หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 13

บัญชีเลือดตระกูลไป๋

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“เจ้าจะบอกข้าว่า... ลายเซ็นบนราชโองการปลอมฉบับนั้น แท้จริงแล้วถูกเขียนขึ้นด้วยพู่กันขนกระเรียนจากสำนักอาลักษณ์ของท่านอัครเสนาบดีเฉินงั้นหรือ?” เสียงกระซิบของไป๋อิงหลันสั่นเครือ ทว่าดวงตาที่จ้องมองเศษกระดาษเก่าคร่ำในมือกลับคมกริบดั่งมีดกรีดหนัง มือของนางสั่นเทาไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะเพลิงแค้นที่สุมอยู่ในอกกำลังโหมกระพือจนแทบจะแผดเผาสติสัมปชัญญะให้มอดไหม้ ในห้องลับใต้ดินของหอสมุดหลวง กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวที่ริบหรี่ราวกับจะดับลงได้ทุกเมื่อสะท้อนใบหน้าขององค์หญิงหนิงอันที่ซีดเผือด “อิงหลัน... เจ้าต้องใจเย็นๆ” องค์หญิงหนิงอันจับไหล่ของนางแน่น “หลักฐานชิ้นนี้มันหมายถึงการทรยศต่อแผ่นดิน หากเจ้าผลีผลามบุกเข้าไปหาเสด็จพี่ในตอนนี้ ข้าเกรงว่าแม้แต่รัศมีของพระองค์ก็อาจจะปกป้องเจ้าจากเงื้อมมือมารของเฉินกงกงไม่ได้” “ทรงบอกให้ข้าเย็นลงหรือเพคะ?” ไป๋อิงหลันแค่นยิ้ม หยาดน้ำตาที่ควรจะร่วงหล่นกลับถูกกลบฝังไว้ใต้ความเย็นชา “ในคืนนั้น ท่านพ่อถูกใส่ร้ายว่าคิดกบฏ คนในตระกูลไป๋กว่าหกสิบชีวิตถูกตัดศีรษะประจานที่หน้าประตูเมือง เลือดของพวกเขานองพื้นจนกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วทั้งเมืองหลวง ท่านอัครเสนาบดีเฉิน... เขาทำลายทุกอย่างที่ข้ารักเพียงเพื่อเก้าอี้ตัวเดียวในราชสำนัก!” นางคลี่แผ่นกระดาษในมือออกอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามรอยหมึกที่ซีดจาง แต่ทว่าร่องรอยของการกดน้ำหนักพู่กันที่เป็นเอกลักษณ์นั้นยังคงแจ่มชัด นี่ไม่ใช่แค่หลักฐานการปลอมแปลง แต่เป็น 'บัญชีเลือด' ที่บันทึกรายชื่อขุนนางที่ถูกซื้อตัวเพื่อทำลายตระกูลไป๋โดยเฉพาะ “อิงหลัน เจ้าดูตรงนี้” หนิงอันชี้ไปที่ตราประทับลับมุมกระดาษ “นี่ไม่ใช่ตราประทับของราชสำนัก แต่มันคือตราประจำตระกูลเฉิน... ตราที่ใช้ในงานเลี้ยงลับเมื่อสิบปีก่อน หากเจ้ามีสิ่งนี้ เจ้าสามารถบีบให้เฉินกงกงจนมุมได้ แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้” “คนอย่างมัน... ไม่เคยมีความเมตตา” ไป๋อิงหลันเก็บม้วนกระดาษเข้าไว้ในอกเสื้อ สายตาของนางเหม่อมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า “ในเมื่อมันเลือกที่จะสาดเลือดใส่พวกข้าก่อน ข้าก็จะเป็นคนลากมันไปชดใช้ในนรกด้วยมือของข้าเอง” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินหินด้านบน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูไม้โอ๊กบานหนาที่เป็นทางเข้าลับนี้สามครั้งตามจังหวะที่แปลกประหลาด ไป๋อิงหลันและหนิงอันสบตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรง ไม่ใช่ทหารยามของวังหลวง และไม่ใช่คนขององค์หญิงหนิงอัน จังหวะการเคาะนี้... มันคือรหัสลับที่คนในราชสำนักระดับสูงเท่านั้นที่จะรู้ “เปิดประตู” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังลอดเข้ามา เป็นเสียงที่อิงหลันคุ้นเคยเป็นอย่างดี... เสียงของหลงจิ่ง อิงหลันรีบเก็บร่องรอยทั้งหมดก่อนจะกดกลไกเปิดประตูบานยักษ์ออก หลงจิ่งก้าวเข้ามาในห้องลับด้วยอาภรณ์สีดำสนิทที่ดูกลมกลืนไปกับเงามืด ใบหน้าที่เคยดูอ่อนแอและไร้เดียงสาในสายตาขุนนาง บัดนี้กลับดูแข็งกร้าวและดุดันดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ “ดูเหมือนพวกเจ้าจะเจอของดีเข้าให้แล้วนะ” หลงจิ่งเอ่ยพลางเหลือบมองท่าทางที่ตื่นตระหนกของทั้งสองคน “ไม่ต้องตกใจ ข้ารู้มานานแล้วว่าอัครเสนาบดีเฉินกำลังทำอะไรอยู่ แต่ที่ข้าไม่เคยรู้เลย... คือเจ้าไปเอาหลักฐานชิ้นนี้มาจากไหน ไป๋อิงหลัน?” “ฝ่าบาท...” อิงหลันคุกเข่าลง “หม่อมฉัน...” “ไม่ต้องอธิบาย” หลงจิ่งก้าวเข้ามาใกล้ หยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง สายตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ “ในคืนที่ข้าต้องขึ้นครองราชย์ด้วยความหวาดกลัว ข้าเห็นตระกูลไป๋ถูกสังหารโดยที่ข้าทำอะไรไม่ได้เลย เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้คนที่ฆ่าตระกูลของเจ้าได้ดิบได้ดีตลอดไปหรือ?” เขายื่นมือออกมาดึงร่างของอิงหลันให้ลุกขึ้น แรงบีบที่ต้นแขนของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยน ทว่ากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “คืนนี้... ในงานเลี้ยงฉลองเทศกาลสารทจีน ข้าจะเปิดโปงความฉ้อฉลของมันกลางที่ประชุมขุนนาง แต่ข้าต้องการให้เจ้าเป็นคนวางกับดักชิ้นสุดท้าย” ไป๋อิงหลันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่รดรินอยู่ใกล้ๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตาฮ่องเต้หนุ่ม ความหวังที่เคยดับวูบไปเริ่มจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในวินาทีที่นางกำลังจะเอ่ยปากตอบรับ ประตูห้องลับก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยกงกงคนสนิทของอัครเสนาบดีเฉิน พร้อมกับทหารองครักษ์เกราะทองที่กรูเข้ามานับสิบ “ฝ่าบาท... ดูเหมือนว่ากระแสลมที่พัดผ่านวังหลวงในวันนี้ จะนำพาความลับที่ไม่ควรจะมีอยู่มาให้ฝ่าบาทได้เห็นเสียแล้วนะพะยะค่ะ” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจากด้านหลังทหารองครักษ์ อัครเสนาบดีเฉินก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูราวกับปีศาจ เขากวาดสายตามองไป๋อิงหลันด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่กระดาษในมือของนาง “ข้าตามหา ‘บัญชีเลือด’ เล่มนี้มานานหลายปี... ไม่นึกเลยว่ามันจะมาอยู่ในมือของลูกหลานคนทรยศที่สมควรตายไปตั้งนานแล้ว” บรรยากาศในห้องลับพลันหนักอึ้งราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมด หลงจิ่งขยับตัวยืนบังอิงหลันไว้ทันที แต่เฉินกงกงกลับชักกระบี่ออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมเหล็กอาบไปด้วยสีโลหิตที่ดูน่าสยดสยอง เขาก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของอิงหลันกระตุกวูบ “เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังวางหมากบนกระดานกับใครอยู่หรือ ไป๋อิงหลัน? เพราะคนที่จะต้องตายในคืนนี้... ไม่ใช่ข้า แต่คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าต่างหาก!” เฉินกงกงยกมือขึ้นเป็นสัญญาณ และในวินาทีนั้นเอง อัศวินเงาที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของผนังห้องก็นับสิบคนก็กระโจนลงมาพร้อมอาวุธครบมือ... การล้อมกรอบที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น! หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะยังคงลมหายใจไว้ให้ทันในตอนหน้านะคะ เพราะปมนี้กำลังจะขยี้หัวใจทุกท่านให้แตกสลายค่ะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%