"หากเราปล่อยให้ม้าศึกฝูงนั้นข้ามแม่น้ำอี้หลินไปได้ ในฤดูหนาวปีนี้ หัวของฝ่าบาทหรือหัวของหม่อมฉัน... ใครกันแน่ที่จะถูกเสียบประจานบนยอดกำแพงเมือง?"
ไป๋อิงหลันวางหมากสีดำลงบนกระดานด้วยปลายนิ้วที่สั่นระริกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาบุรุษผู้ครองบัลลังก์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงจากตะเกียงน้ำมันในห้องลับใต้ดินสั่นไหววูบวาบ เผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหลงจิ่ง
ฮ่องเต้หนุ่มไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ หยิบหมากสีขาวขึ้นมา กลิ้งไปมาในอุ้งมือราวกับกำลังพิจารณาชะตากรรมของขุนนางที่คอยหนุนหลังกบฏชายแดน "เฉินจื่อหลันคิดว่าข้าเป็นเพียงลูกนกในกรงทองที่รอวันเชือดคอ แต่เขาลืมไปว่ากรงทองที่ข้าอยู่... กุญแจอยู่ที่ใคร"
"กุญแจอยู่ที่ตระกูลเฉิน" อิงหลันตอบเสียงเรียบ "แต่ในเมื่อตระกูลเฉินเลือกที่จะขายม้าศึกชั้นเลิศให้พวกกบฏเพื่อแลกกับเงินตราและอำนาจมืด เราก็แค่ต้องทำลาย 'ทางผ่าน' ของพวกเขาเสีย"
"เจ้าหมายถึง..." หลงจิ่งหรี่ตาลง ประกายตาคมกริบดุจมีดโกน
"จวนผู้ว่าการเมืองหน้าด่านคือจุดพักม้าที่ปลอดภัยที่สุดของพวกมัน หากเราสั่งปิดตายเมืองหน้าด่านด้วยข้ออ้างเรื่องโรคระบาดในสัตว์ กองคาราวานเหล่านั้นย่อมต้องติดอยู่ในวงล้อม และเมื่อนั้น..." อิงหลันเว้นจังหวะ มือเรียวเลื่อนหมากสีดำปิดล้อมเส้นทางของหมากสีขาวบนกระดานอย่างเด็ดขาด "เสบียงที่ส่งไปไม่ถึงมือผู้รับ จะกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาเชือดคอคนส่งเสียเอง"
หลงจิ่งนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นจังหวะในความเงียบงันที่กดดันเสียจนอากาศรอบกายดูจะเบาบางลง หญิงสาวรู้ดีว่าแผนการนี้คือการเดินบนเส้นด้าย หากเฉินจื่อหลันรู้ตัวเร็วเกินไป ทั้งตระกูลของเธอที่เหลืออยู่และชีวิตของฮ่องเต้ย่อมไม่พ้นเงื้อมมือมาร
"เจ้าช่างอำมหิตกว่าที่ข้าคิดไว้มาก ไป๋อิงหลัน" หลงจิ่งหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทว่าดวงตากลับว่างเปล่า "การสั่งฆ่าคนอาจง่ายกว่าการสั่งให้คนอดตาย แต่การทำลายความหวังของคนที่หิวโหยอำนาจ... นั่นสิ ถึงจะเรียกว่าการแก้แค้นที่สาสม"
"หม่อมฉันไม่ได้ทำเพื่อความสะใจเพคะ" อิงหลันกล่าวพลางลุกขึ้นยืน น้อมกายลงต่ำ "หม่อมฉันทำเพื่อให้ใต้หล้านี้ยังมีที่ยืนสำหรับคนที่ซื่อสัตย์บ้างก็เท่านั้น"
ทว่าในวินาทีที่อิงหลันกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่เงามืดของตำหนัก หลงจิ่งกลับคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบนั้นหนักแน่นและร้อนผ่าวจนหญิงสาวสะท้านไปทั้งร่าง สายตาของฮ่องเต้ที่มองมาในครานี้ไม่ได้มีความเป็นกษัตริย์ที่สูงส่ง แต่กลับมีความเปราะบางที่ซ่อนเร้นอยู่อย่างมิดชิด
"อิงหลัน หากคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้วางหมากกระดานนี้ร่วมกัน เจ้าจะบอกข้าหรือไม่... ว่าสิ่งที่เจ้าซ่อนไว้ในแขนเสื้อนั่น คือรายชื่อพยานหรือยาพิษสำหรับข้ากันแน่?"
