หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 21

ป้อมปราการสุดท้าย

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ปิดประตูพระราชวังชั้นในทั้งหมด เสริมกลอนเหล็กหนาเจ็ดชั้น อย่าให้แม้แต่แมลงวันสักตัวบินผ่านเข้าออกได้" เสียงของหลงจิ่งไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนแผ่นศิลา รอบกายเขาคือเหล่าองครักษ์เงาที่ก้มหน้าสำรวม ทว่าแววตาของพวกเขากลับวูบไหวด้วยความตระหนก นี่ไม่ใช่การเตรียมรับศึก แต่เป็นการเตรียมการสำหรับ 'งานเลี้ยงส่งท้าย' ที่อาบไปด้วยเลือด ไป๋อิงหลันยืนอยู่ข้างพระหัตถ์ที่กำแน่นของโอรสสวรรค์ เธอไม่ได้สวมอาภรณ์หรูหราดั่งนางสนม แต่เป็นชุดรัดกุมสีเข้มที่ใช้สำหรับปฏิบัติภารกิจลับ นิ้วเรียวของเธอขยับไปมาบนแผ่นแผนที่ราชสำนักที่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม ซึ่งบัดนี้รอยหมึกบนนั้นบ่งบอกถึงจุดยุทธศาสตร์ที่กำลังถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ "ฝ่าบาท..." อิงหลันเอ่ยขึ้นพลางเงยหน้ามองบุรุษผู้แบกรับชะตากรรมของแผ่นดินไว้บนบ่า "ในเมื่ออัครเสนาบดีเฉินตัดขาดเส้นทางลำเลียงเสบียงจากหัวเมืองตะวันตกแล้ว การปิดตายวังหลวงเท่ากับการปิดตายหนทางรอดของพวกเราเอง ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะยอมเดิมพันด้วยหมากกระดานนี้?" หลงจิ่งละสายตาจากเอกสารราชการมาสบตาเธอ แววตาคมกริบนั้นมีประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากฮ่องเต้ผู้อ่อนแอที่เขาแสดงมาตลอดหลายปี "หากข้าไม่เลือกทางนี้ เจ้าคิดหรือว่าเฉินซานจะปล่อยให้ข้ามีลมหายใจถึงวันพรุ่งนี้? หมากกระดานนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อรอด แต่มันมีไว้เพื่อ 'ลาก' ให้พวกมันเผยเขี้ยวเล็บที่ซ่อนไว้ออกมาให้หมด อิงหลัน... เจ้ากลัวหรือ?" อิงหลันคลี่ยิ้มบาง เธอหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมา ปาดลงบนแผนที่ตรงจุดที่เป็นที่ตั้งของตำหนักอัครเสนาบดีด้วยท่วงท่าเฉียบขาด "หม่อมฉันกลัวอย่างเดียว คือกลัวว่าเมื่อถึงเวลาที่ความจริงปรากฏ ใบหน้าของคนที่ทรยศแผ่นดินจะไม่อาจชดใช้ความผิดนี้ได้หมด" บรรยากาศภายในตำหนักบรรทมเย็นเยียบลงถนัดตา องค์หญิงหนิงอันก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานด่วนในมือ ใบหน้าของนางซีดเผือดผิดปกติ "พี่เสด็จ... อัครเสนาบดีเฉินคุมตัวขุนนางฝ่ายในไปกว่าครึ่งแล้ว พวกเขาอ้างว่าพี่เสด็จประชวรหนักและสั่งให้กักบริเวณเพื่อความปลอดภัย พวกเขากำลังเคลื่อนพลประชิดประตูทิศเหนือ... ข้าพเจ้าเกรงว่า" "เกรงว่ามันจะบุกเข้ามาในคืนนี้สินะ" หลงจิ่งสรุปประโยคแทนพระขนิษฐา น้ำเสียงของเขาราบเรียบประหนึ่งกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ "ฝ่าบาท" อิงหลันขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "หากพวกมันเริ่มลงมือ เราต้องมี 'เบี้ย' สักตัวที่ยอมสละชีพเพื่อเปิดเผยความจริงเรื่องตราประทับปลอมในมือของเฉินซาน หม่อมฉันได้เตรียมกลไกบางอย่างไว้ที่ห้องโถงว่าราชการแล้ว หากมันก้าวเข้ามาด้วยความลำพองใจ ผลลัพธ์สุดท้ายอาจไม่ได้เป็นไปตามที่มันคาดหวัง" หลงจิ่งมองสตรีตรงหน้าด้วยความชื่นชมระคนแปลกใจ ในนาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้เพียงคืบ นางกลับมีความเยือกเย็นดุจสายน้ำที่พร้อมจะกลายเป็นน้ำแข็งเฉือนคอศัตรู "อิงหลัน ข้าเคยถามตัวเองว่า หากข้าไม่ได้ครองบัลลังก์นี้ ข้าจะสามารถครองใจเจ้าได้หรือไม่" หลงจิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนเหลือเพียงเสียงกระซิบ "ตอนนี้ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องส่วนตัวเพคะฝ่าบาท" อิงหลันหลบสายตา ร่างกายของเธอเริ่มสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นของอะดรีนาลีนที่พลุ่งพล่าน "เราต้องเตรียมรับมือกับเสียงขานรับจากภายนอก... หากเฉินซานบุกเข้าวัง