หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 23

จุดวิกฤต: เลือดทาบัลลังก์มังกร

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"อย่าให้ใครเข้ามาใกล้รัศมีสามก้าว! หากใครรุกล้ำ... ตัดมือมันเสีย!" เสียงตะโกนของไป๋อิงหลันแหลมคมดั่งใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม เธอไม่ได้เป็นเพียงสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีเข้มอีกต่อไป แต่บัดนี้แววตาของเธอดุดันดั่งแม่ทัพหญิงที่กำลังกุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้ในกำมือ เบื้องหน้าของเธอคือหลงจิ่ง ฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจสูงสุดของต้าจิ้น ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามบัดนี้ทอดกายแน่นิ่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก เลือดสีแดงฉานยังคงไหลซึมจากบาดแผลฉกรรจ์กลางอกไม่ขาดสาย กลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปทั่วตำหนักทรงงาน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจที่รวยรินของบุรุษผู้เป็นที่รัก "ฝ่าบาท... หายใจสิเพคะ" อิงหลันพึมพำขณะกดผ้าลงบนบาดแผล มือของเธอสั่นเทาเพียงครู่ก่อนจะบังคับให้มันหยุดนิ่งด้วยอำนาจแห่งจิตใจ เธอกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ความเจ็บปวดนั้นช่วยดึงสติให้เธอตระหนักว่า หากเขาสิ้นใจ ณ ที่นี้ แผ่นดินที่เธอกับเขาร่วมกันวางรากฐานมาจะล่มสลายลงในพริบตา "นางนังแพศยา! ถอยออกไปจากที่นั่นเสีย! บัลลังก์มังกรมิใช่ที่ของสตรีที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าเช่นเจ้า!" เสียงแหบพร่าของอัครเสนาบดีเฉินดังขึ้นจากหน้าประตูตำหนัก เขาไม่ได้มาเพียงลำพัง ทหารองครักษ์นับร้อยนายพร้อมศัสตราวุธครบมือปิดล้อมตำหนักไว้ทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังที่ทรยศเริ่มขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อิงหลันเงยหน้าขึ้น สบตากับชายแก่ผู้มากเล่ห์ด้วยแววตาที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "อัครเสนาบดี... ท่านกล้าเอาเลือดของโอรสสวรรค์มาสังเวยความทะเยอทะยานของตัวเองเชียวหรือ?" เธอถามพลางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายของเธออาจดูบอบบาง แต่จิตวิญญาณกลับแกร่งกร้าวกว่าขุนนางชั่วทั้งโถงประชุม "ท่านคิดว่าหากฝ่าบาทเสด็จสวรรคต องครักษ์และเหล่าทหารที่ภักดีจะปล่อยให้ท่านขึ้นครองราชย์อย่างสงบสุขงั้นหรือ? พวกเขากำลังรอสัญญาณ... และสัญญาณนั้นข้าจะเป็นผู้กำหนดเอง" "เจ้าขู่ข้าหรืออิงหลัน?" เฉินแค่นหัวเราะ "ในเมื่อฮ่องเต้เป็นตายเท่ากัน กองทัพหลวงที่ไม่มีผู้นำก็เป็นเพียงฝูงมดที่ไร้นางพญา เจ้าคิดว่าข้อเสนอของเจ้าจะเปลี่ยนใจทหารที่ถูกข้าซื้อตัวมาแล้วได้หรือ?" อิงหลันไม่ได้ตอบคำถามของชายแก่ เธอหันกลับไปคว้ากระบี่มังกรทองของหลงจิ่งที่วางอยู่ข้างตั่งขึ้นมาถือไว้ด้วยสองมือ น้ำหนักของกระบี่หนักอึ้ง แต่เธอกลับกระชับมันไว้มั่นคง แสงไฟจากคบเพลิงกระทบใบดาบสะท้อนดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร "พระขนิษฐาหนิงอัน!" เธอตะโกนเรียกโดยไม่หันกลับไปมอง "ข้าอยู่นี่!" องค์หญิงหนิงอันปรากฏตัวขึ้นจากช่องลับหลังม่านกั้น