คำถามนั้นดุจสายฟ้าฟาด อิงหลันชะงักงัน หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก เธอเหลือบมองแขนเสื้อข้างที่ซ่อนจดหมายลับจากกองทัพชายแดนที่ระบุถึงการทรยศของคนสนิทที่สุดของฮ่องเต้เอาไว้ หากเธอส่งมอบมันตอนนี้ แผ่นดินจะลุกเป็นไฟ แต่หากเธอเก็บไว้... หลงจิ่งจะไม่มีวันรอดพ้นจากแผนลอบปลงพระชนม์ในอีกสามวันข้างหน้า
"ฝ่าบาท..." อิงหลันกระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ "ความเชื่อใจในฐานะกษัตริย์กับความรู้สึกในฐานะบุรุษ... พระองค์ทรงแยกมันออกบ้างหรือไม่?"
"ข้าไม่เคยแยกมันออก" หลงจิ่งขยับกายเข้ามาใกล้จนอิงหลันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายไม้กฤษณาจางๆ จากอาภรณ์มังกร "ข้าเพียงแต่หวังว่า... ผู้ที่ถือมีดเล่มนี้ไว้ จะไม่แทงลงมาในจุดที่ทำให้ข้าเจ็บปวดที่สุด"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เวรก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องลับตามมาด้วยเสียงเคาะที่ดุดันผิดวิสัย "ฝ่าบาท! ขออภัยที่ต้องรบกวน แต่ท่านอัครเสนาบดีเฉินเพิ่งส่งสาส์นด่วนมาถึงพ่ะย่ะค่ะ... เขาบอกว่าพบ 'หนอนบ่อนไส้' ที่แอบส่งข่าวเรื่องม้าศึกให้กับทางการ และกำลังจะลงมือประหารชีวิตคนผู้นั้น ณ บัดนี้!"
อิงหลันหน้าซีดเผือด เลือดในกายแทบเย็นเฉียบ รายชื่อที่เธอถืออยู่ในมือ... คือรายชื่อของบิดาที่ยังมีชีวิตอยู่ของเธอ!
"ฝ่าบาท! หม่อมฉันต้องไป..." อิงหลันถลาไปที่ประตู แต่หลงจิ่งกลับรั้งไหล่เธอไว้อย่างแรงจนร่างของเธอกระแทกเข้ากับอกแกร่งของเขา
"เจ้าไปตอนนี้ ก็เท่ากับเดินเข้าปากเสือ" หลงจิ่งกระซิบที่ข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นเยียบที่แฝงความเสียใจ "แต่ถ้าเจ้าไม่ไป... คนที่เจ้าเฝ้าถวิลหาจะตายต่อหน้าต่อตาเจ้าภายในหนึ่งชั่วยาม"
เขายัดกริชเล่มหนึ่งใส่มือของเธอ ก่อนจะผลักเปิดประตูห้องลับออกสู่แสงสว่างจ้าของโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยทหารของตระกูลเฉินที่ยืนเรียงรายดุจกำแพงเหล็ก
"ไปเสีย อิงหลัน... แต่จงจำไว้ว่าการก้าวออกไปครั้งนี้ คือจุดจบของความสัมพันธ์ระหว่างเรา หรือไม่ก็คือจุดเริ่มต้นของการนองเลือดที่เจ้าเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง"
อิงหลันหันกลับมามองใบหน้าของกษัตริย์ที่เธอรักและเกลียดชังในเวลาเดียวกัน ก่อนจะกัดฟันแน่นแล้ววิ่งทะยานหายไปในความมืดของวังหลวง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นเลือดที่จางๆ ที่ลอยมากับสายลมในยามค่ำคืนที่แสนอาถรรพ์
ทุกท่านคะ... เตรียมใจให้พร้อมนะคะ เพราะนับจากบรรทัดนี้ไป จะไม่มีใครในวังหลวงที่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้วค่ะ
หลิวเยี่ยนซีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 14
ศึกชิงม้าศึกและเสบียง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!