หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 20

สายัณห์วิปริต

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากอัครเสนาบดีเฉินจงรักภักดีจริงดังที่ปากพร่ำบอก เหตุใดกลิ่นคาวเลือดจึงโชยมาจากทิศประจิมก่อนที่ข้าจะได้รับรายงานว่าเขาส่งกองกำลังไปปราบกบฏชายแดนเสียอีกเล่า?" น้ำเสียงของหลงจิ่งราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก พระหัตถ์ที่ถือม้วนฎีกาไว้แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดบ่งบอกถึงโทสะที่ถูกกักขังไว้ภายใต้หน้ากากฮ่องเต้ผู้เงียบขรึม ไป๋อิงหลันก้าวออกมาจากเงามืดหลังฉากกั้นไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องไปยังแผนที่ยุทธศาสตร์บนโต๊ะทรงงานด้วยแววตาครุ่นคิด "ฝ่าบาท..." นางเอ่ยแผ่วเบา แต่หนักแน่น "เขาไม่ได้ส่งไปปราบกบฏ แต่เขากำลังเปลี่ยนทิศทางหอกที่เคยชี้ไปยังศัตรูภายนอก ให้หันปลายแหลมเข้าสู่หัวใจของเมืองหลวงเราต่างหาก" บรรยากาศในตำหนักทรงอักษรเงียบงันจนได้ยินเสียงเปลวเทียนที่เต้นเร่าตามแรงลมแผ่วหวิว หลงจิ่งเงยพระพักตร์ขึ้นสบตานาง แววตาของเขาในยามนี้มิใช่ฮ่องเต้อ่อนแอที่ขุนนางเหยียดหยาม แต่เป็นนักล่าที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ศัตรู "เฉินหลานจื้อคงกะเวลาไว้แม่นยำนัก" หลงจิ่งแค่นยิ้ม "เขารู้ว่ากองกำลังรักษาพระนครส่วนใหญ่ยังติดพันกับการซ้อมรบประจำปีที่หุบเขาไกลออกไป การที่เขาสั่งเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมเมืองหลวงในคืนสายัณห์นี้ มิใช่เพียงการข่มขวัญ แต่เป็นการบีบให้ข้าต้องเซ็นลงพระปรมาภิไธยยกอำนาจเบ็ดเสร็จให้แก่เขาภายใต้ข้ออ้าง 'การรักษาความสงบ'" ไป๋อิงหลันก้าวเข้าไปใกล้ แตะปลายนิ้วลงบนแผนที่จุดที่แสดงถึงประตูเมืองทิศเหนือ "หากเขาปิดล้อมโดยไร้เหตุผล ราชสำนักย่อมตื่นตระหนก แต่ถ้าเขาสร้าง 'สถานการณ์' ให้เกิดความโกลาหลภายในเมืองหลวงเล่าเพคะ? ท่านอัครเสนาบดีมักจะชอบวางหมากสองชั้นเสมอ ชั้นหนึ่งคือทหารล้อมเมือง อีกชั้นคือไส้ศึกในวัง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เวรยามก็ดังแทรกเข้ามาทางระเบียงทางเดิน องค์หญิงหนิงอันก้าวพรวดเข้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าถอดสี "เสด็จพี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!" องค์หญิงรีบกล่าวพลางหอบหายใจ "ขบวนรถม้าของอัครเสนาบดีเพิ่งผ่านเข้าประตูเมืองหน้าตาเฉย โดยอ้างว่านำเสบียงมาทูลเกล้าฯ ถวาย แต่ทว่า... ทหารติดตามของเขาทุกคน สวมเกราะเต็มยศและมีอาวุธครบมือ มิใช่ขบวนเสบียงปกติ แต่เป็นกองทัพย่อมๆ ที่แทรกซึมเข้ามาถึงใจกลางเมืองแล้ว!" หลงจิ่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่าง "ดี... ในเมื่อเขากล้าเล่นเกมเปิดเผยถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องซ่อนเขี้ยวเล็บอีกต่อไป" ไป๋อิงหลันรู้สึกได้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาดั่งเงาทมิฬ นางรีบหยิบตลับชาดและเครื่องเขียนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "ฝ่าบาท ต้องรีบส่งสารลับถึงแม่ทัพเหยียนที่ชายแดน หากเขาทราบข่าวการล้อมเมืองนี้ เขาอาจจะยอมสละเกียรติยศถอนกำลังกลับมาช่วยได้ทันท่วงที!" "ส่งไปก็ไร้ประโยชน์" หลงจิ่งขัดจังหวะ แววตาของเขาฉายประกายเยือกเย็น "เฉินหลานจื้อตัดเส้นทางสื่อสารทั้งหมดแล้ว นกพิราบสื่อสารทุกตัวที่บินออกจากวังจะถูกธนูอาบยาพิษสอยร่วงก่อนพ้นเขตเมือง" "ถ้าเช่นนั้น เราก็ต้องเปลี่ยนวิธี" ไป๋อิงหลันหยิบแผนที่ขึ้นมาขีดเขียนด้วยความเร็ว "เรามีทางลับใต้ดินที่เชื่อมต่อจากตำหนักนี้ไปถึงค่ายทหารรักษาวังหลวงที่ยังจงรักภักดี หากเราสามารถนำคนกลุ่มเล็กๆ แทรกซึมออกไปและจุดคบเพลิงสัญญาณที่หอคอยทิศตะวันออกได้... มันจะเป็นการประกาศศึกที่คนทั้งเมืองจะมองเห็น" แต่ในขณะที่ทั้งสามกำลังหารือกันอยู่นั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยเมืองก็ดังขึ้น... แต่มิใช่จังหวะปกติ มันเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงการรุกรานจากภายใน "ไม่จริง..." หนิงอันอุทาน "นั่นคือเสียงสัญญาณของทหารฝ่ายเรา... หมายความว่าหอคอยถูกยึดแล้ว!" ทันทีที่เสียงระฆังเงียบลง ประตูตำหนักทรงอักษรก็ถูกผลักออกอย่างแรง ขันทีอาวุโสคนสนิทของอัครเสนาบดีเฉินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยพิษร้าย ในมือนั้นถือม้วนพระราชโองการปลอมที่ร่างด้วยลายมือที่เลียนแบบฮ่องเต้ได้อย่างแนบเนียน "ฝ่าบาท" ขันทีผู้นั้นโค้งตัวลงอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะประกาศเสียงก้อง "อัครเสนาบดีเฉินมีความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของพระองค์ยิ่งนัก จึงได้สั่งให้ปิดล้อมตำหนักเพื่อป้องกันภัยจากกบฏชั่วที่ซ่อนตัวอยู่ข้างกายพระองค์... บัดนี้ เมืองหลวงตกอยู่ภายใต้การดูแลของท่านอัครเสนาบดีเรียบร้อยแล้ว" ไป๋อิงหลันก้าวขวางหน้าหลงจิ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของนางจ้องมองไปยังมือของขันทีที่สั่นเทาเล็กน้อย นางสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่คอเสื้อของเขา... คราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท "คนสนิทของฮ่องเต้ตายไปกี่คนแล้ว?" ไป๋อิงหลันถามเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยความโกรธ "คนไม่รักดีก็ต้องถูกกำจัดเป็นธรรมดา" ขันทีผู้นั้นแสยะยิ้มก่อนจะก้าวถอยหลัง แล้วเผยให้เห็นทหารองครักษ์ชุดดำนับสิบคนที่ชักดาบออกมาปิดล้อมตำหนักไว้จนมิด หลงจิ่งคว้าดาบประจำพระองค์บนชั้นวางขึ้นมา สายตาของเขาจ้องมองไปยังขันทีผู้นั้นด้วยความสมเพช "เฉินหลานจื้อคงคิดว่าหมากที่เขาเดินนั้นไร้ช่องโหว่ แต่เขาลืมไปอย่างหนึ่ง... ข้าไม่ใช่ฮ่องเต้ที่รอวันตาย" เขากระซิบข้างหูไป๋อิงหลันเบาๆ "เตรียมตัวให้พร้อม หากข้าส่งสัญญาณ จงหนีไปทางลับเสีย ไม่ต้องห่วงข้า" ทันใดนั้น เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางเข้าวังด้านหน้า พร้อมกับกลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วท้องฟ้าสีสายัณห์ที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีเลือด ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดเกราะแม่ทัพพังประตูเข้ามาด้วยเลือดที่ท่วมตัว เขาคือแม่ทัพที่ทุกคนคิดว่าถูกกักบริเวณไปแล้ว "ฝ่าบาท! กระหม่อมนำกำลังฝ่าวงล้อมมาได้เพียงเท่านี้... แต่ท่านอัครเสนาบดีกำลังก้าวเข้ามาในโถงพระโรงพร้อมกับ... กับ..." แม่ทัพผู้นั้นพูดไม่จบประโยค ก่อนจะล้มลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ของอัครเสนาบดีเฉินก็ปรากฏตัวขึ้นหลังหมอกควัน พร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มอำมหิต ที่ข้างกายของเขา... คือร่างของนางในวังที่ไป๋อิงหลันไว้วางใจที่สุด ซึ่งบัดนี้กำลังถือมีดสั้นจ่อที่ลำคอขององค์หญิงหนิงอันอยู่! "ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจตัวละครไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ"
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%