"เจ้าแน่ใจหรือว่าชีวิตที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ชั่วยามนี้ จะยอมให้คนอย่างเจ้าถูกลากไปตัดหัวที่ลานประหารในฐานะแพะรับบาป?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งละลายจากยอดเขาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันภายในตำหนักบรรทมส่วนพระองค์ ไป๋อิงหลันหมอบราบอยู่กับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ กลิ่นกำยานมวลไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าความรู้สึกของนางกลับพุ่งตรงไปยังเงาร่างหนึ่งที่นั่งอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุลายมังกร
นางไม่ได้เงยหน้า แต่สัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องลงมาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ
"หม่อมฉันเพียงแต่รอคอยความยุติธรรมจากฝ่าบาท หากหม่อมฉันต้องตายในฐานะผู้บริสุทธิ์นั่นก็คือลิขิตสวรรค์ แต่หากหม่อมฉันตายในฐานะหมากที่ใช้กำจัดอัครเสนาบดีเฉินได้... นั่นถือเป็นเกียรติสูงสุดที่หญิงสาวคนหนึ่งจะพึงมีเพคะ" อิงหลันตอบเสียงเรียบ ลมหายใจของนางสม่ำเสมอจนน่าประหลาดใจ
ฉากกั้นไม้ถูกพับเก็บด้วยมือของขันทีคนสนิท หลงจิ่งก้าวออกมาในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นทองลวดลายเมฆา ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายทว่าซ่อนไว้ด้วยความว่างเปล่าที่ดูไม่ออกว่ากำลังคิดสิ่งใด รอยยิ้มที่มุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ปกครองที่เปี่ยมเมตตา แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่พบเหยื่ออันน่าสนใจ
"เฉินเหวินเต๋อสั่งให้ทหารองครักษ์มาล้อมตำหนักข้าเพียงเพราะพบยาพิษในห้องของนางกำนัลตัวเล็กๆ อย่างเจ้า" หลงจิ่งก้าวเข้ามาใกล้จนปลายรองเท้าบูทหนังของเขาหยุดลงตรงหน้าใบหน้าที่ก้มต่ำของนาง "เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นหมากที่ใช้กำจัดเขาได้... ในเมื่อเจ้าเป็นหมากที่ถูกทิ้งบนกระดานที่กำลังแตกสลาย เจ้าเอาความมั่นใจมาจากที่ใดว่าจะไม่ถูกเขากินรวบไปเสียก่อน?"
อิงหลันเงยหน้าขึ้น สบสายตากับฮ่องเต้หนุ่มโดยไม่หลบเลี่ยง แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว
"เพราะยาพิษที่อยู่ในห้องหม่อมฉัน ไม่ใช่ยาพิษที่อัครเสนาบดีต้องการจะใช้สังหารฝ่าบาทในคืนนี้ แต่เป็นยาพิษที่ใช้เพื่อบีบให้ฝ่าบาทต้องเซ็นอนุมัติบัญชีรายจ่ายกองทัพที่ปลอมแปลงขึ้นต่างหากเพคะ"
หลงจิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงขึ้นจนอิงหลันสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวของอากาศรอบตัว แต่เขากลับหัวเราะในลำคอแผ่วเบา รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความสนใจอย่างแท้จริง
"เจ้าเป็นเพียงสาวใช้ธรรมดาที่เพิ่งเข้าวังมาได้เพียงสามวัน เหตุใดถึงอ่านกลเกมการเมืองของขุนนางแก่ตัวหนึ่งได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้" เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ต่อหน้านาง ดวงตาคมกริบคู่นั้นราวกับจะกรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณเพื่อค้นหาความลับบางอย่าง "ไป๋อิงหลัน... หรือข้าควรเรียกว่าลูกสาวของขุนนางที่ข้าเพิ่งสั่งประหารไปเมื่อสองปีก่อนดี?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง อิงหลันรู้สึกได้ว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะไปเพียงเสี้ยววินาที แต่นางกู้คืนความนิ่งสงบกลับมาได้อย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าหากก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ศีรษะของนางจะหลุดออกจากบ่าก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น
"ตระกูลไป๋ไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วเพคะ มีเพียงนางกำนัลที่กำลังจะตายคนหนึ่ง กับฮ่องเต้ที่กำลังมองหาทางออกให้แผ่นดินที่กำลังผุพัง... ฝ่าบาททรงต้องการหมากที่กล้าตาย เพื่อแลกกับอำนาจคืนมาใช่หรือไม่เพคะ?"
หลงจิ่งเชยคางนางขึ้นด้วยนิ้วเรียวยาว สัมผัสนั้นเย็นเฉียบไม่ต่างจากสายตาของเขา
"เจ้ากล้าเล่นกับไฟเสียจริง" เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของนาง "หากข้าช่วยเจ้าในครั้งนี้ เจ้าจะต้องเป็นหูเป็นตาให้ข้าในวังหลัง และเป็นมือที่คอยถอนรากถอนโคนอัครเสนาบดีเฉินจนกว่าจะถึงวันที่ข้าจะคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลเจ้า... หรืออาจจะทำลายเจ้าเสียเองหากเจ้าทรยศข้า"
"หม่อมฉันยินดีถวายชีวิตเป็นเครื่องสังเวยเพื่อการนี้เพคะ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของอัครเสนาบดีเฉินที่ดังทะลุเข้ามา
"ฝ่าบาท! หม่อมฉันได้รับรายงานว่ามีไส้ศึกซ่อนตัวอยู่ในตำหนักของพระองค์ โปรดอนุญาตให้กระหม่อมตรวจค้นเพื่อความปลอดภัยของราชวงศ์ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
หลงจิ่งผละออกจากตัวอิงหลัน ท่าทางที่เคยอ่อนแอและลังเลเมื่อครู่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เขาหยิบผ้าคลุมสีทองมาคลุมไหล่ก่อนจะหันมามองนางด้วยสายตาท้าทาย เขาโยนกริชทองคำเล่มเล็กที่มีตราประทับมังกรลงบนตักของนาง
"แสดงความสามารถให้ข้าดูหน่อย ว่าเจ้าสมควรที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเห็นความล่มสลายของศัตรู หรือจะจบชีวิตลงในฐานะสิ่งที่ไม่มีค่าตั้งแต่ตอนนี้"
เขาก้าวออกไปหาอัครเสนาบดีเฉินที่เพิ่งพังประตูเข้ามาด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ส่วนอิงหลันในมือที่สั่นเทาเล็กน้อยกุมกริชไว้แน่น นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่โอกาส แต่เป็นคำสั่งให้ลงมือทำบางอย่างที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล ทว่าในขณะที่นางกำลังจะขยับตัว เสียงที่คุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังตู้พระอักษร
"ช้าก่อน... หากฮ่องเต้คิดจะปกป้องนาง ก็จงรับรู้อีกหนึ่งเรื่องว่า 'พี่ชาย' ของนางที่เจ้าเพิ่งส่งไปชายแดน บัดนี้ได้สิ้นลมหายใจลงด้วยฝีมือของคนใกล้ตัวเจ้าแล้ว"
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าตอนที่สองนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนลุ้นไปกับทุกย่างก้าวของอิงหลันนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 2
พบพระพักตร์ฮ่องเต้ผู้ซ่อนคม
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!