เสียงหัวเราะเจือความเย้ยหยันของธีรพัฒน์ที่เล็ดลอดผ่านบานประตูไม้สักบานหนาออกมากร่อนเซาะประสาทสัมผัสของคิมหันต์จนแทบแหลกละเอียด ประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดในดวงตาคมกริบไม่ได้น่ากลัวเท่ากับความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าห้องทำงาน
พายสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของรุ่นพี่ตัวดี แต่ธีรพัฒน์กลับยิ่งกระชับปลายนิ้วแน่นขึ้น พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่ในสายตาของคนมองอย่างคิมหันต์... มันช่างน่าหมั่นไส้จนอยากซัดให้คว่ำคาสูทราคาแพง
"ปล่อย" เสียงของพายลอดไรฟัน ไม่ดังนักแต่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธ
"ทำไมล่ะครับพาย แค่รุ่นพี่แวะมาทักทาย... ท่านประธานคงใจแคบเกินกว่าจะห้ามไม่ให้ลูกน้องมีเพื่อนมนุษย์หรอกมั้งครับ" ธีรพัฒน์จงใจเน้นเสียงคำว่า 'ท่านประธาน' ให้ดังเป็นพิเศษ ดวงตาคู่คมเหลือบมองข้ามไหล่บางไปยังร่างสูงที่ยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเย็นชาขั้นสุด
ปัง!
เสียงประตูกระจกนิรภัยถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของพายด้วยจังหวะก้าวที่หนักหน่วงราวกับพายุกระหน่ำ อุณหภูมิภายในห้องที่เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศกลับลดฮวบลงจนติดลบในชั่วพริบตาเดียว
ดวงตาคมปลาบกวาดมองข้อมือของพายที่ถูกธีรพัฒน์กุมไว้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับรุ่นพี่หนุ่มคู่ปรับด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ
"มือ... สมควรเก็บเอาไว้จับปากกาทำงาน มากกว่าจะเอามาเร่ร่อนแตะต้องของๆ คนอื่นนะ คุณธีรพัฒน์" น้ำเสียงของคิมหันต์เรียบสนิท เยียบเย็น และกดต่ำจนน่าขนลุก มันคือความนิ่งที่เต็มไปด้วยแรงระเบิดพร้อมทำงาน
ธีรพัฒน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตากลับไหววูบด้วยความท้าทาย "ของๆ คนอื่นเหรอครับ? ผมจำได้ว่าโต๊ะทำงานตัวนี้เป็นของบริษัท และพายก็เป็นสถาปนิกอิสระ... หรือว่าท่านประธานจะออกกฎระเบียบใหม่ ห้ามคนนอกเข้าใกล้พนักงานในเวลาทำการด้วย?"
"ถ้าไม่อยากตกงานโดยไม่รู้ตัว ก็ไสหัวออกไปจากห้องนี้ซะ" คิมหันต์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจายืดยาว ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวจนธีรพัฒน์ต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แรงกดดันมหาศาลจากผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแผ่ซ่านจนบรรยากาศแทบหายใจไม่ออก
ธีรพัฒน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของพายในที่สุด เขากวาดสายตามองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มรู้ทัน ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งให้ความอึดอัดโอบล้อมรอบตัวคนทั้งคู่เอาไว้จนแทบปริแตก
เมื่อบานประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าปกคลุมทันที
พายเม้มริมฝีปากแน่น รู้สึกถึงพายุอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งความหงุดหงิดที่ถูกก้าวก่ายความเป็นส่วนตัว และความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านขึ้นมาเมื่อเห็นแววตาหึงหวงอย่างไม่ปิดบังของคนตรงหน้า ร่างเพรียวหันหลังให้ทันที ตั้งใจจะเดินไปหยิบม้วนกระดาษแปลนงานบนโต๊ะเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
แต่ช้ากว่ามือหนาที่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขน รั้งร่างของเขาให้หมุนกลับมาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างอย่างแรง
"โอ๊ย! อะไรของคุณเนี่ยคิม..." พายอุทานอย่างตกใจ มือเล็กดันอกแกร่งไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าจะปล่อย แถมยังก้มลงมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อยพัน
"ยังกล้าถามอีกเหรอพาย!" คิมหันต์ระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเคืองขุ่น "ยืนให้ไอ้บ้านั่นแตะเนื้อต้องตัว ทำหน้าตาออเซาะอยู่ได้... สนุกมากนักรึไงกับการปั่นหัวผมเนี่ยห๊ะ!"
"ผมไปออเซาะตอนไหน!" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้ "คุณต่างหากที่ชอบเดินมาหาเรื่องแล้วก็ใช้อำนาจกดขี่คนอื่นอยู่เรื่อย! ผมจะคุยกับใคร จะให้ใครจับมือมันก็เรื่องของผม คุณเป็นแค่... เป็นแค่เจ้านาย มีสิทธิ์อะไรมาตะคอกใส่ผมเล่า!"
