กลิ่นคาวเลือดและเศษซากคริสตัลแตกละเอียดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงกว้างของชั้นบอส เสียงคำรามครั้งสุดท้ายของระบบความปลอดภัยดังก้องสะท้อนในความเงียบ ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจหอบถี่ของเรย์ ร่างโปร่งในชุดเกราะเวทมนตร์ยับเยินทรุดลงคุกเข่ากับพื้น บาดแผลฉีกขาดตามลำตัวส่งกระแสความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วเส้นประสาท แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลกลับไม่ได้มองร่องรอยความเสียหายเหล่านั้นเลย
เบื้องหน้าของพวกเขา ประตูมิติขนาดมหาสละสลักลวดลายโบราณกำลังส่งแสงสีฟ้าเจิดจ้า มันคือทางออกเดียวสู่โลกภายนอก—รอยต่อสุดท้ายระหว่างความเป็นจริงกับกับดักนิรันดร์ที่กักขังพวกเขาไว้เนิ่นนาน
และที่สำคัญที่สุด... บนแผงควบคุมเรืองแสงข้างประตู มีเงื่อนไขการผ่านทางสลักด้วยตัวอักษรสีแดงฉานชัดเจน
*[ อนุญาตให้ผ่านทางได้เพียง 1 ชีวิตเท่านั้น ]*
"หึ... เล่นตลกอะไรกันอีกเนี่ย ระบบงี่เง่า" เรย์เค้นเสียงหัวเราะแหบพร่าในลำคอ มือเรียวพยายามยันกายลุกขึ้นยืน แม้เรียวขาจะสั่นเทาจนแทบไม่ยอมรับน้ำหนัก
"อย่าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มสามน่า เรย์"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยปราامขึ้น พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปลายนิ้วที่แตะลงบนหัวไหล่ด้านหลัง ซีคก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มเช่นเคย แต่ดวงตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นและราบเรียบเสมอ กลับไหววูบด้วยประกายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา ชุดยูนิฟอร์มของผู้คุมกฎของเขามีรอยฉีกขาดและคราบเขม่าควันไม่ต่างกัน แสดงให้เห็นว่าศึกเมื่อครู่หนักหนาสสาหัสแค่ไหน
เรย์สะบัดไหล่เล็กน้อยเพื่อปฏิเสธความช่วยเหลือ แม้ในใจจะรู้ดีว่าหากไม่มีซีคคอยคุ้มกันจุดบอดในวินาทีความเป็นความตายเมื่อกี้ เขาก็คงกลายเป็นฝุ่นผงไปนานแล้ว แต่ปากเก่งๆ ตัวดีก็ยังอดไม่ได้ที่จะสวนกลับตามนิสัย
"ถ้าฉันไม่ขยับ แล้วนายจะยืนเป็นหุ่นยนต์ค้างฟ้าอยู่ตรงนี้หรือไง ซีค? ประตูเปิดแล้วนั่นไง ทางออกอยู่ตรงหน้าแล้ว... เชิญคุณชายผู้คุมกฎผู้แสนเคร่งครัดเดินนำไปก่อนได้เลยครับ ผมไม่แย่งตำแหน่งวีรบุรุษหรอก"
ซีคไม่โต้ตอบในทันที ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองแผ่นหลังบางที่ยังคงดื้อรั้นแม้ในยามวิกฤต เขาเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นจางๆ ของสนิมเหล็กและกลิ่นกายเฉพาะตัวที่คุ้นเคย
"นายก็รู้ว่ากฎของดันเจี้ยนนี้ไม่มีข้อยกเว้น" ซีคเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าราบรื่นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจ "ระบบคำนวณพลังงานที่เหลืออยู่รองรับการส่งออกได้แค่คนเดียว... ถ้าฉันกดปุ่มเปิดใช้งานเต็มรูปแบบ ระบบจะทำการรีเซ็ตพื้นที่ทั้งหมดเพื่อลบข้อมูลส่วนเกิน รวมถึงชีวิตที่เหลือรอดด้วย"
เรย์หันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "นายหมายความว่ายังไง? ให้ฉันหนีออกไปคนเดียวแล้วทิ้งให้นายสลายหายไปกับระบบบ้าๆ นี่งั้นเหรอ? อย่ามาทำตัวเป็นพระเอกลิเกหน่อยเลยซีค นายก็รู้ว่าฉันเกลียดอะไรแบบนี้ที่สุด!"
"แล้วจะให้ฉันทำยังไง, เรย์?" ซีคก้าวประชิดตัวจนเรย์ต้องถอยหลังไปชนกับแผงควบคุมเย็นเยียบ มือหนายื่นออกไปวางทาบลงบนกระจกใสเหนือปุ่มสีแดงก่ำ "ในฐานะผู้คุมกฎ หน้าที่ของฉันคือการรักษาความสมดุล นายเป็นผู้เล่นที่ฝ่าฝืนกฎและสมควรได้รับสิทธิในการมีชีวิตรอดออกไป... นายคือนักรบที่ทำภารกิจสำเร็จ ไม่ใช่ฉัน"
"หน้าที่บ้าบออะไรวะ!" เรย์ตะคอกลั่น ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อของซีคแล้วกระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรงจนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "นายคิดว่าฉันดิ้นรนฝ่าฟันมาตั้งหลายสิบชั้น เพื่อจะมามองหน้านายตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นเหรอ? ถ้าไม่มีนายคอยกวนประสาทคอยขวางทางอยู่ทุกย่างก้าว ชีวิตในเกมนี้ของฉันมันคงน่าเบื่อตายชัก... ซีค!"
