นิ้วเรียวยาวของก้องเคาะลงบนคีย์บอร์ดกลไกเสียงดังรัวรัว *แกร็ก ๆ ๆ* ราวกับกำลังกดสูตรโกงเกมต่อสู้ในตู้หยอดเหรียญยุค 90 หน้าจอแท็บเล็ตราคาแพงระยับตรงหน้าสั่นกระพริบด้วยแสงสีแดงฉาน ข้อความ *Access Denied* จากบทที่แล้วยังคงฝังหัวอยู่ แต่วินาทีนี้เขาสนใจเสียงแจ้งเตือนความปลอดภัยระดับวิกฤต (Critical Alert) ที่กำลังแผดเสียงร้องเตือนแหลมสูงเสียดแก้วหูมากกว่า
ประตูห้องแล็บไอทีใต้ดินของเขาถูกล็อกตายอย่างสมบูรณ์แบบ ไฟสำรองฉุกเฉินกะพริบวับวาบเป็นจังหวะสามชอร์ต สองชอร์ต สลับกันไปมา บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นโอโซนไหม้เกรียมผสมกับกลิ่นธูปโบราณจาง ๆ ที่ติดมากับเสื้อแจ็คเก็ตของฟ้าใส
“ก้อง! ไอ้มือถือเวรนี่มันพิมพ์เองได้ด้วย!” ฟ้าใสกรี๊ดลั่น เธอโยนสมาร์ตโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ตุ้บ* หน้าจอของมันกำลังรันโค้ดภาษาอักขระโบราณขยุกขยิกผสมกับภาษาไพธอน (Python) วิ่งพล่านขึ้นลงด้วยความเร็วสูงจนตาลาย “มันพยายามจะแฮกเข้ากระเป๋าเงินคริปโตฉัน! แฮกไม่ว่า แต่กูมีเหรียญมีมลูน่าค้างอยู่ สติแตกพอดิบพอดี!”
“เงียบก่อนน่าฟ้าใส! กำลังใช้สมองอยู่ อย่ามาเพิ่มเดซิเบลแถวนี้”
ก้องตวาดกลับเสียงเข้ม หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ สายตาคมกริบกวาดมองโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่กำลังกินพื้นที่หน้าจอแท็บเล็ตเข้าไปทุกที เจ้า *ไอ้ผีเบอร์ 404* หรือเจ้าไวรัสวิญญาณตัวนั้นไม่ได้แค่ป้วนเปี้ยนอยู่ในระบบคลาวด์อีกต่อไปแล้ว มันกำลังพยายามใช้ช่องโหว่ (Vulnerability) ของซอฟต์แวร์เปิดประตูมิติไซเบอร์เพื่อลากร่างเนื้อของพวกเขาเข้าไปย่อยสลายในโลกดิจิทัล
นี่ไม่ใช่เรื่องตลก และไม่ใช่โปรแกรมแอนตี้ไวรัสของบริษัทไหนในโลกที่จะเคลียร์บัก (Bug) ตัวนี้ได้
“ถ้าใช้โค้ดธรรมดามันกันไม่ได้ผล…” ก้องพึมพำกับตัวเองริมฝีปากแห้งผาก ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความหัวรั้นแบบเด็กไอทีที่เกลียดความพ่ายแพ้เป็นที่สุด “งั้นเราก็ต้องเขียน ‘แพตช์’ ที่มีอภินิหารระดับเดียวกับมันสวะ!”
ภาพในอดีตแวบเข้ามาในหัว สมุดข่อยโบราณสีเหลืองกรอบที่พ่อของเขาเคยใช้เขียนยันต์ไล่ผีก่อนที่จะหายตัวสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย พ่อเคยสอนไว้ว่า *“ยันต์ไม่ใช่แค่กระดาษหมึก แต่เป็นโค้ดคำสั่งโบราณที่มนุษย์ส่งตรงถึงเบื้องบน”* ถ้าอย่างนั้น… ในยุคที่คนเราสวดมนต์ผ่านสมาร์ตโฟนและทำบุญสุนทานผ่านแอปพลิเคชัน ทำไมยันต์ศักดิ์สิทธิ์จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัลไม่ได้วะ?
ก้องตัดสินใจเด็ดขาด นิ้วโป้งซ้ายกดมีดคัตเตอร์กรีดฝ่ามือขวาเบา ๆ จนเลือดสีแดงสดซึมไหลออกมา เขาป้ายเลือดนั้นลงบนหน้าจอแท็บเล็ตโดยไม่ลังเล ระบบเซ็นเซอร์สัมผัสหน้าจอตอบสนองทันทีด้วยเสียงปี๊บยาว ๆ
“เฮ้ย! แกทำบ้าอะไรเนี่ย ก้อง!” ฟ้าใสอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน ยกมือขึ้นปิดตาแต่ก็ยังแอบนิ้วกางมอง “แกเล่นไสยศาสตร์สายเลือดเหรอวะ! นี่มันปี 2024 แล้วนะเว้ย ไม่ใช่สงครามเก้าทัพ!”