มันต้องมีกำลังสนับสนุนจากกองทัพรักษาพระนครที่ควรจะอยู่ข้างเรา แต่ตอนนี้พวกเขาไปอยู่ฝั่งโน้นแล้ว ท่านต้องตัดสินใจ... จะใช้ 'ไม้ตาย' เลยหรือไม่?" "ยังก่อน" หลงจิ่งสั่งการ พลางหันไปมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด มีเพียงแสงจากคบเพลิงของทหารยามที่ดูห่างเหินและหวาดระแวง "ต้องให้มันมั่นใจเสียก่อนว่าแผนการยึดอำนาจของมันสมบูรณ์แบบที่สุด... เมื่อคนเรามั่นใจจนหลงระเริง นั่นคือวินาทีที่มันจะเปราะบางที่สุด" ทันใดนั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยทิศประจิมก็ดังขึ้นกังวานก้องไปทั่วพระราชวัง มันเป็นเสียงที่บีบคั้นหัวใจและประกาศชัดเจนว่า 'ป้อมปราการสุดท้าย' กำลังจะถูกโจมตีจากทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารจำนวนมหาศาลเริ่มกึกก้องไปตามทางเดินหินขัด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อถวายความเคารพ แต่มาเพื่อกระชากราชบัลลังก์ด้วยดาบในมือ "พวกเขามาถึงแล้วเพคะ" องค์หญิงหนิงอันเอ่ยพลางกำกระบี่แน่น อิงหลันสูดลมหายใจลึก เธอก้าวไปยืนเคียงข้างหลงจิ่ง มือของเธอสัมผัสกับปลายแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงให้สัญญาณว่า 'ข้าจะอยู่ตรงนี้กับท่าน' ประตูตำหนักใหญ่ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงไม้แตกกระจายดังก้องไปทั่ว อัครเสนาบดีเฉินก้าวเข้ามาพร้อมกับกลุ่มองครักษ์ส่วนตัว ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะที่บิดเบี้ยว "ฝ่าบาท คืนนี้ช่างยาวนานนัก กระหม่อมเพียงต้องการมา 'อารักขา' ให้พระองค์ทรงพักผ่อนให้สบาย... ตลอดกาล" หลงจิ่งไม่ได้ลุกจากเก้าอี้มังกร เขายังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น เพียงแต่มุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยนั้นกลับทำให้อัครเสนาบดีเฉินชะงักไปครู่หนึ่ง "เฉินซาน ท่านคิดว่าความพยายามครั้งนี้จะทำให้ท่านได้ขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตัวนี้จริงๆ หรือ?" หลงจิ่งถามเบาๆ เฉินซานหัวเราะลั่น "พระองค์เองก็ทรงทราบดี ว่าไม่มีใครหยุดกระหม่อมได้... แม้แต่คนรักของพระองค์ที่ยืนอยู่ข้างกาย" ทว่าในวินาทีที่เฉินซานก้าวเข้ามาใกล้ระยะที่มองเห็นอิงหลันได้ชัดเจน เขากลับเบิกตากว้างเมื่อเห็นสตรีตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอกลับส่งยิ้มที่ทำให้เขารู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมาอย่างประหลาด อิงหลันค่อยๆ ชูมือขึ้นเหนือหัว เหมือนกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่มองไม่เห็นให้ใครบางคนข้างนอกนั่น "ท่านอัครเสนาบดี ท่านลืมไปแล้วหรือว่า... ในวังหลวงแห่งนี้ แม้แต่กำแพงยังมีหู และในมือของฝ่าบาทก็มีสิ่งที่ท่านคาดไม่ถึงอยู่อย่างหนึ่ง" เฉินซานขมวดคิ้ว "เจ้าหมายถึงอะไร?" อิงหลันขยับยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม "หมายถึง... คนที่จะมาหยุดท่าน ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นคนที่ท่านเองนั่นแหละที่เป็นคน 'สั่งฆ่า' ไปเมื่อห้าปีก่อน" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยในความทรงจำของอัครเสนาบดีก็ดังขึ้นจากเงามืดหลังม่านปักลายมังกร ชายผู้หนึ่งที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วในสมรภูมิชายแดน ก้าวออกมาพร้อมกับตราประทับลับที่หายสาบสูญไปนาน... และปลายดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอขององครักษ์คนสนิทข้างกายเฉินซาน! หัวใจของเฉินซานร่วงหล่นลงสู่ตาตุ่ม ในขณะที่หลงจิ่งลุกขึ้นยืนช้าๆ ราวกับพยัคฆ์ที่ตื่นจากการหลับใหล ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความจริงเริ่มกัดกินหัวใจตัวละครไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์: เล่ห์รักพลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%