"หากฝ่าบาทโปรดปรานชาถ้วยนี้ หม่อมฉันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องปฏิเสธมิใช่หรือเพคะ"
ไป๋อิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังถ้วยชาหอมกรุ่นในมือของหลงจิ่งกลับคมกริบดุจใบมีดโกน บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำค้างกระทบขอบหน้าต่างไม้แกะสลัก อัครเสนาบดีเฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักขยับยิ้มมุมปาก คล้ายกำลังรอคอยชมละครฉากใหญ่ที่เขามั่นใจในผลลัพธ์เสียเต็มประดา
หลงจิ่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเขาสัมผัสขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างแผ่วเบา "นางกำนัลคนใหม่ชงชาได้รสชาติแปลกตานัก อิงหลัน... เจ้าไม่อยากลิ้มลองดูสักนิดหรือ"
"หม่อมฉันเพียงแต่มองเห็นสิ่งแปลกปลอมที่ลอยอยู่ในก้นถ้วยต่างหากเพคะ" อิงหลันก้าวเข้าไปใกล้เบื้องพระพักตร์โดยไม่หวั่นเกรง นางหยิบปิ่นปักผมเงินแท้ออกมา จุ่มลงในถ้วยชาเพียงชั่วครู่ก่อนจะดึงออกมาให้ทุกคนในตำหนักได้ประจักษ์แก่สายตา
ปิ่นเงินที่เคยแวววาวบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำราวกับถ่านไม้
อัครเสนาบดีเฉินหน้าเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเย้ยหยันเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาประหวั่นพรั่นพรึง แต่เขายังคงวางท่าทีนิ่งขรึม "บังอาจ! เจ้ากล้าใส่ความว่าในชาของฝ่าบาทมียาพิษรึ? รนหาที่ตายนัก!"
"ท่านอัครเสนาบดีใจร้อนเกินไปหรือไม่เจ้าคะ?" อิงหลันหันไปเผชิญหน้ากับชายผู้กุมอำนาจล้นฟ้า ดวงตานางวาวโรจน์ "หากเป็นยาพิษทั่วไป ปิ่นเงินย่อมตรวจพบ แต่สิ่งที่ข้าเห็นในถ้วยนี้คือ 'เกสรดอกบัวหิมะ' ผสมกับ 'พิษแมงป่องทราย' ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือเมื่อเจอกับปิ่นเงินจะเปลี่ยนเป็นสีดำเพียงชั่วครู่แล้วจางหายไป... คนที่รู้สูตรลับนี้ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านพิษวิทยาอย่างลึกซึ้ง และต้องเป็นคนใกล้ตัวที่ได้รับความไว้วางใจให้เข้าถึงโรงครัวหลวงได้เท่านั้น"
นางแสร้งกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดลงที่นางกำนัลคนสนิทของชายาเอกซึ่งยืนตัวสั่นระริกอยู่ข้างๆ "หากข้าจำไม่ผิด นางกำนัลผู้นี้เป็นคนคอยดูแลเรื่องเครื่องเสวยให้กับท่าน... ใช่หรือไม่เจ้าคะ?"
หลงจิ่งวางถ้วยชาลง เสียงกระทบโต๊ะดังกังวานก้องไปทั่วตำหนัก เขาโน้มตัวลงมาหาอิงหลัน สายตาทั้งสองประสานกัน สื่อสารความในใจที่ไม่มีใครล่วงรู้ "เจ้าพิสูจน์ได้หรือไม่ว่านางเป็นคนวางยา หรือว่าเจ้า... คือผู้ที่สลับถ้วยชาตั้งแต่แรก?"
อิงหลันยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ "หม่อมฉันมีวิธีพิสูจน์เพคะ ฝ่าบาท"
นางเดินเข้าไปใกล้สาวใช้ผู้นั้นแล้วกระชากผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อของนาง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกบัวหิมะโชยออกมาทันที อิงหลันหันไปทางองค์หญิงหนิงอันที่นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ พยักหน้าเป็นสัญญาณ องค์หญิงหนิงอันจึงรีบก้าวออกมา
"ข้าจำได้ว่าเมื่อเช้านี้ ข้าเห็นเจ้าเดินออกจากตำหนักของอัครเสนาบดีด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน" องค์หญิงหนิงอันเอ่ยเสียงกร้าว "เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร!"
ความโกลาหลเกิดขึ้นในทันที อัครเสนาบดีเฉินพยายามจะเอ่ยแก้ต่าง แต่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว หลงจิ่งออกคำสั่งให้ราชองครักษ์คุมตัวสาวใช้ผู้นั้นออกไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เจ้าเก่งมาก... อิงหลัน" หลงจิ่งกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความนัย "แต่เจ้าลืมไปอย่างหนึ่ง ในเมื่อข้าไม่เป็นอะไร ใครจะเป็นคนรับโทษแทนในกรณีที่ความผิดนี้ถูกสาวไปถึงตัวผู้บงการที่แท้จริง?"
อิงหลันชะงักไป ความรู้สึกหนาววาบแล่นผ่านสันหลัง นางตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่การคลี่คลายสถานการณ์ แต่มันคือการเปิดประตูสู่อันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิม
เมื่อราชองครักษ์รายงานผลการสอบสวนเบื้องต้นกลับมา สีหน้าของพวกเขากลับดูแปลกประหลาด และแทนที่จะเดินไปทางอัครเสนาบดีเฉิน กลับเดินตรงมายังตำแหน่งที่อิงหลันยืนอยู่ พร้อมกับหมายจับในมือที่ประทับตราหลวงไว้อย่างชัดเจน
"ไป๋อิงหลัน... เจ้าต้องโทษฐานลอบปลงพระชนม์ด้วยการใส่ร้ายผู้อื่น!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เล่ห์กลอันตรายและเป็นกำลังใจให้หลิวเยี่ยนซีเสมอนะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 5
ยาพิษในถ้วยชา
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!