เสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องนอนด้วยจังหวะ ‘ต๊อก-ต๊อก-ต๊อก… ต๊อก’ สามครั้งสั้น สองครั้งยาว ไม่ใช่เสียงของกิ่งไม้แห้งที่ลมพัดมากระทบ และไม่ใช่เสียงของนกฮูกเคราะห์ร้ายตัวไหนทั้งสิ้น
มันคือรหัสลับเคาะประตูบ้านที่ก้องจำได้ขึ้นใจ—รหัสที่พ่อของเขาใช้เคาะทุกครั้งหลังกลับจากปราบผีรอบดึก สมัยที่ก้องยังเป็นเด็กชายตัวกระเปี๊ยกที่นั่งเล่นเกมบอยอยู่บนโซฟา
แต่ปัญหาเดียวในเวลานี้ก็คือ… ห้องของก้องอยู่บนคอนโดมิเนียมชั้นสิบห้า และข้างนอกนั่นไม่มีระเบียง มีเพียงผนังปูนฉาบเรียบกับความว่างเปล่าของความสูงร้อยกว่าเมตร
“ลูกชาย… แกอัปเกรดซอฟต์แวร์เสร็จหรือยัง? พ่อลืมรหัสผ่าน… เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก”
เสียงนั้นแหบพร่า ลอยละลิ่วเข้ามาผ่านกระจกใสบานหนา ทั้งที่ก้องไม่ได้เปิดหน้าต่าง เสียงมันไม่ได้ดังมาจากภายนอกห้องด้วยซ้ำ แต่มันดัง ‘ก้อง’ อยู่ในโสตประสาท เหมือนมีใครเอาไมโครโฟนไปจ่อไว้ข้างแก้วหูขวาแล้วเร่งวอลลุ่มจนสุด
ก้องนั่งตัวแข็งทื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอที่สว่างวาบด้วยแสงสีฟ้าเข้ม แสงจากหน้าจอสะท้อนแววตาที่ฉายแววตึงเครียด นิ้วเรียวยาวที่ปกติเคยรัวคีย์บอร์ดเขียนโค้ดด้วยความเร็วสูง ตอนนี้กลับกำเมาส์แน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด
รอบห้องไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากเสียงพัดลมระบายอากาศของเคสคอมพิวเตอร์ที่ส่งเสียง ‘ฮือ…’ ต่ำๆ และกลิ่นอับของธูปเทียนผสมกับกลิ่นโอโซนจากเครื่องฟอกอากาศที่ฟ้าใสเอามาตั้งไว้บูชาเสริมดวง แต่ตอนนี้ กลิ่นธูปนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของซากสัตว์และกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่ตีรวนขึ้นมาจนแสบจมูก
“ไอ้เหี้ยเอ๊ย…” ก้องพึมพำสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาดำขลับจ้องมองไปที่หน้าจอหลัก ซึ่งโปรแกรม ‘GhostTrace v.4.0’ ที่เขาพัฒนาขึ้นเองกำลังรันกราฟิกแสดงผลคลื่นพลังงานวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง
หน้าจอไม่ได้แสดงผลเป็นรูปหน้าผีแบบในหนังเกรด B แต่กราฟแสดงคลื่นความถี่พุ่งทะยานเป็นเส้นสีแดงฉานจนชนเพดานโปรแกรม มันคือรูปแบบการเข้ารหัสข้อมูลที่เขาคุ้นเคย—มันไม่ใช่การสิงสู่แบบดั้งเดิม แต่มันคือการ ‘แจกจ่ายไฟล์’ (Torrent) วิญญาณ
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ก้องเพิ่งจะจัดการ ‘ดีบัก’ (Debug) วิญญาณเร่ร่อนตนหนึ่งที่อาละวาดอยู่ในระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเกมชื่อดังแห่งหนึ่ง เขาใช้เทคนิค ‘Firewall อาคม’ ล้อมกรอบมันไว้ ก่อนจะกดปุ่ม ‘Force Delete’ เพื่อล้างบางมันออกไปจากระบบตามตำราหมอผีสายไอทีที่ผสมผสานระหว่างคาถาอาคมโบราณกับอัลกอริทึมบล็อกเชน แต่แทนที่วิญญาณตนนั้นจะแตกสลายกลายเป็นละอองข้อมูลสูญหายไปในอากาศ มันกลับทิ้งไฟล์ประหลาดนามสกุล `.exorcism` เอาไว้ในฮาร์ดดิสก์สำรองของเขา
แล้วเสียงเคาะกระจกจากคนที่ควรจะหายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อนก็ดังขึ้น
“ก้อง… เปิดให้พ่อหน่อยหนา ลูกชายคนเก่งของพ่อ… ข้างนอกมันหนาวเหลือเกิน… ระบบล็อกอินมันขึ้นว่า Access Denied ตลอดเลยว่ะ”
เสียงนั้นเปลี่ยนโทน จากเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นแบบพ่อที่ก้องเคยรู้จัก กลายเป็นเสียงคลื่นวิทยุซ่าๆ ที่ถูกคลื่นรบกวนจนขาดๆ หายๆ เหมือนเสียงของ AI สังเคราะห์คำพูดที่พยายามเลียนแบบเสียงมนุษย์แต่ยังจับจังหวะการหายใจไม่ถูก
ก้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา สมองส่วนตรรกะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหักล้างความกลัว เขาไม่ใช่เด็กน้อยขี้แยที่วิ่งไปร้องไห้หาแม่เหมือนเมื่อก่อน เขานักพัฒนาระบบผู้กุมชะตากรรมของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตครึ่งค่อนเมืองนะเว้ย ผีเหี้ยอะไรจะมาหลอกเขาด้วยมุกตื้นๆ แบบนี้
