เศษหินสีนิลและฝุ่นควันจากการระเบิดเมื่อครู่ยังคงลอยเค្វ้งคว้างอยู่ในอากาศ แรงสั่นสะเทือนจากคอร์พลังงานของดันเจี้ยนชั้นที่สิบสามทำให้พื้นคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าสั่นระริกราวกับแผ่นดินไหว แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความพังทลายรอบกาย กลับเป็นเงาร่างสูงโปร่งที่ก้าวผ่านม่านควันเข้ามาอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดันจนลมหายใจสะดุด
เรย์กัดฟันกรอด มือข้างที่ถือดาบพลาสม่าสั่นระริกด้วยความเหนื่อยล้า เลือดสีแดงสดไหลซึมจากขมับอาบแก้มข้างหนึ่ง ตัดกับผิวซีดเซียวและดวงตากลมโตที่ฉายแววพยศไม่เสื่อมคลาย เขายันกายลุกขึ้นจากซากปรักหักพังของเสาหินอัคคี แผ่นหลังชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบจนไม่มีทางให้ถอยหนีอีกต่อไป
"คิดว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของฉันไปได้ตลอดหรือไง… น้องชายตัวแสบของฉัน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ซีคหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขามีเพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดตามองสำรวจเรือนร่างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้ของเรย์อย่างละเอียด ตั้งแต่รอยแผลถลอกที่ต้นแขน ไปจนถึงหยดเหงื่อที่ไหลรินลงมาตามคอระหง
แววตาของซีคไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยว แต่มันลึกล้ำและสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป—ความรู้สึกที่ผู้คุมกฎผู้ไร้พ่ายไม่เคยอนุญาตให้ใครได้เห็น
"เลิกเรียกฉันว่าน้องชายสักที ซีค!" เรย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงหอบสะท้านแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น เขายืดอกขึ้นแม้ขาจะสั่น "เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมานานตั้งแต่ในโลกความเป็นจริงแล้ว นายเป็นแค่ 'ผู้คุมกฎ' บ้าอำนาจคนหนึ่ง ส่วนฉันคือผู้เล่นที่นายไม่มีวันควบคุมได้!"
ซีคไม่โกรธ คำพูดพยศเหล่านั้นกลับทำให้มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่อันตรายและชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างประหลาด มือเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมออกไป ปลายนิ้วกร้านปาดคราบเลือดที่ข้างแก้มของเรย์ออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับทะนุถนอม แต่ในขณะเดียวกันก็ตรึงร่างของเรย์ไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน
เรย์สะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำรัวยิ่งกว่าตอนสู้กับบอสประจำชั้น เขากัดริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนความสั่นไหว ปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่สบอารมณ์ "อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!"
"ดื้อด้าน" ซีคพึมพำเบาๆ น้ำเสียงทุ้มพร่าใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านใบหู "รู้ไหมว่านายทำอะไรลงไป... การแหกกฎระบบเพื่อช่วยฉันจากกับดักมิติ มันคุ้มกันแล้วหรือไงกับการที่นายต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในที่แบบนี้"
เรย์ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบหลบสายตา "ใครบอกว่าฉันช่วยนาย... อย่าหลงตัวเองน่าซีค ฉันแค่ต้องการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เพื่อหาทางออกจากระบบงี่นี่ต่างหาก นายไม่ใช่ศูนย์กลางจักรวาลนะ!"
"โกหกไม่เนียนเลยนะครับ เรย์"
ซีคขยับเข้าไปประชิดตัวมากขึ้นจนแผ่นหลังของเรย์แนบสนิทไปกับผนังหินเย็นเฉียบ วงแขนแกร่งยกขึ้นกักตัวเด็กหนุ่มไว้ทั้งสองข้าง ไม่เหลือช่องว่างให้หลบหนี กลิ่นอายเฉพาะตัวของซีค—กลิ่นฝนแรกและสนเย็น—โอบล้อมเรย์ไว้จนแทบหายใจไม่ออก
เรย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายออก แต่แรงของเขายามนี้แทบไม่เหลือหลอ "ถอยไปนะ... ถ้าไม่อยากให้ฉันแทงนายด้วยมีดเล่มนี้"
"แทงสิครับ" ซีคกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก "ถ้ามันทำให้หายโกรธ หรือถ้ามันทำให้รู้ว่านายยังรู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึก... นายจะใช้มันแทงหัวใจฉันจริงๆ หรือเปล่าล่ะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงระเบิดจากภายนอกห้องโถงเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่ เรย์เม้มปากแน่น ความแข็งกร้าวทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อยต่อหน้าสายตาที่อ่านไม่ออกแต่เต็มไปด้วยความเว้าวอนของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น "ศัตรู"
"นายมันบ้า..." เรย์พึมพำเสียงสั่น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากร่างกายของซีคกำลังกัดกินเกราะป้องกันทั้งหมดของเขา "นายทำให้ทุกอย่างมันยุ่งเหยิงไปหมด... ซีค"
"ฉันแค่อยากให้มันถูกต้อง" ซีคหลุบตามองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยอ่อน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างที่เรย์ไม่เคยได้ยินมาก่อน "และสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในโลกใบนี้... คือการที่ฉันได้ปกป้องนาย ไม่ว่าจะต้องทำลายระบบบ้าๆ นี่กี่ครั้งก็ตาม"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตา หัวใจเต้นแรงจนเจ็บแปลบ เขารู้ดีว่าความรู้สึกนี้มันอันตรายแค่ไหน ความสัมพันธ์ที่อยู่บนเส้นแบ่งระหว่างผู้ล่ากับเหยื่อ ผู้คุมกฎกับคนนอกคอก มันไม่มีทางลงเอยด้วยดี แต่ทว่า... ปลายจมูกของพวกเขากำลังจะสัมผัสกันอยู่รำคาญใจ
"ถ้าอย่างนั้น..." เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดเอמהคำพูดที่เก็บซ่อนไว้ในใจออกไป "ถ้านายคิดแบบนั้นจริง ๆ ล่ะก็..."
"..." ซีครอฟังอย่างใจจดใจจ่อ ลมหายใจสะดุดกูบเมื่อปลายนิ้วมือเรียวของเรย์เอื้อมขึ้นมาสัมผัสที่ปกเสื้อของเขา
ทว่า—
*เปรี๊ยะ! บรึ้ม!*
เสาเหล็กกล้าขนาดยักษ์ที่พยุงเพดานด้านบนถูกแรงระเบิดปริศนาซัดจนหักโค่น เสียงเศษปูนถล่มลงมาขวางกั้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา
"เกิดอะไรขึ้น!" เรย์อุทานด้วยความตกใจ รีบกระโดดถอยหลังหลบเศษซากที่ร่วงลงมา
เมื่อม่านฝุ่นจางลง ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเรย์ต้องหยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะความเสียหายของดันเจี้ยน แต่เป็นเพราะบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง—ร่างสูงสวมชุดเกราะสีเงินยวง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ความรู้สึกที่คุ้นเคยดีกำลังยกยิ้มมุมปาก พร้อมกับคมดาบยาวที่พาดผ่านลำคอของซีคจากด้านหลัง
"น่าประทับใจจริงๆ ครับท่านผู้คุมกฎ" น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากผู้มาใหม่ "แต่ดูเหมือนว่า... ปาร์ตี้ของคุณจะจบลงแค่นี้แล้วล่ะครับ"
เรย์เบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีเป็นตายนี้ คือใครกันแน่...
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางฝ่าดันเจี้ยนเดือดระอุไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 17
คำสารภาพท่ามกลางกองซากปรักหักพัง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!