เสียงกุญแจกระทบกันเบาหวิวในความมืด คือสัญญานเตือนเดียวที่รณกรพึ่งพาได้ในยามวิกาล
ห้องเก็บวัตถุดิบควบคุมอุณหภูมิของร้านอาหาร "La Maison de Kirin" ยามเที่ยงคืนไม่ใช่สถานที่น่ารื่นรมย์นัก ความเย็นยะเยือกของห้องแช่แข็งระดับลบสิบแปดองศาแผ่ไอเย็นลอดผ่านผนังฉนวนกันความร้อนออกมาปะทะผิวเนื้อจนผู้บุกรุกแอบอ้วนซูบอย่างรวดเร็ว รณกรในชุดเสื้อฮู้ดสีเข้มกลมกลืนกับเงาสลัว ขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากไอเย็นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวถือแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วค้างไว้กลางอากาศ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารบัญชีสต็อกสินค้าบนโต๊ะทำงานตัวเล็กของห้องบัญชาการลับด้านในสุด
คิรินไม่มีทางรู้ว่าเขาแอบย่องเข้ามา... รณกรคิดในใจ พลางแค่นยิ้มหยันให้กับความอวดดีของตัวเอง ชายหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้วคนนั้นคิดว่าระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ชั้นยอดจะรอดพ้นจากมือโปรอดีตนักสืบอย่างเขาหรืออย่างไร
แต่ความจริงตรงหน้ากลับทำให้รอยยิ้มบนเรียวปากของรณกรต้องค้างเติ่ง
ตัวเลขการสั่งซื้อเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมและทรัฟเฟิลขาวในบัญชีดิจิทัลหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ตรงกับปริมาณวัตถุดิบจริงที่นอนแน่นิ่งอยู่ในลังสเตนเลสแม้แต่น้อย ส่วนต่างมูลค่าหลักล้านถูกปัดตกเป็น "ของเสียประจำสัปดาห์" ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ร่องรอย นี่ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของการบริหารจัดการ แต่มันคือการทุจริตเชิงระบบที่จงใจอำพรางบัญชีอย่างแนบเนียน และคนที่กุมอำนาจสูงสุดในการเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายทั้งหมด... ก็คือเชฟหนุ่มปากจัดเจ้าของร้านผู้เย่อหยิ่งคนนั้น
"หึ มือสะอาดภายนอก แต่เบื้องหลังเน่าเฟะยิ่งกว่าเศษอาหารในถังขยะเสียอีกนะคุณเชฟ"
รณกรพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเสียบแฟลชไดรฟ์ลงในพอร์ต USB เพื่อคัดลอกไฟล์หลักฐานชิ้นสำคัญ นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เสียงคลิกเมาส์ดังเบาหวิวท่ามกลางความเงียบงัน หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความโกรธขึง หลักฐานชิ้นนี้จะกระชากหน้ากากสุภาพบุรุษจอมปลอมของคิรินให้ร่วงหล่นลงมา และเขาจะได้เห็นว่าคนมั่นใจในตัวเองสูงลิ่วคนนั้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อมุมมองชีวิตพังทลาย
*ติ๊ด!*
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ดังขึ้นเบาเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่มันกลับดังชัดเจนก้องกังวานในโสตประสาทของคนแอบทำความผิด รณกรชะงักมือค้าง หน้าจอแสดงผลแถบสถานะการคัดลอกไฟล์ที่วิ่งไปถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์อย่างเชื่องช้า ราวกับกลั่นแกล้งคนใจร้อน
เก้าสิบเก้าจุดแปด... เก้าสิบเก้าจุดเก้า...
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูห้องเก็บวัตถุดิบถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับแสงไฟสีส้มอุ่นที่สาดส่องเข้ามาตัดกับความมืดมิดภายในห้อง รณกรสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณดิบของอดีตนักสืบสั่งให้เขาดึงแฟลชไดรฟ์ออกอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งตัวหลบหลังชั้นวางลังเครื่องเทศสูงท่วมหัวอย่างเงียบเชียบที่สุด
ลมหายใจของรณกรถูกผ่อนออกอย่างระมัดระวัง เขารู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่เกาะตามไรผมและหยาดเหงื่อที่ซึมตรงขมับ แม้ว่าอุณหภูมิรอบตัวจะติดลบก็ตาม กลิ่นหอมจางๆ ของเบอร์กาม็อตและวานิลลาที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก กลิ่นกายเอกลักษณ์ที่มักจะมาพร้อมกับความกดดันน่าอึดอัด... คิริน
ร่างสูงโปร่งของเชฟหนุ่มก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่งผิดปกติ ในมือถือแก้วกาแฟดำอุ่นๆ ทั้งที่เวลาป่านนี้ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไปนานแล้ว คิรินหยุดยืนอยู่กลางห้อง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณด้วยสัญชาตญาณของนักล่าที่รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
"ใคร..."
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันจนรณกรต้องเม้มริมฝีปากแน่น มือข้างที่ถือแฟลชไดรฟ์กำเข้าหากันจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด
คิรินไม่ได้เดินไปที่โต๊ะทำงานทันที แต่กลับสาวเท้าเข้ามาใกล้ชั้นวางลังเครื่องเทศที่รณกรซ่อนตัวอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว... เสียงฝีปากกระทบพื้นผิวเรียบดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ระเบิดเวลา
รณกรประเมินสถานระยะห่างในใจ หากเขาขยับตอนนี้มีโอกาสสูงที่จะจนมุม แต่ถ้าอยู่นิ่งๆ... คิรินกำลังจะเดินมาถึงมุมอับสายตาแล้ว
เงาสูงโปร่งทาบทับลงบนลังกระดาษตรงหน้า รณกรกลั้นหายใจ แผ่นหลังแนบชิดกับผนังเย็นจัดจนชาดิก เขากำลังเตรียมตัวรับมือกับการประจันหน้าครั้งใหญ่ที่อาจจบลงด้วยการทะเลาะกันบ้านแตกสาាយสูญตามสไตล์คู่กัดฝีปากกล้า
ทว่า... ในวินาทีที่เงาของคิรินหยุดลงตรงหน้ามุมชั้นวางพอดี มือเรียวแกร่งของอีกฝ่ายก็ยื่นผ่านความมืดมาคว้าข้อมือของรณกรไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลที่คาดไม่ถึง!
รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยังไม่ทันได้อ้าปากเถียง แรงดึงกระชากอันทรงพลังก็เหวี่ยงร่างของเขาหลุดจากที่ซ่อน ปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างของคนตัวสูงกว่าที่ยืนดักรออยู่ก่อนแล้ว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ดึกดื่นค่ำคืนขนาดนี้... นักสืบจำเป็นอย่างคุณ ไม่มีปัญญาหาความสุขใส่ตัววิธีอื่นนอกจากแอบย่องเบาเข้าห้องนอนผม... เอ๊ย ห้องทำงานของผมแล้วหรือครับ, คุณรณกร"
ดวงตาคมกริบที่สะท้อนแสงไฟสลัวเต็มไปด้วยประกายระยับที่อ่านไม่ออก ทั้งความเย้ยหยัน ความขบขัน และบางสิ่งที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ขณะที่รณกรซึ่งถูกตรึงไว้ในอ้อมแขนแกร่งทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ โดยมีแฟลชไดรฟ์เจ้าปัญหาซ่อนอยู่แนบสนิทระหว่างอกของคนทั้งคู่...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซ่อนเงื่อนปนความแซ่บนี้ด้วยกันนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟหนุ่มปากจัด•ตอนที่ 4
ความลับในสต็อกวัตถุดิบ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับเชฟหนุ่มปากจัด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!