“มุกเก่าโคตรพ่อโคตรแม่เลยว่ะ” ก้องเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายฉายแววเย้ยหยันทั้งที่เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผม “พ่อก้ารหัสผ่านยากกว่าวันเดือนปีเกิดตั้งเยอะ ถ้าเป็นพ่อจริง แกต้องจำรหัสผ่านที่ตั้งไว้ตอนไปติดสินบนครูฝ่ายปกครอง ม.3 ได้สิฟะ”
เงียบกริบ… เสียงเคาะกระจกหยุดลงทันที
แต่ความเงียบนั้นไม่ได้ทำให้บรรยากาศดีขึ้น กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม เพราะในเสี้ยววินาทีต่อมา หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามจอก็พร้อมใจกันดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท มีเพียงเคอร์เซอร์เพรินเตอร์กระพริบสีขาว ‘_’ ที่มุมซ้ายบนของจอหลัก แล้วข้อความชุดหนึ่งก็ถูกพิมพ์ขึ้นมาเองทีละตัวอักษรอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีใครแตะคีย์บอร์ด
`> root@ghost-hacker:~# decrypting payload... [████████████--] 85%`
`> WARNING: Unauthorized access detected.`
`> ROOT_DIRECTORY_FOUND: /root/family_secrets/father_file.log`
ดวงตาของก้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายชะงักงัน
*ไฟล์บันทึกของพ่อ?*
เขารู้ดีว่าพ่อของเขาไม่ได้หายตัวไปเฉยๆ ก่อนที่พ่อจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย พ่อทิ้งสมุดข่อยโบราณเล่มหนากับฮาร์ดดิสก์เข้ารหัสลับร้อยชั้นไว้ให้เขา พร้อมคำเตือนสั้นๆ ว่า ‘อย่าเปิดเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลา’ และตอนนี้ ไฟล์ที่ถูกดึงออกมาจากวิญญาณที่เขาเพิ่งปราบไป กลับมีเส้นทางไดเรกทอรีที่เชื่อมโยงกับฮาร์ดดิสก์ลูกนั้นโดยตรง!
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากสมาร์ทโฟนวางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น ‘ปิ๊ป!’
ก้องสะดุ้งเล็กน้อย เหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เป็นสายเรียกเข้าจาก ‘ฟ้าใส’ อินฟลูเอนเซอร์สายมูคู่หูของเขา บนหน้าจอปรากฏภาพถ่ายเซลפיของฟ้าใสที่ถูกถ่ายจากกล้องหน้า แต่สิ่งที่ทำให้ขนหัวลุกซู่คือ ด้านหลังของฟ้าใสในภาพนั้น… ไม่ใช่ผนังห้องนอนของเธอ แต่มันคือห้องนอนของก้องเอง! และมีเงาร่างสีดำทะมืดร่างหนึ่งกำลังยืนก้มตัวกระซิบอะไรบางอย่างอยู่ที่ข้างหูของเธอ ขณะที่เธอยังคงยิ้มหวานให้กล้องโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด
เสียงปลายสายกดรับเองอัตโนมัติ ทั้งที่ก้องยังไม่ได้ใช้นิ้วแตะหน้าจอด้วยซ้ำ เสียงสะท้อนก้องกังวานผ่านลำโพงสปีกเกอร์โฟนดังขึ้นในห้องที่เงียบงัน
*“ก้อง… แกพลาดแล้วล่ะที่ลบมันทิ้ง…”* เสียงของฟ้าใสไม่ได้เป็นเสียงหวานใสแบบปกติ แต่มันเป็นเสียงประสานกันของผู้หญิงหลายสิบคนพูดทับซ้อนกันจนแสบแก้วหู *“ไฟล์นั้นไม่ใช่ไวรัส… แต่มันคือ ‘แบ็คดอร์’ ที่ท่านผู้นั้นใช้กักขังวิญญาณพ่อของแก… และตอนนี้ แกเพิ่งกดปุ่ม ‘Enter’ เพื่ออัปโหลดพ่อของแกเข้าสู่โครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วโลกเรียบร้อยแล้ว”*
ก้องหน้าซีดเผือก เลือดในกายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง นิ้วมือสั่นเทาจนแทบจับเมาส์ไม่อยู่ เมื่อหันกลับไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์อีกครั้ง แสงไฟสีฟ้าเข้มกลับมาสว่างวาบขึ้นเอง แต่มันไม่ได้รันโปรแกรมตรวจจับผีอีกต่อไปแล้ว… หน้าจอทั้งสามกำลังแสดงภาพถ่ายทางอากาศแบบเรียลไทม์ของตึกระฟ้าทั่วกรุงเทพฯ และทุกตึกกำลังขึ้นสถานะ ‘Red Alert’ พร้อมรหัสโค้ดที่รันข้อความวนซ้ำไปซ้ำมาว่า:
`SYSTEM OVERRIDE: WELCOME BACK, CREATOR.`
ฝากกดติดตามและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "หมอผีวัยรุ่น" ในตอนต่อไปด้วยนะครับ รับรองว่าความมันส์ระดับสเกลระบบล่มกำลังจะระเบิดขึ้นในบทที่ 7 แน่นอน!
Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที•ตอนที่ 6
ความลับในโค้ด
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!