"ไอ้ก้อง! อย่าเพิ่งตายนะเว้ย ถ้ามึงจะไปเฝ้าพระอินทร์ตอนนี้ ช่วยกู้ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์สำรองให้กูก่อน!"
เสียงตะโกนแหบพร่าของฟ้าใสดังสะท้อนไปมาในความมืดมิดของห้างสรรพสินค้าที่ถูกตัดไฟจนสนิท กลิ่นโอโซนจากแผงวงจรที่ไหม้เกรียมผสมกับกลิ่นธูปไหม้จางๆ ชวนให้คลื่นเหียน ก้องไม่ได้ตอบโต้ เขาทำเพียงแค่ก้มหน้ามองหน้าจอโน้ตบุ๊กเครื่องเก่งที่ตอนนี้รันโค้ดสีเขียววิ่งผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูงราวกับสายฝนดิจิทัล
มือสั่นเทาของเขากำลังพิมพ์คำสั่งรัวเร็วบนคีย์บอร์ด ในขณะที่สายตาเหลือบมองค่าพลังงานวิญญาณบนอุปกรณ์ตรวจจับรุ่นคัสตอมที่วางอยู่ข้างๆ เข็มไมล์นั้นกำลังตีกลับไปกลับมาอย่างบ้าคลั่ง เหมือนเข็มทิศที่หลงทิศในพายุแม่เหล็กไฟฟ้า
"มึงเงียบทำไมวะก้อง! หรือว่า... ผีตัวนั้นมันเข้ามาสิงมึงแล้ว?" ฟ้าใสกระชับกล้องถ่ายวิดีโอในมือแน่น แสงแฟลชจากกล้องสั่นไหวไปมา เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนสนิทที่ดูแก่ลงไปหลายปีในชั่วข้ามคืน
"หุบปากน่ะฟ้า... กูเจออะไรบางอย่าง" ก้องพึมพำ น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว เขาไม่ได้สิง ไม่ได้โดนผีอำ แต่นี่คืออาการของคนที่กำลังเห็นสิ่งที่สมองไม่อยากจะเชื่อ
บนหน้าจอแสดงผลโครงข่ายของอาคาร รหัสตัวเลขชุดหนึ่งกำลังถูกเข้ารหัสผ่านโปรโตคอลโบราณที่ก้องคุ้นเคยดี มันไม่ใช่รหัสผ่านของระบบห้าง แต่มันคือลายเซ็นดิจิทัลที่พ่อของเขามักจะใช้ซ่อนอาคมไว้ในแผ่นยันต์สมัยที่เขายังเด็ก ก้องกดรัวคำสั่ง ‘Override’ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนนิ้วแทบแตก
"นี่มันไม่ใช่แค่ไวรัส" ก้องแค่นยิ้มขมขื่น "นี่มันคือคุก... คุกดิจิทัลที่กักขังวิญญาณ"
ทันใดนั้น หน้าจอที่เคยเป็นสีเขียวก็ดับวูบไป ก่อนจะติดขึ้นมาอีกครั้งด้วยภาพวิดีโอฟีดที่สั่นไหวอย่างรุนแรง ในนั้นไม่ใช่ภาพของห้างสรรพสินค้า แต่เป็นภาพของชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ร่างกายของเขากึ่งโปร่งแสง รายล้อมไปด้วยตัวอักษรไบนารีที่รัดตรึงราวกับโซ่ตรวนที่ทำจากแสงเลเซอร์
ก้องหยุดหายใจ มือที่เคยพิมพ์คล่องแคล่วชะงักค้างกลางอากาศ
"พ่อ?" เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบจะกลืนไปกับเสียงหึ่งๆ ของกระแสไฟฟ้าที่ไหลเวียนในอากาศ
ชายในจอไม่ได้ยินเสียงเขา ทว่าแววตานั้นดูอิดโรยและว่างเปล่า พ่อของก้องพยายามจะสื่อสารบางอย่าง ปากของเขาขยับเป็นคำพูดที่ไร้เสียง แต่ก้องอ่านปากนั้นออก... ‘อย่าเข้ามา... 404... มันรออยู่’
"มึงพูดถึงใครนะก้อง?" ฟ้าใสขยับเข้ามาใกล้ แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นภาพบนหน้าจอ มือของเธอสั่นระริกจนกล้องเกือบหลุดมือ "นั่น... นั่นคุณลุง? แต่ท่านหายไปตั้งห้าปีแล้วนะเว้ย นี่มันเป็นไปไม่ได้!"
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกที่ผีกลายเป็นโปรแกรมเมอร์ได้หรอกฟ้า" ก้องกัดฟันแน่น ความโกรธแค้นเริ่มแผ่ซ่านแทนที่ความกลัว "ไอ้ 404... มันไม่ได้แค่สิงระบบ มันใช้พ่อกูเป็นตัวถอดรหัสผ่านเพื่อที่จะเปิดประตูไปสู่โลกภายนอก พ่อกูไม่ได้หายไปไหน พ่อกูถูกมันขังไว้ในนี้มาตลอดห้าปี!"
