เหล็กกล้ากระทบกันจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนนัยน์ตาคมกริบของทั้งคู่ แรงปะทะมหาศาลส่งผลให้พื้นศิลาแกร่งใจกลางหอคอยมิติที่แปดแตกร้าวเป็นรอยแยกรูปใยแมงมุม
“นายมันดื้อด้านเกินไปแล้วนะ เรย์!”
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะราบเรียบและเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของซีคบัดนี้เจือด้วยหอบหายใจหนักหน่วง นัยน์ตาสสีเทาเข้มสะท้อนภาพของเกมเมอร์อัจฉริยะที่กำลังยิ้มเยาะใส่เขาอย่างท้าทาย ทั้งที่มุมปากของอีกฝ่ายมีคราบเลือดสีสดไหลซึม
เรย์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเสน่ห์อันตราย ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนฝุ่นควันแต่กลับยิ่งดูโดดเด่นสะดุดตาในยามที่ดวงตาสีรัตติกาลลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งชัยชนะ มือเรียวยาวกำด้ามดาบพลังงานแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“กฎบ้าๆ ของนายมันใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างฉันหรอก ซีค!” เรย์ตวาดกลับเสียงกร้าว สองขาดีดตัวพุ่งเข้าประชิดร่างสูงในเสี้ยววินาที “ถ้าอยากให้ฉันหยุดนัก นายก็ต้องล้มฉันให้ได้ด้วยตัวเองสิเว้ย!”
บูมมม!
แรงระเบิดจากการปะทะครั้งใหม่แผ่ขยายเป็นวงกว้าง คลื่นกระแทกซัดเอาเศษหินลอยเคว้งคว้างในอากาศ บรรยากาศรอบตัวเดือดระอุจนแทบหลอมละลาย ซีคขบกรามแน่น นัยน์ตาคมกวาดมองการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วดั่งภูตผีของคนตรงหน้า สมแล้วที่เป็นเซียนเกมสายบวกผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจภายใต้อกเสื้อเครื่องแบบผู้คุมกฎกลับเต้นรัวเร็วจนผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยอ่อนจากการต่อสู้ แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวลึกๆ ที่ว่า… เขาอาจจะรั้งคนๆ นี้ให้อยู่ในกรอบของดันเจี้ยนนิรันดร์ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ดาบในมือซีคหวาดปัดป้องการโจมตีอันดุดันราวกับพายุหมุน เรย์ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว การเคลื่อนไหวของทั้งคู่ผสานกันอย่างลงตัวราวกับจังหวะแทงโก้แห่งความตาย ทุกครั้งที่ดาบเฉียดผ่านผิวเนื้อ ความร้อนผ่าวและกลิ่นอายความเร้าใจก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“นายคิดจะทำลายระบบทั้งหมดจริงๆ หรือไง เรย์?” ซีคเค้นเสียงถามลอดไรฟัน ขณะที่แขนแกร่งต้านทานแรงกดมหาศาลจากดาบของอีกฝ่าย ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร
“เปล่าเลย…” เรย์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “ฉันไม่ได้จะทำลายมัน… ฉันแค่จะ ‘เปลี่ยน’ มันใหม่ ให้มีแค่นายกับฉันที่กำหนดกฎเกณฑ์เองต่างหาก!”
คำพูดนั้นทำเอาซีคชะงักไปชั่วลมหายใจ ความเย็นชาที่เคยเคลือบคลอบadร้าวรานพังทลายลงในพริบตา เคมีและความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ตลอดการเดินทางพวยพุ่งขึ้นมาจนยากจะต้านทาน เรย์ไม่เคยเปลี่ยน… และเขาก็ไม่เคยเกลียดรอยยิ้มบ้าบิ่นนี้เลยสักครั้ง
“นายมัน… ตัวปัญหาจริงๆ” ซีคพึมพำเสียงพร่า แววตาที่มองอีกฝ่ายเปลี่ยนจากความเคร่งเครียดเป็นความลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง
“รู้ตัวก็สายไปแล้วล่ะคุณผู้คุมกฎ!”