น้ำเสียงที่เคยดุดันและแข็งกร้าวเริ่มสั่นเครือในพยางค์สุดท้าย เรย์เม้มริมฝีปากแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกพรั่งพรูที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยผ่านการปะทะคารม การร่วมเป็นร่วมตาย และการหันหลังชนกันในยามวิกฤต มันไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราวในโลกจำลอง แต่มันคือส่วนลึกของหัวใจที่ถูกอีกฝ่ายเข้ามาจองพื้นที่ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ซีคจ้องมองดวงตาที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสของคนตรงหน้า หัวใจที่เคยถูกตั้งโปรแกรมให้ไร้ความรู้สึกมาตลอดชีวิตกลับเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเจ็บแปลบ นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่อออกจากหน้าผากของเรย์อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยผู้คุมกฎทำให้เรย์ชะงักงัน
"นายเป็นคนดื้อรั้นที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ, เรย์" ซีคกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักยกยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา "แต่ก็นั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้ฉันละสายตาจากนายไม่ได้เลยสักครั้ง"
"ซีค... นาย..."
"ฟังให้ดีนะ เรย์" ซีคจับข้อมือของเรย์ที่กำปกเสื้อเขาไว้ออกอย่างนุ่มนวล ก่อนจะพลิกฝ่ามือของอีกฝ่ายให้แนบลงบนปุ่มสีแดงบนแผงควบคุม "ถ้าฉันปล่อยให้นายตายที่นี่ ฉันคงไม่มีหน้าไปสู้กับตัวเองในระบบหลักหรอก... แต่อีกอย่างหนึ่งนะ"
ซีคโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเรย์ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาเรย์ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ฉันยังไม่ได้ทวงรางวัลจากนายเลย... ตอนที่นายสัญญาว่าจะเลี้ยงกาแฟฉัน ถ้าเราออกจากที่นี่ได้"
เรย์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ไอ้บ้า... นี่มันเวลามารisอะไรเนี่ย!"
"เวลาบอกความจริงต่างหาก" ซีคหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนที่มือหนจะทาบทับลงบนมือของเรย์ที่วางอยู่บนปุ่มควบคุม ออกแรงกดลงไปพร้อมกัน!
*ติ๊ด—!*
แสงสีฟ้าจากประตูมิติสว่างวาบขึ้นจนแสบตา แรงดันอากาศมหาศาลดูดร่างของเรย์ให้พุ่งถอยหลังเข้าไปใกล้ปากทางออก แรงเหวี่ยงกระชากวิญญาณทำให้เรย์กรีดร้องชื่ออีกฝ่ายสุดเสียง
"ซีค—!"
ร่างของเรย์ถูกกลืนหายเข้าไปในแสงสว่างสีขาวโพลนในพริบตาเดียว ความรู้สึกเคว้งคว้างและลมพายุหมุนวนตีลังกาอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่สติทุกอย่างจะดับวูบลง
...
..
ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้งในห้องโถงที่พัง
ซีคยืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง แสงไฟสีแดงจากแผงควบคุมกะพริบถี่เป็นจังหวะสุดท้ายก่อนจะดับลง ร่างกายของเขากำลังเริ่มโปร่งใสและสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสีทองตามกฎของระบบที่ถูกกระตุ้น
มุมปากของอดีตผู้คุมกฎยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนหมดห่วง เขากำลังจะหลุดพ้นจากระบบ และคนคนนั้น... ก็ปลอดภัยแล้ว
ทว่า ในวินาทีที่ละอองแสงกำลังจะกลืนกินร่างของเขาจนหมดสิ้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงประตูนิรภัยชั้นนอกที่ถูกพังด้วยกำลังมหาศาลก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*โครม—!*
เงาร่างหนึ่งพุ่งทะลวงผ่านม่านพลังงานที่ควรจะปิดตายเข้ามาอย่างอุกอาจ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบกวาดตามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของซีคที่กำลังจะสลายไป
"คิดจะชิ่งหนีไปคนเดียวง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอวะ, ท่านผู้คุมกฎ?"
เสียงทุ้มห้าวที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับที่เรย์—คนที่ควรจะออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว—ก้าวเข้ามาคว้าแขนเสื้อของซีคไว้แน่น แรงดึงมหาศาลสวนทางกับระบบดึงดูดกระชากทั้งคู่ให้ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยกัน
ซีคเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากจะเชื่อ "เรย์!? นาย... นายกลับมาทำไม ทำไมไม่ผ่านประตูไป!"
เรย์หอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นแต่ริมฝีปากกลับยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ ดวงตาสีรัตติกาลพราวระยับด้วยความท้าทาย
"ก็บอกแล้วไงว่าฉันเกลียดการโดนทิ้งให้อยู่คนเดียว..." เรย์ขยับเข้าไปใกล้จนหน้าผากชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันในระยะประชิด "ถ้าจะตาย... หรือจะออกไปเริ่มต้นใหม่ ก็ต้องไปพร้อมกันสิ, นายว่าจริงไหม?"
ซีคชะงักไปชั่ววินาที ก่อนที่แววตาเยือกเย็นจะเปลี่ยนเป็นประกายความลึกซึ้งที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เสียงเตือนภัยครั้งสุดท้ายของดันเจี้ยนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว
*[ ตรวจพบผู้บุกรุก 2 ชีวิต... ระบบกำลังเริ่มกระบวนการปลดล็อกฉุกเฉิน ]*
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความแสบสันต์ของคู่นี้เสมอนะครับ!
เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์•ตอนที่ 28
แสงสุดท้ายในโลกจำลอง
ผลงานโดย ชาโดว์ฮันเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาโดว์ฮันเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายบวกกับคุณชายผู้คุมกฎแห่งดันเจี้ยนนิรันดร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!