ปลายกระบี่คมกริบจ่อห่างจากลำคอระหงของไป๋อิงหลันเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นธูปบูชาในท้องพระโรงใหญ่ที่บัดนี้กลายเป็นลานประหารย่อมๆ เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของอัครเสนาบดีเฉินดังก้องกังวานเสียดแทงประสาท ราวกับเสียงกาลกิณีที่ประกาศชัยชนะเหนือราชบัลลังก์มังกร
"ฮ่องเต้ผู้ทรงพระปรีชา... ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรดูให้เต็มตาเถอะพ่ะย่ะค่ะ ว่าบัลลังก์ที่พระองค์ทรงนั่งอยู่นั้น บัดนี้เหลือผู้ใดจงรักภักดี At this moment, ขุนนางครึ่งค่อนราชสำนักล้วนสยบแทบเท้ากระหม่อมแล้ว การดื้อรั้นมีแต่จะทำให้พระโลหิตของราชวงศ์ต้องแปดเปื้อนแผ่นดินเปล่าๆ"
อัครเสนาบดีเฉินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ พระเนตรของหลงจิ่งไหววับชั่วขณะ พระองค์ประทับนั่งนิ่งบนบัลลังก์มังกร ทว่าพระวรกายกลับมิได้สั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ตาแก่จิ้งจอกเฒ่าคาดคิด ตรงกันข้าม... มุมพระโอษฐ์ของโอรสสวรรค์กลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น รอยยิ้มที่ทำให้ผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเช่นอัครเสนาบดีเฉินถึงกับรู้สึกสันหลังวาบอย่างประหลาด
ไป๋อิงหลันสูดลมหายใจเข้าลึก นางพยายามกดความเจ็บร้าวจากบาดแผลที่หัวไหล่ขวาซึ่งเกิดจากการเอาตัวเข้าบังคมธนูพิษเมื่อครู่ สายตาคู่คมกวาดมองไปรอบท้องพระโรง เหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่เคยเป็นกำลังสำคัญ กลับหันปลายดาบเข้าหาองค์ฮ่องเต้ตามคำสั่งของแม่ทัพทรยศ องค์หญิงหนิงอันถูกคุมตัวไว้ที่มุมเสา หญิงสาวส่งสายตาส่งสัญญาณบางอย่างมาให้นาง—สายตาที่สื่อว่า *'อดทนอีกนิด แผนการกำลังจะเริ่ม'*
"อัครเสนาบดีเฉิน ท่านมั่นใจนักหรือว่า... ชัยชนะครั้งนี้เป็นของท่านจริงๆ"
น้ำเสียงของหลงจิ่งราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนกังวานไปทั่วทุกซอกมุมของท้องพระโรง
อัครเสนาบดีเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "กระหม่อมหาได้โง่เขลา ฝ่าบาททรงถูกโดดเดี่ยวไร้ผู้ช่วยแล้ว ทหารสามหมื่นนายปิดล้อมวังหลวงแน่นหนา ต่อให้มีปีกก็บินหนีไม่พ้น พระองค์ยังมีไพ่ตายอันใดอีกหรือเพคะ... หรือว่าน้ำตาของสตรีผู้นี้จะสามารถพัดพากองทัพของกระหม่อมให้สลายไปได้"
ไป๋อิงหลันนิ่งเงียบ นางไม่ได้หวาดกลัวคมดาบที่จ่ออยู่ นางรู้ดีว่าบุรุษบนบัลลังก์ผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา หลงจิ่งอดทนกลืนเลือดกลืนเนื้อตัวเองมานานหลายปี ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นฮ่องเต้หุ่นเชิด ไร้ความสามารถ เพื่อรอคอยเวลานี้... เวลาที่ศัตรูตายใจและเผยหางออกมาจนหมดสิ้น
"ท่านพูดถูก... เราไม่มีน้ำตาที่จะใช้ร้องขอความเมตตาจากสุนัขรับใช้เช่นท่าน" หลงจิ่งทรงผุดลุกขึ้นประทับยืนเต็มความสูง พระเนตรคมกลาบกวาดมองขุนนางฝ่ายค้านที่ก้มหน้าหลบสายตา "แต่เฉินอี้... เจ้ารู้จักคำว่า 'เงา' ดีแค่ไหน"
"ฝ่าบาททรงตรัสเรื่องอันใด... เพ้อเจ้อ!" อัครเสนาบดีเฉินขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณดิบเตือนภัยบางอย่างที่มองไม่เห็น
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงกลองศึกดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกท้องพระโรง ราวกับเสียงคำรามของพญามังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลยาวนาน พื้นศิลาอ่อนใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนเบาๆ ตามจังหวะฝีเท้าของกองกำลังนับพันที่เคลื่อนพลเข้ามาพร้อมเพรียงกันอย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งและเสียงคำรามก้องของกองทัพปริศนาที่ทรงพลังอำนาจ ทำเอาทหารรักษาพระองค์ของอัครเสนาบดีเฉินถึงกับหน้าซีดเผือด
ประตูบานยักษ์สลักลายหงส์และมังกรของท้องพระโรงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล!
