หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 25

พิพากษาคนทรยศ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“ข้าขอถามท่านอีกครั้ง... อัครเสนาบดีเฉิน แผ่นดินที่ท่านเหยียบอยู่นี้ ยังมีความสำคัญต่อจิตใจของท่านอยู่อีกหรือไม่?” น้ำเสียงของหลงจิ่งราบเรียบ ทว่ากังวานก้องไปทั่วท้องพระโรงที่เงียบกริบดุจป่าช้า ไป๋อิงหลันยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านกั้นสีทอง สายตาของนางจับจ้องร่างของชายชราในชุดขุนนางเต็มยศที่บัดนี้คุกเข่าอยู่กลางพื้นหินอ่อน ท่ามกลางสายตาของขุนนางนับร้อยที่ต่างก้มหน้าซ่อนความตื่นตระหนก อัครเสนาบดีเฉินหัวเราะร่วน เสียงแหบพร่านั้นดังก้อง สะท้อนถึงความหยิ่งทะนงที่แม้จะถูกล้อมด้วยราชองครักษ์นับร้อยชีวิตก็หาได้เกรงกลัวไม่ “ฝ่าบาท... คำถามนี้ช่างไร้เดียงสานัก แผ่นดินนี้หากไร้คนอย่างข้าประคับประคองมาตลอดสิบปี เกรงว่าบัลลังก์ที่ท่านประทับอยู่นี้ คงกลายเป็นเพียงเศษซากไม้ผุไปนานแล้ว ท่านจะจับกุมข้าด้วยความผิดอันใดหรือ? หลักฐานที่ท่านเพียรหา... มันมีจริงหรือไม่?” ไป๋อิงหลันคลี่ยิ้มบาง ทว่าในดวงตามีเพียงความเย็นชา นางก้าวออกมาจากหลังม่าน กลิ่นอายของความเด็ดขาดแผ่ออกมาจากร่างบอบบางที่บัดนี้ดูทรงพลังกว่าผู้ใด “หลักฐานงั้นหรือเจ้าคะท่านอัครเสนาบดี?” นางชูม้วนคัมภีร์หนังแพรขึ้นมา แสงเทียนในท้องพระโรงสะท้อนบนใบหน้าของนางที่เรียบเฉย “บัญชีเงินตราที่ไหลเข้าสู่คลังส่วนตัวของท่านจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงในหัวเมืองเหนือ บันทึกการเจรจาลับกับแคว้นศัตรูเพื่อแลกกับอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก... และที่สำคัญที่สุด บันทึกการสังหารขุนนางตระกูลไป๋เมื่อสิบปีก่อน โดยมีตราประทับเลือดของท่านกำกับอยู่ ทุกตัวอักษรคือคำสารภาพที่ท่านไม่ได้เขียนขึ้นด้วยหมึก แต่เขียนด้วยชีวิตของผู้บริสุทธิ์” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ขุนนางหลายคนเริ่มตัวสั่น อัครเสนาบดีเฉินเงยหน้าขึ้น ดวงตาฝ้าฟางวาวโรจน์ด้วยความแค้น “นังเด็กเมื่อวานซืน! เจ้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความแค้นที่ไม่มีค่าพอจะมาตัดสินข้า!” หลงจิ่งลุกขึ้นจากบัลลังก์ ก้าวย่างลงมาทีละก้าวอย่างช้าๆ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นเสมือนเสียงกลองรบที่บีบคั้นหัวใจผู้ที่อยู่ในที่นั้น “ความแค้นของนางคือความแค้นของราษฎรทั้งแผ่นดิน ส่วนความผิดของท่าน... คือการทรยศต่อหัวใจของข้าและปวงชน” ฮ่องเต้หนุ่มหยุดยืนเบื้องหน้าชายชราผู้เคยเป็นดั่งเงาที่บงการชีวิตเขามาตลอด “ทหาร! นำตัวคนทรยศไปคุมขังที่คุกหลวง รอวันพิพากษาประหารชีวิตตามกฎหมายบ้านเมืองให้ถึงที่สุด” เฉินถูกลากตัวออกไปท่ามกลางเสียงสาปแช่งและเสียงกระซิบกระซาบ ทว่าก่อนที่เขาจะลับสายตาไป ชายชราหันกลับมาส่งยิ้มที่ทำให้ไป๋อิงหลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ มันเป็นยิ้มของผู้ที่เตรียมแผนการสุดท้ายเอาไว้แล้ว “ฝ่าบาท... ท่านเชื่อจริงๆ หรือว่าการกำจัดข้าเพียงคนเดียว จะทำให้ท่านได้ครองแผ่นดินนี้อย่างสงบสุข?” เสียงของเขาดังก้องก่อนที่ประตูใหญ่จะปิดลง ความโกลาหลเพิ่งเริ่มต้นขึ้น หลงจิ่งหันมามองไป๋อิงหลันด้วยแววตาที่หนักอึ้ง เขาไม่ได้แสดงความดีใจกับการชัยชนะครั้งนี้แม้แต่น้อย ไป๋อิงหลันขมวดคิ้ว นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง องค์หญิงหนิงอันที่ยืนอยู่ข้างๆ ก้าวเข้ามาหากระซิบเสียงสั่น “อิงหลัน... มีข่าวจากชายแดน ตราประทับที่เขาใช้สั่งการกองทัพไม่ใช่ตราที่ปลอมขึ้น แต่มันคือตราที่ได้รับคำสั่งโดยตรงจากเสด็จแม่ของฝ่าบาท... พระพันปีหลวงทรงมีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ทั้งหมด” หัวใจของไป๋อิงหลันแทบหยุดเต้น เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมองหลงจิ่ง เขากลับยืนนิ่งดุจรูปปั้น และในวินาทีนั้นเอง เสียงโห่ร้องตะโกนจากขุนนางที่จงรักภักดีต่ออัครเสนาบดีก็ดังระงมขึ้นจากโถงชั้นนอก พร้อมกับเสียงดาบที่กระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ประตูท้องพระโรงถูกผลักออกอย่างแรง ทหารรักษาการณ์เลือดอาบตัวร่วงหล่นลงมาเป็นทาง พร้อมกับร่างของหญิงสูงศักดิ์ในชุดคลุมสีทองอร่ามที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง “ผู้ใดกล้าแตะต้องอัครเสนาบดีเฉิน... ผู้นั้นคือศัตรูของราชวงศ์อย่างแท้จริง” พระพันปีหลวงก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้าบุตรชาย พร้อมกับมือที่กุมดาบอาญาสิทธิ์ไว้แน่น สถานการณ์ที่ควรจะเป็นชัยชนะ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว หลงจิ่งจ้องมองมารดาด้วยแววตาที่ปวดร้าว ในขณะที่ไป๋อิงหลันกุมด้ามมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ นางตระหนักได้ทันทีว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในคุกหลวง... แต่อยู่ที่บัลลังก์เบื้องหลังฮ่องเต้นี่เอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุฝนแห่งการทรยศในบทนี้ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%