“ถ้าไม่ใช้เลือดเป็น ‘คีย์การ์ด’ ยืนยันตัวตน (Authentication) แล้วใครมันจะไปยอมรับสิทธิ์ระดับ Root Access วะ!” ก้องกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือแปล๊บขึ้นมาถึงสมอง แต่สัญชาตญาณดิบในตัวกลับตื่นตัวถึงขีดสุด
มืออีกข้างรัวนิ้วเขียนโค้ดภาษาจาวาสคริปต์ผสานกับอักขระขอมโบราณที่เขาจำฝังใจ หน้าจอแท็บเล็ตเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนโต๊ะทำงานไม้สักแทบหัก กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นสาบสางของวิญญาณเร่ร่อนลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนอากาศหนาวจัดขึ้นเฉียบพลัน ลมพัดวนในห้องปิดตายราวกับมีพายุย่อม ๆ ก่อตัวขึ้น
บนหน้าจอแท็บเล็ต… โค้ดสีแดงฉานที่เคยรุกรานค่อย ๆ ถูกทับถมด้วยเส้นสายอักขระดิจิทัลสีทองอร่าม รูปยันต์ห้าแถวประยุกต์ถูกเรนเดอร์ขึ้นทีละพิกเซลด้วยกราฟิก 3D เปล่งแสงเรืองรองทะลุผ่านกระจกจอออกมาเป็นรูปทรงโฮโลแกรมสามมิติ ล้อมรอบตัวก้องและฟ้าใสไว้ราวกับเกราะป้องกันพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า
*“Digital Mantra Protocol: Initialized.”* (ระบบมนต์ดิจิทัล: เริ่มต้นทำงาน)
*“Compiling Exorcism Package... 99%... Success!”* (กำลังคอมไพล์แพ็กเกจขับไล่ภูตผี... สำเร็จ!)
“เอาวะ! รับไปกินซะ ไอ้ผีเร่ร่อนไม่มีหัวนอนปลายเท้า!”
ก้องตะโกนลั่นห้องพร้อมกับออกแรงเหวี่ยงแท็บเล็ตในมือพุ่งตรงไปยังมุมมืดที่สุดของห้องแล็บ ซึ่งเป็นจุดที่เงาสีดำทมิฬบิดเบี้ยวรูปทรงคล้ายมนุษย์กำลังแผดเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ของยันต์ดิจิทัล
แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้าจนแสบตา เสียงระเบิดตูมสนั่นเบา ๆ คล้ายเสียงชอร์ตของแผงวงจรไฟฟ้าแรงสูง เงาดำนั้นสะดุ้งสุดตัวก่อนจะแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวข้อมูลไบต์ (Byte) สีดำที่ค่อย ๆ สลายตัวหายไปในอากาศ
ฟ้าใสทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องอย่างหมดแรง เธอหอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬแตกพลก “วะ… ว้าว… มันเวิร์กว่ะก้อง แกทำได้จริง ๆ ด้วยวะไอ้เด็กเนิร์ด!”
ก้องยืนหอบแฮก มือข้างที่บาดเจ็บมีเลือดไหลหยดติ๋งลงพื้น เขายกยิ้มมุมปากด้วยความภาคภูมิใจในผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเอง นี่คือจุดเริ่มต้นของ ‘ไสยศาสตร์ 2.0’ อย่างแท้จริง วงการปราบผีต่อจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ทว่า… รอยยิ้มบนใบหน้าของก้องยังไม่ทันจางหาย เสียงแจ้งเตือนจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลักที่ควรจะนิ่งสนิทไปแล้ว กลับดังขึ้นอีกครั้ง… แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนธรรมดา
มันเป็นเสียงเรียกเข้า (Ringtone) แบบคลาสสิกของโทรศัพท์บ้านโบราณรุ่นหมุนหน้าปัดที่ดัง *“กริ๊งงงงง… กริ๊งงงงง…”* สะท้อนก้องกังวานไปทั่วห้องแล็บที่เงียบสงบ
ทั้งก้องและฟ้าใสต่างสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหลักที่ถูกปิดเครื่องไปตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน หน้าจอดำสนิทนั้นค่อย ๆ สว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีแหล่งจ่ายไฟ ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องแล็บปรากฏขึ้นบนจอ
ที่หน้าประตูเหล็กกล้าที่ถูกล็อกตาย… มีเงาร่างของชายชราคนหนึ่งยืนนิ่งสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกความมืดกลืนกิน แต่อีกครึ่งซีกที่สะท้อนกับแสงไฟฉุกเฉินกำลังส่งยิ้มเย็นเยียบมาที่กล้อง และที่สำคัญที่สุด… ร่างนั้นสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวตัวเก่าคร่ำครึที่ก้องจำได้ขึ้นใจตั้งแต่วันที่พ่อหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน!
เสียงทุบประตูดังขึ้นสามครั้งซ้อน *ปัง! ปัง! ปัง!* พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังลอดผ่านลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงานเข้ามาตรง ๆ
*“ลูกชาย… แกอัปเกรดซอฟต์แวร์เสร็จหรือยัง? พ่อลืมรหัสผ่าน… เปิดประตูให้พ่อหน่อยสิลูก”*
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในโลกไอทีไสยๆ นี้ไปด้วยกันครับ - หมอผีวัยรุ่น
Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที•ตอนที่ 5
ไสยศาสตร์ 2.0
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Ghost Hacker: ปราบผีออนไลน์ สไตล์วัยรุ่นไอที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!