ในมือนางถือตราประทับมังกรและฎีกาลับที่หลงจิ่งเตรียมไว้รับมือเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ "อ่านบัญชาการ!" อิงหลันสั่งการ เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจขององค์หญิงหนิงอันกังวานไปทั่วตำหนัก "ด้วยอำนาจแห่งฮ่องเต้! ผู้ใดที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างราชวงศ์จะได้รับอภัยโทษและรางวัลมหาศาล! แต่ผู้ใดที่สนับสนุนกบฏเฉิน ขอให้ถือว่าพวกมันคือศัตรูของแผ่นดิน โทษฐานกบฏมีเพียงประการเดียว... คือประหารเก้าชั่วโคตร!" คำประกาศนั้นดั่งสายฟ้าฟาดท่ามกลางความลังเลของเหล่าทหารที่ล้อมอยู่หน้าตำหนัก บรรยากาศตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดความสามารถ อิงหลันก้าวเดินไปที่หน้าประตู เผชิญหน้ากับอัครเสนาบดีเฉินเพียงลำพัง เธอยกกระบี่ขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย ปลายกระบี่สั่นไหวเล็กน้อยด้วยหยาดเลือดที่หยดลงบนพื้นหินอ่อน "ข้าไม่ได้ขู่ท่าน ท่านเฉิน" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยนัยน์ตาที่ซ่อนเร้นความจริงบางอย่าง "แต่ข้ากำลังเตือนท่านว่า... ความตายที่ท่านหยิบยื่นให้ฝ่าบาท บัดนี้มันได้ย้อนกลับมาจ่อที่คอหอยของท่านเรียบร้อยแล้ว" ทันใดนั้น เสียงแตรเขาสัตว์ของกองทัพหลวงดังสนั่นมาจากทิศเหนือ ดินที่พื้นเริ่มสั่นสะเทือนจากฝีเท้าของทหารนับหมื่นที่เพิ่งมาถึง อัครเสนาบดีเฉินหน้าถอดสี เขาหันกลับไปมองเบื้องหลังด้วยความตื่นตระหนก แผนการที่เขาวางไว้ว่าจะเป็นเอกเทศ กลับมีช่องโหว่ที่เขาคาดไม่ถึง "เป็นไปไม่ได้! ทัพอุดรควรจะถูกสกัดไว้ที่ด่านหน้าแล้ว!" เฉินคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง อิงหลันยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศัตรูสั่นคลอน "ท่านหลงลืมไปอย่างหนึ่งท่านเฉิน... ท่านรบด้วยเล่ห์ แต่เรา... รบด้วยหัวใจของราษฎร ทหารเหล่านั้นไม่ได้มาเพื่อปกป้องฮ่องเต้เพียงอย่างเดียว แต่พวกเขามาเพื่อปกป้องอนาคตที่ข้ากับฝ่าบาทสร้างร่วมกันต่างหาก" ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ชัยชนะ อิงหลันก็ต้องชะงักกึก เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบที่ข้อมือจากด้านหลัง เธอรีบหันกลับไปมองที่ตั่งไม้ ดวงตาของหลงจิ่งลืมขึ้นครึ่งหนึ่ง แม้ใบหน้าจะซีดเผือดราวกับกระดาษ แต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นแรงจนน่าตกใจ "อย่าไว้ใจ... ใครทั้งสิ้น" เสียงกระซิบของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่คำพูดถัดมากลับทำให้หัวใจของอิงหลันร่วงหล่นไปถึงตาตุ่ม "แม้กระทั่ง... คนที่เจ้าคิดว่าอยู่ข้างเรา" ในจังหวะนั้นเอง อิงหลันสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายเหล็กที่จ่ออยู่ที่ลำคอของเธอจากด้านหลัง เสียงลมหายใจที่คุ้นเคยขยับเข้ามาใกล้ที่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยือกดั่งน้ำแข็ง "ขออภัยด้วยนะท่านหญิง... แต่บัลลังก์นี้ มีค่าเกินกว่าจะปล่อยให้เป็นของผู้อื่น" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุฝนแห่งการทรยศในบทนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%