เรย์ใช้จังหวะที่ซีคเสียสละสมาธิเพียงเสี้ยววินาทีพลิกตัวเตะตัดขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่หัวไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ซีคเซถอยหลังไปสองก้าวแต่ยังใช้ดาบปักพื้นยันร่างไว้ได้ทัน ก่อนที่เขาจะทันได้ตั้งหลัก เรย์ก็พุ่งเข้ามาประชิด ล็อกตัวเขาติดกับเสาหศิลาแกร่งด้วยความเร็วแสง
แขนแกร่งทั้งสองข้างของเรย์กักตัวซีคไว้ตรงกลาง ร่างกายแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของกันและกัน นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของอีกฝ่ายอย่างจงใจ กลิ่นอายเหงื่อไคลและฝุ่นดินผสมผสานกับความเร่าร้อนของการต่อสู้ ยิ่งขับเน้นความเซ็กซี่อันตรายให้พุ่งทะยานถึงขีดสุด
“ยอมแพ้ซะเถอะซีค นายชนะฉันไม่ได้หรอก” เสียงกระซิบพร่าเลือนดังอยู่ชิดริมฝีปาก เรย์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนแก้มสาก
ซีคแหงนหน้าขึ้นสบตา นัยน์ตาสสีเทาเข้มสะท้อนภาพของเซียนเกมจอมแสบที่กำลังได้ใจสุดๆ แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรอง แต่มุมปากของคนตัวสูงกว่ากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากที่ทำให้เรย์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ใครบอกว่าฉันแพ้…” ซีคกระซิบตอบเสียงนุ่มทุ้ม แววตาคมกริบฉายประกายเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน มือที่ถือดาบคลายออกปล่อยอาวุธร่วงลงพื้น ก่อนที่มือหนาจะพุ่งขึ้นควחוเข้าที่ท้ายทอยของเรย์ รั้งเข้ามาหาตัวอย่างรวดเร็ว
เรย์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจกระตุกวูบเมื่อริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างไร้การลังเล เป็นการจูบที่ดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความอัดอั้นที่สะสมมานาน สัมผัสที่เฉียบขาดทำให้เรย์สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ก่อนที่สัญชาตญาณนักสู้จะเปลี่ยนเป็นความเคลิบเคลิ้ม ร่างกายอ่อนยวบลงในอ้อมแขนของคนที่เขาเพิ่งประกาศตัวเป็นศัตรูเมื่อครู่
ลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานอย่างเอาแต่ใจ เรย์ส่งเสียงประท้วงในลำคอเล็กน้อยก่อนจะยอมพ่ายแพ้ ปล่อยให้มือเรียวเลื่อนขึ้นโอบรอบคอแกร่ง จิกปลายนิ้วลงกับเส้นผมสีเข้มเพื่อระบายความวาบหวิวที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศรอบตัวที่เคยเดือดระอุด้วยเสียงเพลงแห่งการต่อสู้ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์อันรุนแรง
ทว่า ในวินาทีที่เรย์กำลังจะหลอมละลายไปกับสัมผัสอันลึกซึ้งนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินเบื้องล่าง พร้อมกับแสงไฟวาบสีแดงฉานที่สาดส่องเข้ามาในห้องโถง
ปึง!
ประตูศิลาบานยักษ์ที่ควรจะถูกปิดตายด้วยระบบนิรันดร์ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
“น่าประทับใจจริงๆ ที่พวกเธอสองคนเล่นสนุกกันจนลืมเวลา…” น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้นท่ามกลางความตกตะลึง “แต่ดูเหมือนว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ อย่างฉัน จะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานซะแล้วสินะครับ เรย์… ซีค…”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความแสบสันต์ของคู่นี้เสมอนะครับ!
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 27
ดวลตัดสินกับผู้บงการ
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!