“หากฝ่าบาททรงต้องการกระชากหน้ากากสุนัขจิ้งจอกเฒ่านั่น สิ่งที่ต้องทำมิใช่การเปิดศึกในท้องพระโรง แต่เป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ของมันในคลังหลวงค่ะ”
ไป๋อิงหลันเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในตำหนักลับ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาที่คมปลาบของนาง หลงจิ่งที่ประทับอยู่เบื้องหน้าชะงักพู่กันในมือ น้ำหมึกสีนิลหยดลงบนม้วนกระดาษจนกลายเป็นรอยด่างพร้อยราวกับหยดเลือด เขาเงยหน้าขึ้นมองสตรีที่กล้าเสนอแผนการที่อาจหมายถึงชีวิตของทั้งคู่
“เส้นเลือดใหญ่... เจ้าหมายถึงสมุดบัญชีลับที่อัครเสนาบดีเฉินใช้หมุนเวียนเงินหลวงเข้ากระเป๋าตัวเองงั้นหรือ?” หลงจิ่งลดเสียงลงต่ำ ทรงเอนพระวรกายพิงพนักเก้าอี้มังกร ดวงเนตรเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยความกดดัน “เจ้าก็รู้ว่านั่นคือคุกก้นบึ้งที่แม้แต่คนสนิทของข้ายังเข้าไม่ถึง หากข้าส่งคนไปตรวจค้นแบบโฉ่งฉ่าง พรุ่งนี้หัวคนเหล่านั้นคงไปวางกองอยู่หน้าตำหนักแล้ว”
อิงหลันขยับกายเข้าไปใกล้โต๊ะทรงพระอักษร กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวหอมละมุนตัดกับบรรยากาศเคร่งขรึม นางวางม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ เป็นแผนผังการเดินเวรยามของกรมคลังที่นางแอบวาดขึ้นด้วยความจำ
“ไม่มีใครตรวจค้นได้หากเราทำในนามของ ‘พระราชโองการ’ ที่ท่านอัครเสนาบดีนั่นเองเป็นผู้ทูลขอค่ะ”
หลงจิ่งเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “หมายความว่าอย่างไร?”
“ในอีกสามวันข้างหน้า จะถึงกำหนดเทศกาลไหว้พระจันทร์ ข้าทราบมาว่าท่านอัครเสนาบดีเฉินกำลังเร่งรัดให้มีการตรวจสอบคลังหลวงเพื่อเบิกจ่ายเสบียงและเงินรางวัลสำหรับกองทัพชายแดน นั่นคือจังหวะที่มันจะเปิดคลังด้วยกุญแจสำคัญสามดอก ซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่กับคนของมัน อีกหนึ่งอยู่กับขุนนางที่คอยรับใช้มันอยู่เงียบๆ” อิงหลันเว้นจังหวะ สายตาประสานกับดวงเนตรของฮ่องเต้อย่างมุ่งมั่น “เราเพียงแค่ต้องปลอมแปลงบัญชีรายชื่อขุนนางที่จะเข้าไปตรวจสอบ โดยเพิ่มชื่อมือดีของฝ่าบาทเข้าไปปะปนในกลุ่มคนเหล่านั้น เพื่อกระทำการ ‘สับเปลี่ยน’ สมุดบัญชีเล่มจริงกับเล่มที่นางปลอมขึ้นมาค่ะ”
หลงจิ่งนิ่งเงียบไปนาน ความเงียบนั้นหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนที่เขาจะแค่นยิ้มออกมาบางๆ “เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก อิงหลัน... เจ้ากำลังเล่นตลกกับอำนาจที่อยู่เหนือหัวเจ้า แต่เจ้าลืมไปหรือไม่ว่า หากแผนนี้ล้มเหลว ชีวิตเจ้าจะหาไม่”
“หากข้ากลัวตาย ข้าคงไม่ก้าวเข้าวังมาแต่แรกค่ะ ฝ่าบาท” นางตอบนิ่งๆ “การเมืองก็เหมือนการผ่าตัด หากเราไม่ยอมคว้านเอาเนื้อร้ายออก แม้จะเจ็บปวดเพียงใด ในท้ายที่สุด ร่างกายนี้ก็จะเน่าเฟะจนกู้ไม่คืน”
“ดี” หลงจิ่งลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวตรงมาหยุดเบื้องหน้านาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้า “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะมอบตราประทับลัญจกรลับให้เจ้า หากมีสิ่งใดผิดพลาด เจ้าจงใช้ตรานี้สั่งให้กองอารักขาเงาพาเจ้าหนีออกไปให้ไกลที่สุด... แต่อย่าได้คิดจะทิ้งข้าไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง”
อิงหลันใจเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้ แต่นางรีบกดความรู้สึกนั้นลงใต้จิตสำนึก “หม่อมฉันจะไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวังค่ะ”
วันถัดมา... ท่ามกลางโถงทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อน องค์หญิงหนิงอันเดินเข้ามาประชิดตัวอิงหลัน กลิ่นกำยานราคาแพงลอยมาเตะจมูก องค์หญิงกระซิบเสียงแผ่วโดยไม่หันมามอง “เจ้าทำสำเร็จเรื่องการจัดรายชื่อขุนนางแล้ว แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าไม่รู้... อัครเสนาบดีเฉินไม่ได้โง่เง่าเพียงพอจะเก็บเล่มบัญชีไว้ในคลังชั้นในที่เจ้าคาดหวัง”
อิงหลันชะงักเท้า “หมายความว่าอย่างไรเพคะ?”