คำว่า 'แค่เจ้านาย' กระแทกเข้ากลางใจของคนฟังอย่างจัง คิมหันต์ชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเกรี้ยวกราด ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันที่น่ากลัวกว่าเดิม
มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นจับไหล่บางทั้งสองข้างตรึงไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้พายรู้ว่าคนตรงหน้ากำลังอดทนถึงขีดจำกัดแล้ว
"อยากรู้เหรอว่าผมมีสิทธิ์อะไร?" คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มใส "มีสิทธิ์ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่คลั่งรักคุณจนแทบบ้า! มีสิทธิ์ในฐานะคนที่ต้องนอนไม่หลับทุกคืนเพราะกลัวว่าวันหนึ่งคุณจะเดินหนีหายไปกับไอ้หน้าไหน!"
พายเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาอย่างไร้การป้องกัน ไดอะล็อกดิบๆ ตรงไปตรงมาแบบนี้ไม่ใช่สไตล์ของประธานหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งคนเดิมเลยสักนิด ทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." เสียงของพายเริ่มสั่นพร่า ความเกร็งขืนเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรุ่มร้อนที่ตีตื้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ
"ผมไม่ได้บ้า!" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความตัดพ้อและอัดอั้นตันใจที่เก็บสะสมมานาน "คุณต่างหากที่ใจร้ายพาย! ปากแข็งอยู่ได้ ปฏิเสธความรู้สึกตัวเองอยู่ได้... รู้ไหมว่าเวลาเห็นมันยืนใกล้คุณ ผมแทบอยากจะพังทุกอย่างในห้องนี้ให้ราบคาบ!"
หยาดน้ำใสๆ ที่พายพยายามกลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อครู่เอ่อล้นทะลักออกมารินอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความอึดอัด ความกดดัน และความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในใจระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตา ความปากแข็งที่เคยมีพังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วง and ความหวาดกลัวสูญเสียของคนตรงหน้า
พายไม่ใช่คนอ่อนแอ และไม่เคยยอมร้องไห้ให้ใครเห็นง่ายๆ แต่กับผู้ชายคนนี้... คนที่ปากร้ายใส่เขาเสมอแต่กลับปกป้องเขาด้วยชีวิต พายพ่ายแพ้ราบคาบ
เมื่อเห็นหยดน้ำตาของคนตรงหน้า ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดในร่างของคิมหันต์ก็สลายกลายเป็นอากาศธาตุในเสี้ยววินาที ความรู้สึกผิดและเอ็นดูตีตื้นขึ้นมาแทนที่อย่างรวดเร็ว
ร่างสูงดึงตัวพายเข้ามาสวมกอดแนบอกแน่นทันที มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ อย่างปลอบประโลม ศบศีรษะได้รูปซบลงกับไหล่บาง สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยเพื่อซึมซับความจริงว่าคนๆ นี้อยู่ตรงนี้ ในอ้อมแขนของเขาจริงๆ
"โอ๋... ไม่ร้องนะครับคนดี" เสียงทุ้มที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความรักล้นปรี่จนคนฟังยิ่งสะอื้นหนักขึ้นไปอีก
พายซบหน้าลงกับอกแกร่ง กำเสื้อเชิ้ตราคาแพงของอีกฝ่ายแน่นจนยับยู่ยี่ ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมผ่านเนื้อผ้า ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงสะอื้น
คิมหันต์กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าหากคลายมือเพียงนิดเดียว ร่างในอ้อมแขนจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา ริมฝีปากหยักจูบลงบนเส้นผมสลวยแผ่วเบา เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยคำสัญญาที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูด
"ผมขอโทษ..." คิมหันต์กระซิบชิดขมับบาง น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิด "ผมสัญญา... จะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาแตะต้องคุณ หรือทำให้คุณต้องเสียน้ำตาอีกเด็ดขาด... ผมสัญญาด้วยชีวิตของผมเลยพาย"
ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่โอบล้อมรอบกายทำให้พายรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ความโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงหัวใจสองดวงที่เต้นสอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งและละมุนละไม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของระบบตัวอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกับไฟสำรองสีแดงที่กะพริบวาบไปทั่วห้อง!
คิมหันต์ผละออกจากอ้อมกอดชั่วครู่ ดวงตาคมกริบฉายแววเฉียบคมขึ้นทันทีเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของพายปรากฏข้อความแจ้งเตือนระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮกจากภายนอก... พร้อมกับเงาร่างปริศนาของใครบางคนที่กำลังเดินตรงมายังลิฟต์ส่วนตัวของผู้บริหารชั้นบนสุด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความรักป่วนๆ ของท่านประธานกับคุณสถาปนิกคนเก่งมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 34
น้ำตาของคนปากแข็ง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!