ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 5

กับดักลิฟต์ค้าง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ไอ้พาย! งานเสร็จยังวะ แก... อุ๊ย! ตายห่า ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย!" เสียงแหลมปรี๊ดของมีนารากลืนหายไปกับจังหวะที่บานประตูลิฟต์สแตนเลสสีเงินเลื่อนปิดสนิทลงพอดี ทิ้งให้โลกทั้งใบของพายเหลือเพียงพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือไม้จันทน์หอมกรุ่นของคนข้างกาย และ... ความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก *กริ๊ง!* เสียงเตือนเบาๆ พร้อมกับไฟฉุกเฉินสีส้มที่กะพริบวابขึ้นแทนที่แสงไฟนีออนปกติ ลิฟต์ความเร็วสูงของอาคารสำนักงานใหญ่ตกลงมากะทันหันก่อนจะหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ระหว่างชั้นยี่สิบและยี่สิบเอ็ด แรงกระชากเพียงเล็กน้อยทำเอาพายที่ยืนเหม่ออยู่เซถลา หากแต่ยังไม่ทันได้ล้มก้นจ้ำเบ้า แขนแกร่งของใครบางคนก็คว้าเข้าที่เอวบางแล้วดึงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว "ระวังหน่อยสิคุณสถาปนิก... หรือว่าอยากอยู่ในอ้อมกอดผมนานกว่านี้?" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังอยู่ชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง พายตวัดสายตากลับไปมองทันที ความตกใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธตามสัญชาตญาณเมื่อพบว่าเป็นประธานหนุ่มจอมเผด็จการอย่างคิมหันต์ "ปล่อยเลยนะท่านประธาน! ใครอยากจะกอดคุณกัน ทุเรศที่สุด" พายดันแผงอกกว้างออกสุดแรง แต่คนตัวโตกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีก ราวกับจงใจแกล้งให้คนปากเก่งอย่างเขาจนมุม "ปากเก่งจริงนะพาย... เวลาคับขันแบบนี้ ยังมีเรี่ยวแรงมาเถียงฉันอีกเหรอ?" คิมหันต์ก้มลงมองใบหน้างามที่บึ้งตึงจนแก้มป่อง ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ยากจะได้เห็นจากท่านประธานผู้เคร่งขรึมในยามปกติ ในพื้นที่คับแคบและมืดสลัว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป... อันตรายต่อหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะจนพายกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน "นี่! กดปุ่มฉุกเฉินสิ มัวแต่มาเล่นเป็นพระเอกลิเกอยู่ได้ ลิฟต์ค้างนะคุณ ไม่ใช่รีสอร์ตส่วนตัวจะได้มาสวีทกัน!" พายเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่ทำเอาสติกระเจิง พร้อมกับเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมและปุ่มเปิดประตูรัวๆ แต่ไร้ซึ่งการตอบสนอง "เสียแรงเปล่า ระบบไฟสำรองน่าจะมีปัญหา... อีกอย่าง" คิมหันต์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ร่างบางแนบชิดติดกับอกแกร่งของเขามากขึ้นไปอีกเมื่อตัวลิฟต์ขยับลงมาอีกนิดอย่างน่าเสียวไส้ "อยู่กับผม มันแย่ขนาดนั้นเลยหรือไง หืม?" "มันอึดอัดค่ะ! แล้วก็... ถอยออกไปห่างๆ หน่อย อากาศมันน้อย เดี๋ยวฉันก็ขาดอากาศหายใจตายหรอก" พายอ้างเสียงแข็ง ทั้งที่ความจริงแล้ว ออกซิเจนในห้องโดยสารไม่ได้ลดลงเลยสักนิด ปัญหาคือคาร์บอนไดออกไซด์จากตัวคนฉวยโอกาสต่างหากที่ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง "อ้อเหรอ นึกว่าที่หายใจไม่ออกเพราะเขินซะอีก" คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนุ่มทุ้มนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยจนคนฟังต้องหันขวับกลับมามอง ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มไม่ได้มองไปที่ปุ่มลิฟต์เลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจของพายด้วยสายตาที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะตีความ ความซึนเดระที่เคยมีหายวับไปกับความมืดสลัว เหลือเพียงความปรารถนาบางอย่างที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น จนพายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "มองอะไรเล่า... หน้าฉันมีรอยดินสอของแบบร่างหรือไง" พายพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวด้วยการเชิดหน้าขึ้นเถียงตามฟอร์ม "เปล่า... แค่คิดว่า ถ้าลิฟต์มันไม่เสีย... ผมคงไม่ได้เห็นมุมที่น่ารักขนาดนี้หรอกมั้ง" คำพูดนั้นทำเอาพายชะงัก หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วราวกับจะกระโจนออกมานอกอก เลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ทั้งที่ปกติแล้วเขาเป็นคนฝีปากกล้าที่ต่อกรกับคิมหันต์ได้ทุก-ระเบียดนิ้ว แต่ทำไมในสถานการณ์นี้ สมองถึงได้ขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้กลับไม่ออกกันนะ "คุณคิม... เลิกพูดจาแปลกๆ สักทีเถอะค่ะ มันไม่ตลกเลยนะ" พายพยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่ามือที่ยันอกอีกฝ่ายอยู่จะสั่นน้อยๆ ก็ตาม "ใครว่าผมล้อเล่นล่ะพาย..." คิมหันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความมืดและแสงไฟฉุกเฉินสีส้มที่สาดกระทบใบหน้าของทั้งคู่ คิมหันต์ค่อยๆ เลื่อนมือที่โอบเอวบางขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย นิ้วโป้งลูบไล้พวงแก้มแดงระเรื่อนั้นอย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว พายหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงกับสัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยของเจ้านายหนุ่ม ความดื้อรั้นทั้งหมดละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความว้าเหว่และโหยหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งของหัวใจ มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากหยักลึกของคิมหันต์เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใกล้จนรู้สึกได้ถึงความอุ่นร้อนที่แผ่ออกมา... ใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น *ติ๊ง!* เสียงสัญญาณกริ่งดังลั่นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่กระชากเปิดออกอย่างกะทันหัน แสงไฟนีออนสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาจนทั้งคู่ต้องหยีตาลงพร้อมกัน "อุ๊ยตาย! ขอโทษค่ะท่านประธาน! พอดีช่างซ่อมลิฟต์เพิ่งมาถึงค่ะ..." เสียงใสของพนักงานต้อนรับสาวที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ด้านนอกดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ คิมหันต์ชะงัก ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขายอมผละออกจากร่างบางช้าๆ อย่างเสียดดาย ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นท่านประธานผู้เยือกเย็นดังเดิม พายรีบผลักตัวออกจากอ้อมแขนของอีกฝ่ายทันที ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู ร่างบางก้าวถอยหลังออกไปจากลิฟต์ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ หัวใจยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ คิมหันต์ก้าวตามออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้พายต้องรีบก้าวเท้าหนี "ขอบใจมาก" คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบกับช่างซ่อมลิฟต์ ก่อนจะปรายตามองคนที่กำลังเดินหนีลิ่วๆ ไปทางโต๊ะทำงาน "ส่วนคุณสถาปนิก... เย็นนี้ อยู่เคลียร์งานต่อที่ห้องทำงานผมด้วย ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!" พายชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบเมื่อหันกลับไปสบเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของประธานหนุ่ม... รอยยิ้มที่บอกชัดเจนว่า เกมนี้เขากำลังเป็นฝ่ายแพ้ราบคาบ ...แต่ใครจะรู้เล่า ว่าในมุมมืดที่พายมองไม่เห็น มีเงาร่างคุ้นเคยของธีราพัฒน์ รุ่นพี่สถาปนิกตัวแสบ กำลังยืนกอดอกพิงเสา มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาวาวโรจน์และรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคนอย่างเงียบเชียบ *(ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ! - ตุ๊กตาโบราณ)*
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%