“ข้าได้รับข่าวจากสายลับในเรือนของเขา... บัญชีเล่มนั้นถูกส่งต่อให้ ‘ผู้หญิงอีกคน’ ที่อยู่ในตำหนักชั้นใน และผู้หญิงคนนั้น... คือสนมเอกที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานที่สุดในยามนี้”
หัวใจของอิงหลันหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม นางหันไปมององค์หญิงหนิงอันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง สนมเอกผู้นั้นคือคนของเฉินอัครเสนาบดีอย่างนั้นหรือ? แล้วการที่หลงจิ่งทรงโปรดปรานนาง... มันคือแผนการที่เขารู้ตัวอยู่แล้ว หรือเป็นหลุมพรางที่เขาตกลงไปโดยไม่รู้ตัวกันแน่?
ก่อนที่อิงหลันจะได้เอ่ยปากถาม ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นที่ปลายโถง เสียงฝีเท้าของทหารราชองครักษ์นับสิบคนวิ่งกรูกันเข้ามา พร้อมกับการปรากฏตัวของอัครเสนาบดีเฉินที่เดินตามมาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าอิงหลัน สายตาจดจ้องที่นางราวกับจะกลืนกิน
“แม่นางไป๋... ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังให้คำปรึกษาฝ่าบาทเรื่องการตรวจสอบคลังหลวงอย่างนั้นรึ?” เขาหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ “น่าเสียดาย... เพราะในสมุดบันทึกเวรยามของวังหลวงวันนี้ ข้าพบชื่อของ ‘สายลับ’ ที่แฝงตัวเข้ามาในวังชั้นใน และชื่อนั้น... ก็ดันเป็นชื่อที่เจ้าปลอมแปลงขึ้นมาเสียด้วย”
อิงหลันเย็นวาบไปทั้งกระดูกสันหลัง นางตกหลุมพรางแล้ว... หรือนี่คือแผนซ้อนแผนที่เขาสร้างไว้ดักรอนางกันแน่?
หลงจิ่งก้าวออกมาจากหลังม่านไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบจ้องมองอัครเสนาบดีเฉินด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก “ท่านอัครเสนาบดี... ดูเหมือนท่านจะตื่นเต้นกับงานราชการมากไปจนลืมมารยาทไปแล้วนะ ว่าสตรีผู้นี้คือแขกที่ข้าเชิญมาด้วยตัวเอง”
“แขกหรือพะยะค่ะ?” อัครเสนาบดีเฉินแค่นเสียงหัวเราะพลางแบมือออกมา ในมือนั้นมีป้ายไม้ตราประจำตัวของอิงหลันที่นางเผลอทำตกไว้ “ถ้าเช่นนั้น ฝ่าบาทคงไม่ถือสาหากข้าจะนำตัวนางไปสอบสวนในฐานะ ‘สายลับต่างแคว้น’ ที่บุกรุกเข้าสู่วังหลวงเพื่อหวังลอบปลงพระชนม์!”
อิงหลันยืนนิ่งราวกับรูปสลัก หัวใจเต้นถี่รัวเมื่อเห็นทหารราชองครักษ์ขยับเข้ามาล้อมรอบตัวนางและองค์หญิงหนิงอันไว้ หลงจิ่งนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเดินมาหยุดข้างๆ อิงหลัน แล้วเอื้อมมือไปจับมือนางแน่นจนนางรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของฝ่ามือเขา
“ใครที่กล้าแตะต้องตัวนาง... จงเตรียมหัวไว้ให้ดี” หลงจิ่งเอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก พร้อมกับชักกระบี่ประจำกายออกมาจ่อที่คอหอยของอัครเสนาบดีเฉินในเสี้ยววินาที
หวังว่าตอนที่เก้านี้จะทำให้รี้ดเดอร์ทุกท่านตื่นเต้นและติดตามหงส์เคียงบัลลังก์ต่อไปนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอบคุณจากใจค่ะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 9
แผนซ้อนแผนยึดอำนาจคลังหลวง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!