แสงตะวันยามสนธยาสาดส่องลอดผ่านกลุ่มควันและฝุ่นตลบเข้ามา ทาบทับร่างของบุรุษในชุดเกราะสีดำสนิท ลวดลายบนเกราะเป็นรูปพญามังกรทมิฬตวัดเกี่ยวด้วยด้ายทองคำ ใบหน้าของพวกเขาสวมหน้ากากโลหะครึ่งซีก ปิดบังความรู้สึก แต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ ทุกก้าวที่เดินเข้ามาแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกราวกับตกลงไปในขุมนรกน้ำแข็ง
"นั่น... กองกำลังใดกัน! ใครปล่อยให้พวกมันเข้ามา!" อัครเสนาบดีเฉินแผดเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก หันไปมองผู้บัญชาการทหารหน้าประตูที่บัดนี้ล้มฟุบจมกองเลือดไปเสียแล้ว
ร่างสูงสง่าในชุดเกราะแม่ทัพผู้เป็นผู้นำก้าวเดินผ่านแถวทหารเข้ามาอย่างเชื่องช้า เขายกมือขึ้นปลดหน้ากากโลหะออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านโหนกแก้มซ้าย ดวงตาดุดันคู่นั้นกวาดมองผู้ทรยศด้วยความเหยียดหยัน
"แม่ทัพ... แม่ทัพกัว! เป็นไปไม่ได้! เจ้าควรจะอยู่ที่ชายแดนแดนประจิมมิใช่หรือ!" อัครเสนาบดีเฉินถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผีสางในเวลากลางวัน
แม่ทัพกัวประสานมือคารวะหลงจิ่งบนบัลลังก์ด้วยความเคารพสูงสุด เสียงทุ้มต่ำก้องกังวาน "กระหม่อม กัวจ้าน นำทัพมังกรทมิฬลับสามพันนาย กลับมารับพระราชเสาวณาล้างบางกบฏพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!"
คำว่า 'ทัพมังกรทมิฬลับ' ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมของกลุ่มขุนนางทุจริต ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบลงทันch ทันใด ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่อัครเสนาบดีเฉินยังหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากย่นๆ ของเขา กองกำลังลับที่ฮ่องเต้สะสมไว้ใต้จมูกของเขามานานนับสปีด... กองกำลังที่ถูกเล่าขานว่าเป็นเพียงตำนาน บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าและปิดล้อมพวกเขาไว้หมดสิ้นทางหนีทีไล่แล้ว
ไป๋อิงหลันผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางขยับตัวเล็กน้อย ทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างหนึ่งอย่างระมัดระวัง มองภาพความอลหม่านที่พลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือภายในเวลาไม่ถึงเค่อ เกมการเมืองกระดานนี้ หลงจิ่งไม่ได้เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำตั้งแต่แรก... พระองค์เพียงแต่รอให้หมากทุกตัวเดินมาตกหลุมพรางที่ขุดไว้เอง
"อัครเสนาบดีเฉิน..." หลงจิ่งเสด็จลงมาจากบัลลังก์มังกรทีละก้าว เสียงฝีเท้าของพระองค์หนักแน่นและดังก้องในความเงียบ พระเนตรคมกริบจ้องมองร่างที่กำลังสั่นเทาของศัตรูตัวฉกาจ "เจ้าบอกว่าเราถูกโดดเดี่ยวไร้ผู้ช่วย... แล้วตอนนี้ เจ้าคิดว่าผู้ใดกันแน่ที่ไร้หนทางรอด?"
อัครเสนาบดีเฉินกัดฟันกรอด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว เขากวาดสายตามองรอบกาย ทหารของตนถูกกองกำลังมังกรทมิฬปลดอาวุธอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ความพ่ายแพ้อยู่ 0 ชัดเจนตรงหน้า แต่คนอย่างเฉินอี้ไม่มีวันยอมจำนนโดยง่าย
มือที่สั่นเทาของอัครเสนาบดีเฉินแอบควักกริชอาบยาพิษออกจากสาบเสื้อ หมายจะพุ่งเข้าปลิดชีพฮ่องเต้เป็นเฮือกสุดท้าย!
"ระวังเพคะฝ่าบาท!" ไป๋อิงหลันร้องเตือนเสียงหลง ร่างเพรียวพุ่งเข้าไปขวางหน้าหลงจิ่งโดยไม่คิดชีวิต
ทว่า... ก่อนที่กริชในมือของอัครเสนาบดีเฉินจะทันได้เข้าใกล้พระวรกายของโอรสสวรรค์ ลูกธนูสีดำสนิทดอกหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งปักเข้าที่ข้อมือขวาของเขาอย่างแม่นยำจนกริชร่วงหล่นลงพื้น เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของขุนนางเฒ่า
หลงจิ่งคว้าเอวบางของไป๋อิงหลันเข้าสู่อ้อมพระกรอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันไม่ให้นางล้มลง พระเนตรคมกวาดมองไปยังระเบียงชั้นสองของท้องพระโรงที่มืดสลัว
เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับคันธนูในมือที่ยังมีควันจางๆ ลอยกรุ่น นางผู้นั้นค่อยๆ ลดคันธนูลง เผยให้เห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้ผู้พบเห็นต้องขนหัวลุก
"เสด็จพี่... หม่อมฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือเพคะ ว่าแมลงสาบพวกนี้ ปล่อยไว้รกแผ่นดินนานเกินไปก็เหม็นเน่าเสียเปล่าๆ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุฝนแห่งการทรยศในบทนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 24
ไพ่ตายใบสุดท้ายของฮ่องเต้
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!