนาลีนที่สูบฉีดทำให้บรรยากาศรอบตัวเดือดระอุยิ่งกว่าลาวา
"อย่ามัวแต่เก๊กนักเซี่ยะ ระวังข้างหลัง!" เรย์สบถเสียงดังเมื่อหางขนาดมหาสฟิงซ์ฟาดเข้ามาทางด้านหลังของซีคอย่างไร้เสียงเตือน
ซีคเบี่ยงตัวหลบไม่ทันในเสี้ยววินาทีวิกฤต เรย์จึงพุ่งเข้าไปคว้าเอวสอบของอีกฝ่ายแล้วกระชากหลบออกมาพร้อมกัน ร่างทั้งสองกลิ้งคลุกคลินไปกับพื้นหินฝุ่นตลบอบอวล แรงปะทะทำให้เรย์ทับอยู่ด้านบนโดยมีซีควางมือยันอกแกร่งเอาไว้ สายตาของทั้งคู่ประสานกันในระยะประชิด ชั่วขณะนั้นเสียงคำรามของบอสดันเจี้ยนราวกับถูกตัดขาดออกไปจากโลกใบนี้
ลมหายใจที่หอบกระชั้นปะทะเข้าหากัน กลิ่นเหงื่อเจือจางผสมกับกลิ่นอายดินปืนและพลังงานเวทมนตร์ยิ่งทำให้บรรยากาศร้อนรุ่มจนน่าประหลาด เรย์ก้มมองคนใต้ร่าง ใบหน้าคมคายที่ปกติจะเยือกเย็นไร้ความรู้สึกบัดนี้กลับมีสีระเรื่อจางๆ ที่พวงแก้ม ดวงตาสีฟ้าคู่สวยไหวระริกอย่างหาได้ยาก
"นาย... ช่วยฉันทำไม?" ซีคเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ไร้ซึ่งมาดผู้คุมกฎผู้หยิ่งผยอง
"ก็บอกแล้วไงว่านายเป็นของฉัน... หมายถึงเป็นเหยื่อในเกมของฉัน ห้ามให้ใครมาตัดหน้าฆ่าก่อนเด็ดขาดต่างหากเล่า!" เรย์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มร้อนผ่าวของตัวเองด้วยการยิ้มเยาะกวนประสาท แต่หัวใจข้างในกลับเต้นรัวเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก
ทว่า ช่วงเวลาแห่งความฟินจิกหมอนและหัวใจเต้นรัวก็ต้องจบลงอย่างกะทันหัน เมื่อแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวตีกลับมาจากบอสมังกรที่กำลังรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ดวงตาสีแดงฉานของมันเบิกกว้าง อ้าปากเตรียมปล่อยท่าไม้ตาย 'สุริยันทมิฬ' ที่จะล้างบางพื้นที่นี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง
"มันจะระเบิดตัวเองแล้ว!" ซีคดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมาเคร่งเครียดจริงจังดังเดิม
"ถอยไม่ได้แล้ว... ถ้าปล่อยให้มันปล่อยสกิลนี้ ชั้น 13 ทั้งชั้นจะพังพินาศ" เรย์ลุกขึ้นตาม ประชับดาบในมือมั่น แววตาฉายประกายความดุดันระดับเซียนเกมผู้ไม่เคยยอมแพ้ "เราต้องโจมตีพร้อมกัน ทำลายแกนกลางที่หน้าอกมันในเสี้ยววินาทีที่มันอ้าปากกว้างที่สุด!"
"นายไว้ใจฉันไหม เรย์?" ซีคหันมาสบตา ถามคำถามที่ไร้ซึ่งความลังเล
เรย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและกวนประสาทในเวลาเดียวกัน "คำถามโง่ๆ ถ้าไม่ไว้ใจ นายคงโดนฉันแทงตายไปตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกแล้วล่ะ... ลุยกันเลย!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าหาบอสมังกรทมิฬพร้อมกันเป็นครั้งสุดท้าย เรย์พุ่งล่อเป้าดึงดูดสายตาของมอนสเตอร์ด้วยการใช้สกิลเคลื่อนย้ายพริบตาปั่นป่วนประสาทสัมผัสของมัน ขณะที่ซีคอาศัยจังหวะเสี้ยววินาทีทอง รวบรวมพลังจิตทั้งหมดไว้ที่หมัดขวาจนเกิดแสงสีฟ้าเจิดจ้าทะลวงทะะลุเกล็ดมังกรเข้าไปถึงแกนกลาง
ตูมมมมม—!
แสงสว่างวาบกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในห้องโถงจนขาวโพลน แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง เสียงคำรามเฮือกสุดท้ายของบอสดันเจี้ยนดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ร่างมหึมานั้นจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองนับล้านชิ้นกระจายไปทั่วอากาศ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เรย์นอนหอบหายใจโยนตัวอยู่บนพื้นหิน ร่างกายเต็มไปด้วยแผลฟกช้ำและคราบเขม่าควัน แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ระบบแจ้งเตือนหน้าจอสีทองเด้งขึ้นตรงหน้าพร้อมเสียงดนตรีแห่งชัยชนะ
[ยินดีด้วย! ท่านพิชิต 'บอสมังกรทมิฬ' แห่งชั้นที่ 13 ได้สำเร็จ]
[ได้รับไอเทมระดับตำนาน: กุญแจปลดล็อกระบบหลัก]
เรย์พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก กวาดสายตามองหาใครอีกคน "ซีค... นายรอดไหม?"
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากกลุ่มควันจางๆ ซีคอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยต่างกันนัก เสื้อผ้าขาดวิ่นเผยให้เห็นผิวเนียนและรอยแผลถลอกเล็กน้อย แต่แววตากลับนิ่งสนิท ทว่าในมือของเขากลับถือเอกสารคำสั่งประหารชีวิตแผ่นเดิมที่ยับยู่ยี่จากการต่อสู้
"เราชนะแล้ว..." ซีคพูดเสียงเรียบ เดินเข้าไปใกล้เรย์ที่นั่งอยู่บนพื้น ก่อนจะยื่นมือเรียวออกไปเบื้องหน้า "นายทำได้ดีมาก... สำหรับเด็กเกเรอย่างนาย"
เรย์แค่นหัวเราะ คว้ามือของซีคแล้วออกแรงดึงกระชากเบาๆ จนร่างโปร่งเซถลาล้มลงมาปะทะอ้อมอกของเขาอีกรอบ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ริมฝีปาก
"ชมกันแบบนี้ เดี๋ยวฉันก็ตายใจหรอก..." เรย์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาสีรัตติกาลมองริมฝีปากบางของอีกฝ่ายอย่างล่อแหลม "แล้วเอกสารใบนั้นล่ะ จะเอายังไงต่อ หืม?"
ซีคชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้ เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยตอบคำถามนั้น แต่ก่อนที่เสียงกระซิบหวานปนท้าทายจะหลุดออกมาจากริมฝีปากของคนทั้งคู่—
แอ๊ดดด...
เสียงบานประตูเหล็กหนาหนักของห้องลับสุดยอดที่ถูกปิดตายมานับร้อยปีค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังแสงสว่างจ้า
"น่าประทับใจจริงๆ ที่พวกเธอสองคนมาถึงจุดนี้ได้..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับร่างเงาสูงสง่าที่ก้าวพ้นขอบประตูออกมา และทำให้เลือดในกายของเรย์และซีคเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว!
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์ความฟินปนเดือดนี้มาด้วยกันนะครับ)*
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 13
เมื่อความไว้ใจเป็นอาวุธ
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!