“ฝ่าบาท... การที่พระองค์เสด็จมายังเรือนพักนางกำเนิดชั้นต่ำในยามวิกาลเช่นนี้ หากถูกผู้ใดพบเห็น มิใช่แค่หัวของหม่อมฉันที่จะหลุดจากบ่า แต่บัลลังก์ที่พระองค์เพียรประคองไว้อาจสั่นคลอนจนมิอาจกู้คืนได้นะคะ”
ไป๋อิงหลันเอ่ยขึ้นโดยมิได้หันไปมองเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่หลังฉากกั้นไม้ฉลุ นางยังคงก้มหน้าฝนหมึกอย่างเชื่องช้า กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่รอบกายชายผู้นี้ชัดเจนจนนางไม่อาจแสร้งทำเป็นไม่รู้ได้
หลงจิ่งก้าวพ้นเงามืดออกมา แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อกวาดมองไปรอบห้องที่จัดวางอย่างเรียบง่าย ทว่าสะดุดอยู่ที่ม้วนกระดาษแผนผังราชสำนักที่ซ่อนอยู่ใต้ตำราแพทย์บนโต๊ะทำงาน เขาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา
“ในวังหลังแห่งนี้... มีที่ใดบ้างที่มิใช่กรงขังของอัครเสนาบดีเฉิน?” หลงจิ่งเอ่ยพลางก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับปรางแก้มของหญิงสาว “เจ้าบอกว่าข้ากำลังเล่นเกมที่สั่นคลอนบัลลังก์ แต่ตัวเจ้าเล่า... หญิงสาวที่ควรจะก้มหน้าก้มตาถวายงาน กลับแอบร่างผังการเคลื่อนไหวขององครักษ์เฉินจงไว้ในตำราแพทย์ เจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ ไป๋อิงหลัน”
อิงหลันวางแท่งหมึกในมือลงช้าๆ นางเงยหน้าขึ้น สบประสานสายตากับฮ่องเต้หนุ่มโดยไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แววตาของนางนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบ่อลึก ทว่าซ่อนประกายไฟแห่งการแก้แค้นเอาไว้
“หม่อมฉันต้องการเพียงลมหายใจที่อิสระ และชื่อเสียงของตระกูลไป๋ที่ถูกลบเลือนด้วยคมดาบของคนโฉด” นางเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับกายเข้าไปใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา “ฝ่าบาทต้องการกอบกู้แผ่นดิน ส่วนหม่อมฉันต้องการถอนรากถอนโคนผู้ที่ทำลายชีวิตของหม่อมฉัน หากเรามีศัตรูคนเดียวกัน... ทำไมเราต้องเดินบนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันด้วยเล่าคะ?”
หลงจิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะบีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่ได้คาดคิดว่านางจะกล้าหาญถึงขั้นยื่นข้อเสนอเช่นนี้กับโอรสสวรรค์
“เจ้ากำลังเสนอให้ข้า... ใช้สตรีเช่นเจ้าเป็นหมากในกระดานการเมืองที่เลือดเย็นที่สุด?” เขาถาม น้ำเสียงแฝงความหยั่งเชิง
“หม่อมฉันมิใช่หมาก หากแต่เป็นพันธมิตรที่รู้จักกรงเล็บของหมาป่าดีที่สุด” อิงหลันหยิบแผนผังที่นางเขียนขึ้นมาวางลงตรงหน้าเขา “อัครเสนาบดีเฉินมิได้กุมอำนาจผ่านทางกฎหมาย แต่ผ่านทาง ‘ความลับ’ ของขุนนางในท้องพระโรง หากพระองค์ยอมเปิดทางให้หม่อมฉันเข้าถึงบันทึกลับในหอคัมภีร์หลวง หม่อมฉันรับรองว่าจะทำให้ ‘ความลับ’ เหล่านั้นกลายเป็นบ่วงรัดคอพวกมันเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักครู่ใหญ่ หลงจิ่งจ้องมองนางราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น เขาเห็นความเด็ดเดี่ยว เห็นความเจ็บปวด และเห็นความฉลาดล้ำที่แม้แต่ขุนนางอาวุโสบางคนยังเทียบไม่ได้
“เจ้ามันร้ายกาจยิ่งกว่าปีศาจจำแลง” หลงจิ่งเอ่ยพึมพำ ก่อนจะโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ “หากข้าตกลง... เจ้าจะต้องเป็นคนของข้าเพียงผู้เดียว ทั้งกาย ใจ และเล่ห์กลของเจ้า ห้ามมิให้ผู้ใดได้ครอบครอง... แม้แต่ความคิดที่เจ้าจะหันหลังกลับ”
อิงหลันยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เปื้อนด้วยความอ่อนหวาน แต่เปื้อนด้วยกลิ่นอายของแผนการที่กำลังจะเริ่มต้น “ในเมื่อเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว พายุลูกใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน... หม่อมฉันจะช่วยพระองค์ถือหางเสือเองค่ะ”
หลงจิ่งคว้าข้อมือนางไว้แน่น ความร้อนจากฝ่ามือเขาส่งผ่านไปยังชีพจรของนาง ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในค่ำคืนที่เงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ทว่าในขณะที่การตกลงกำลังดำเนินไปถึงจุดสำคัญ ประตูกระดาษหน้าห้องพักพลันถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย
“ฝ่าบาท... อัครเสนาบดีเฉินกำลังมุ่งหน้ามาที่เรือนพักของท่านหญิงอิงหลันเพคะ! เขาอ้างว่าได้รับแจ้งว่ามีชายแปลกปลอมลักลอบเข้ามาในเขตวังหลัง!”
เสียงขององค์หญิงหนิงอันดังแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก อิงหลันเบิกตากว้าง หันไปมองทางหน้าต่างที่เงาตะคุ่มของกลุ่มคนกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ด้วยความรวดเร็ว หลงจิ่งปล่อยมือนางทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง
“หากคืนนี้เราถูกจับได้ นี่คือจุดจบของแผนการทั้งหมด” หลงจิ่งกระซิบพลันดึงดาบสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมา
หลิวเยี่ยนซีขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนแห่งการแลกเปลี่ยนนี้ไปพร้อมกับหลันเอ๋อร์นะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 6
ค่ำคืนแห่งการแลกเปลี่ยนความจริง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!