ก้องคว้าอุปกรณ์ปราบผีไอทีรูปทรงคล้ายดาบเลเซอร์ที่เขาดัดแปลงจากโมดูลบลูทูธและแผ่นยันต์โลหะ พลังงานสีฟ้าพุ่งวาบออกมาจากใบดาบ แสงนั้นส่องกระทบใบหน้าของก้องที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นดุดัน
"มึงอยากได้รหัสผ่านตัวสุดท้ายนักใช่ไหมไอ้ไวรัสเวร" ก้องตะโกนใส่ความว่างเปล่า ท่ามกลางความมืดมิดของห้างที่ดูเหมือนจะมีดวงตานับพันคู่จ้องมองมาจากจอโทรทัศน์ทุกเครื่องรอบตัว "งั้นมึงก็เอาหัวกูไปแทนสิ! แต่ต้องข้ามศพกูไปก่อน!"
บรรยากาศในห้างเริ่มเปลี่ยนไป เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ติดขัดดังระงมไปทั่ว มันไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ถูกบิดเบือนจนผิดเพี้ยน พื้นปูนเริ่มสั่นสะเทือนเมื่อรหัสพันธุกรรมดิจิทัลของไอ้ผีเบอร์ 404 เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างจากเงาดำที่พุ่งออกมาจากจอภาพทุกจอพร้อมกัน
"ก้อง! ระวังข้างหลัง!" ฟ้าใสหวีดร้องเมื่อเห็นเงาดำรูปร่างบิดเบี้ยวพุ่งทะลุจอโฆษณาขนาดใหญ่ลงมา
ก้องหมุนตัวกลับหลังหัน ดาบพลังงานในมือฟาดฟันเข้ากับความว่างเปล่า เกิดประกายไฟสีม่วงกระจายตัวไปทั่ว แต่เงาดำนั้นไม่สะทกสะท้าน มันกลับขยายตัวใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นกำแพงมืดมิดที่กำลังบีบอัดก้องและฟ้าใสให้จนมุม
ก้องพยายามประคองสติ เขาเปิดระบบ ‘Debug Soul’ ในโน้ตบุ๊กเป็นครั้งสุดท้าย เพื่อดึงพลังงานทั้งหมดเข้าสู่ดาบ แต่นั่นหมายความว่าเขาจะต้องเสียสละแรมทั้งหมดของระบบเพื่อยิงพลังงานนัดเดียว ซึ่งหากพลาด... ทั้งเขาและพ่อจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์นี้ตลอดกาล
"ฟ้า... ถ้ากูพลาด มึงวิ่งออกไปจากที่นี่ซะ อย่าหันกลับมา"
"มึงพูดบ้าอะไร! เราต้องรอดไปด้วยกัน!"
ก้องไม่ได้ตอบ เขายกโน้ตบุ๊กขึ้นเหนือหัว พลังงานทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่ดาบจนสว่างวาบไปทั่วทั้งชั้นของห้างสรรพสินค้า ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำของ 404 หยุดนิ่ง เหมือนระบบกำลังค้าง ทว่าในขณะที่ก้องกำลังจะเหวี่ยงดาบลงไป เสียงกระซิบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง... เป็นเสียงของพ่อที่ดังชัดเจนในหูของเขา
"ก้อง... อย่าลบข้อมูล... มันคือทางเดียวที่จะฆ่ามันได้... แต่ลูกต้องกด 'Enter' ในขณะที่มันสิงลูกอยู่"
ก้องชะงัก ร่างกายเขาสั่นสะท้าน นี่มันคือกับดัก... หรือทางรอด?
ทันใดนั้น เงาดำที่เคยหยุดนิ่งกลับพุ่งเข้าหาร่างของก้องด้วยความเร็วเหนือแสง มันแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังของเขาผ่านทางกระแสไฟฟ้าที่สถิตอยู่บนเสื้อผ้า ก้องรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แล่นเข้าสู่ไขสันหลัง เขารู้สึกได้ว่าในหัวของเขากำลังถูกแทรกแซงด้วยรหัสโปรแกรมมหาศาล มือของเขากำลังพิมพ์คำสั่งบางอย่างลงในโน้ตบุ๊กโดยที่เขาไม่ได้เป็นคนสั่ง
นิ้วชี้ของเขาค้างอยู่เหนือปุ่ม 'Enter' ในขณะที่เงาดำของไอ้ 404 เริ่มยึดครองดวงตาของเขาจนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
"ก้อง! มึงทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!" ฟ้าใสกรีดร้อง แต่เธอทำได้เพียงยืนมองเพื่อนรักที่กำลังถูกกลืนกินโดยปีศาจดิจิทัล
ก้องฝืนยิ้มแม้ใบหน้าจะบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขาหันมาสบตากับฟ้าใส แววตาของเขายังคงมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เพียงเสี้ยวสุดท้าย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจกดปุ่มลงไป...
และในวินาทีที่นิ้วสัมผัสปุ่ม ทุกอย่างในห้างก็หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือเพียงความเงียบงัน... และร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นแทนที่ก้อง
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านโลกดิจิทัลอันน่าขนลุกไปกับผมในบทนี้นะครับ!
Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที•ตอนที่ 22
ความจริงที่ถูกอัปโหลด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!