กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีราคาแพงผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ไป๋อิงหลันก้มมองม้วนฎีกาด่วนพิเศษที่เพิ่งถูกส่งตรงมาจากค่ายทหารชายแดนประจิม ตัวอักษรบนกระดาษสาเขียนด้วยลายมือสั่นระริกราวกับผู้เขียนกำลังเผชิญหน้ากับความตาย ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าเนื้อหาในจดหมาย คือร่องรอยการประทับตราลับของกองทัพที่ถูกกรีดทำลายอย่างจงใจ
"เสบียงเกรดสาม... ข้าวสารขึ้นราผสมทรายครึ่งต่อครึ่ง และงบประมาณซ่อมแซมค่ายพักแรมที่ถูกตัดทอนจนเหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่" อิงหลันพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยประกายตาคมกริบดั่งใบมีด
โคมไฟหยกขาวบนโต๊ะทรงอักษรไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก หลงจิ่งที่ประทับอยู่เบื้องหลังโต๊ะทรงงานเงยพระพักตร์ขึ้นช้าๆ พระเนตรคมกริบทอประกายเยียบเย็นจนน่ากลัว พระองค์มิได้ตรัสสิ่งใดออกมาทันที แต่ความเงียบงันนี้กลับกดดันจนมหาดเล็กนอกตำหนักแทบไม่กล้าหายใจ
"ดี... ช่างบังอาจนัก" หลงจิ่งแค่นพระVOICEต่ำลึกในลำพระ oบาท พระหัตถ์หนากำด้ามพู่กันหยกจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด "อัครเสนาบดีเฉินช่างมือเติบยิ่งนัก ใช้เลือดเนื้อของทหารหาญตามแนวชายแดนมาหล่อเลี้ยงความมั่งคั่งของสกุลเฉินในเมืองหลวง"
"ฝ่าบาททรงระงับโทสะก่อนเถอะเพคะ" อิงหลันก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทรงงานอีกก้าวหนึ่ง นางเอื้อมมือไปรินน้ำชาสมุนไพรถวายด้วยกิริยาที่สงบนิ่งและนุ่มนวล "ความโกรธเกรี้ยวไม่เคยแก้ปัญหาได้ มีแต่จะทำให้งูพิษที่ซ่อนตัวอยู่ตื่นตระหนกและรีบซ่อนตัวลึกกว่าเดิม"
"แต่ทหารสามแสนคนที่ชายแดนกำลังจะอดตายในฤดูหนาวนี้ เจ้าจะให้เรานิ่งดูดายปล่อยให้พวกมันหิวโซจนกองทัพแตกพ่ายอย่างนั้นหรือ อิงหลัน?" หลงจิ่งทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าด้วยความร้อนรน แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางผู้เป็นทั้งหมอหลวงปลอมตัวและที่ปรึกษาคนสนิทผู้กุมหัวใจและราชบัลลังก์ของพระองค์ไว้ครึ่งหนึ่ง
"หม่อมฉันมิได้หมายความเช่นนั้นเพคะ..." อิงหลันแย้มสรวลบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลลึกล้ำ "ในเมื่อพวกมันกล้าฮุบงบประมาณกองทัพ เราก็แค่เปิดช่องทางให้พวกมันอิ่มเอมใจจนตายใจ จากนั้นจึงค่อยๆ รัดคูหาให้แคบลงทีละน้อย สุนัขที่กินอิ่มเกินไปมักจะวิ่งช้าและระแวดระวังตัวน้อยลงเสมอเพคะ"
ก่อนที่ฮ่องเต้หนุ่มจะได้ตรัสตอบ เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาดเล็กก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามด้วยร่างระหงขององค์หญิงหนิงอันที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้ขันทีขานรับ พระพักตร์ขององค์หญิงซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"เสด็จพี่... เยี่ยนซี... เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ!" หนิงอันหอบหายใจรัว ตัวสั่นเทาเล็กน้อยยามก้าวเข้ามาในห้องทรงพระอักษร "สายข่าวในวังหลังรายงานมาว่า สนจากสกุลเฉินแอบลักลอบส่งจดหมายออกนอกวัง และเป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นค่ายทหารที่ชายแดนประจิมที่กำลังเกิดวิกฤตเสบียง!"
อิงหลันหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณความระแวดระวังพุ่งพล่านขึ้นถึงขีดสุด "จดหมายระบุว่าอย่างไรเพคะ?"
"พวกมันไม่ได้แค่ส่งเสบียงปลอมไป๋..." องค์หญิงหนิงอันกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด "แต่พวกมันกำลังยุยงให้แม่ทัพประจำค่ายชายแดน... ก่อกบฏ!"
สิ้นคำประกาศนั้น อุณหภูมิภายในตำหนักดูเหมือนจะลดฮวบลงทันตาเห็น หลงจิ่งผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังกดดันระดับราชันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนบรรยากาศแทบหยุดหายใจ ชายแดนเริ่มสั่นคลอน งบประมาณถูกทุจริต และตอนนี้ยังมีการสมรู้ร่วมคิดกับขุนนางกบฏนอกเมืองหลวง นี่คือแผนการอันแยบยลที่ต้องการถอนรากถอนโคนราชบัลลังก์ในคราเดียว
อิงหลันสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองของนางหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน นางก้าวเท้าเข้าไปใกล้หน้าต่างที่เปิดกว้าง มองออกไปในความมืดมิดของราตรีที่รายล้อมพระราชวังต้องห้าม ทว่าในความมืดนั้น... นางกลับสังเกตเห็นเงาร่างลึกลับสายหนึ่งกำลังปีนป่ายขึ้นมาบนหลังคาตำหนักอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับประกายวาววับของลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งตรงมายังหน้าต่างที่นางยืนอยู่!
"ระวังเพคะ!" อิงหลันหวีดร้องลั่น พุ่งตัวเข้าผลักพระองค์หลงจิ่งให้หลบพ้นวิถีลูกดอกมรณะในเสี้ยววินาทีสุดท้าย!
ปัก! ลูกดอกเหล็กปักลงบนเสาไม้เนื้อแข็งข้างพระวรกายของฮ่องเต้จนสนิทเนื้อ ปลายยอดลูกดอกเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทภายในพริบตา บ่งบอกถึงพิษร้ายแรงที่หากโดนเพียงนิดเดียวก็สามารถปลิดชีพคนได้ทันที
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ตั้งตัว ประตูตำหนักก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างขององครักษ์เงาคนสนิทพุ่งเข้ามาคุกเข่าด้วยสภาพโชกเลือด พร้อมกับรายงานด้วยเสียงอันสั่นเครือที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ
"ฝ่าบาท... ทรงแย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... กองกำลังทหารรักษาพระองค์ครึ่งหนึ่ง... ถูกอัครเสนาบดีเฉินซื้อตัวและปิดล้อมตำหนักไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลงจิ่งแย้มพระOษฐ์เยียบเย็น ทว่าในพระเนตรกลับปรากฏประกายเพลิงแห่งความบ้าคลั่งที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง พระหัตถ์เอื้อมไปชักกระบี่มังกรทองออกจากฝักอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบงันที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย...
...และในวินาทีที่วิกฤตกำลังพุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็น่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากความมืดที่ประตูตำหนัก พร้อมกับร่างของชายชราในชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน ที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยันอันเลือดเย็น!
"ถวายบังคมฝ่าบาท... ดูเหมือนว่าการเล่นสนุกของพระองค์... จะต้องจบลงเพียงเท่านี้กระมังพ่ะย่ะค่ะ"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
หลิวเยี่ยนซี ❤️
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 8
เสบียงทายาทมังกร
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!