แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่สะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและผิวแก้มขาวเนียนของร่างโปร่งที่ฟุบหลับอยู่กับโต๊ะทำงาน เอกสารแบบแปลนโครงสร้างโครงการ ‘The Horizon’ ถูกพับทบครึ่งโดยใช้แขนเสื้อเป็นหมอนหนุนชั่วคราว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงลุยงานล่วงเวลามาอย่างยาวนานจนเกินขีดจำกัดของร่างกาย
ทว่า ในความเงียบสงบยามดึกดื่นของชั้นผู้บริหาร บานประตูห้องทำงานส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนกลางกลับถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ
คิมหันต์ก้าวออกมาจากห้องประชุมย่อยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า มือหนากำลังปลดเนคไทสีเข้มออกเพื่อระบายความอึดอัด แต่แล้วฝีเท้าของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานีกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อสายตาดันกวาดไปเจอสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่นอนขดตัวอยู่บนโต๊ะทำงานกลางสำนักงานที่ควรจะว่างเปล่าตั้งแต่สองชั่วโมงก่อน
ร่างสูงก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ฝีเท้าไร้เสียงราวกับเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ ยิ่งเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้กาสะลองผสมกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวก็ยิ่งลอยแตะจมูก
คิมหันต์ยืนกอดอก มองคนขี้เซาที่กำลังหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราว ใบหน้ายามไร้ซึ่งคำพูดจาเกี่ยงงอนหรือสายตาดื้อรั้นท้าทายช่างดู... อ่อนเยาว์และน่าเอ็นดูเสียจนคนมองเผลอผ่อนลมหายใจยาว
แพขนตางอนหนาหลับพริ้มทาบลงบนผิวแก้ม ริมฝีปากสีเรื่อเผยอออกน้อยๆ ราวกับกำลังประท้วงอะไรบางอย่างในความฝัน เส้นผมสีดำสนิทที่ตกลงมาเคลียกรอบหน้าทำให้เจ้าตัวดูเหมือนเด็กผู้ชายอายุสิบแปดมากกว่าสถาปนิกมือฉมังที่เพิ่งเถียงฉอดๆ ใส่เขาในห้องประชุมเมื่อช่วงบ่าย
“ดื้อเงียบนักนะ... พอหลับแล้วก็เหมือนแมวป่วยไม่มีพิษมีภัย”
เสียงทุ้มต่ำพึมพำออกมาเบาหวิว คิมหันต์ไม่รู้ตัวเลยว่ามุมปากหยักลึกของตนกำลังยกยิ้มขึ้นทีละน้อย รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น นอกเสียจากเวลาที่เขาเผลอหลุดความเป็นตัวเองออกมาเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าสถาปนิกปากเก่งคนนี้
มือหนาที่มักจะใช้เซ็นแฟ้มเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้านค่อยๆ เอื้อมออกไปอย่างไร้การควบคุม ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมาแล้วสร้างกำแพงวาจาใส่กันอีก
สัมผัสอุ่นวาบที่ปะทะผิวหน้าทำให้พายขยับตัวเล็กน้อย ส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างขัดใจ ใบเนียนเอียงซบลงกับท่อนแขนตัวเองอีกครั้งโดยไม่ยอมตื่น แต่นั่นกลับทำให้ใบหน้าของทั้งคู่เข้าใกล้กันในระยะประชิด คิมหันต์ชะงักค้าง มือที่กำลังปัดผมให้ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เมื่อดวงตาคมเข้มเผลอจ้องลึกลงไปที่ริมฝีปากสีเรื่อที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ
*ให้ตายสิ...*
หัวใจของท่านประธานผู้เยือกเย็นกระตุกวูบอย่างแรง จังหวะการเต้นของมันรัวเร็วเสียจนน่าหงุดหงิด คิมหันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความเสน่หา แต่มันคือแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้เขาอยากจะโน้มใบลงไปใกล้กว่านี้อีกนิด ใกล้จนกว่าจะ...
"แหม... ดึกดื่นป่านนี้ ท่านประธานยังตรวจงานละเอียดขนาดนี้เชียวเหรอคะ หรือว่ากำลังตรวจ... อย่างอื่นอยู่กันแน่?"
เสียงกระซิบติดตลกที่ดังขึ้นกะทันหันจากมุมเสาด้านหลัง ทำเอาคิมหันต์สะดุ้งสุดตัว รีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก สีหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็วราวกับเล่นกล
คิมหันต์หันขวับไปมองด้วยสายตาดุดันคมกริบ พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่บังařanเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอันตรายเมื่อครู่
มีนารา เพื่อนสนิทตัวแสบของพายยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องพักผ่อนพนักงาน โดยมีแก้วกาแฟเย็นในมือ ใบหน้าเรียเรียวแต่งแต้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พราวระยับ ดวงตาส่อประกายรู้ทันแบบไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
"คุณมีน..." คิมหันต์กดเสียงต่ำ ทbน้ำเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจับโป๊ะคาหนังคาเขา "นี่มันเวลานานเท่าไหร่แล้ว ทำไมยังไม่กลับบ้าน?"
"พอดีฉันลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะทำงานน่ะค่ะ เลยย้อนกลับมาเอา... แต่บังเอิญจริงๆ นะคะ ที่ดันได้เห็นภาพเด็ดระดับ 'บล็อกบัสเตอร์' พอดีเป๊ะ" มีนาราแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นปิดปาก หัวคิกคักเบาๆ อย่างสนุกสนาน สายตาคมกริบกวาดมองระหว่างเจ้านายหนุ่มหน้าเครียดกับเพื่อนสนิทที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องรู้ราว "ไม่ยักรู้ว่าท่านประธานผู้ทรงเกียรติ มีงานอดิเรกเป็นการ 'ล่วงเกินทางสายตา' ลูกน้องตัวเองยามวิกาลแบบนี้ด้วย"
"คุณพูดจาเหลวไหลอะไร" คิมหันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดพยายามกลบเกลื่อนพิรุธที่พุ่งพล่านอยู่ในอก "ผมแค่จะปลุกเขาให้กลับไปนอนให้เป็นเรื่องเป็นราว งานการสุมหัวจนออฟฟิศกลายเป็นโรงแรมห้าดาวอยู่แล้ว ถ้าพนักงานเป็นอะไรไป บริษัทผมก็เสียหายสิ"
"อ๋อ... เป็นห่วง 'บริษัท' สินะคะ" มีนาราลาเสียงสูง ลากสายตาเจ้าเล่ห์มองสำรวจท่าทีที่พยายามตีสีหน้านิ่งสนิทของอีกฝ่าย "แต่ท่าทางเมื่อกี้... เหมือนกำลังเสียดายที่โดนฉันขัดจังหวะมากกว่านะคะท่านประธาน"
"ปากดีแบบนี้ ระวังโบนัสปลายปีจะปลิวหายไปกับสายลมนะคุณมีนารา" คิมหันต์ขู่เสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเข้มดุราชาสิงโตจ้องเขม็ง
"อุ๊ย! กลัวจังเลยค่ะ" มีนาราไหวไหล่อย่างไม่สะท้านแม้แต่น้อย ยิ้มรับคำขู่ด้วยความหมั่นไส้ "แต่ก่อนจะคิดเรื่องหักโบนัสฉัน ช่วยหันไปดูเพื่อนฉันหน่อยเถอะค่ะ หลับเป็นตายขนาดนั้น คงไม่ได้ฝันหวานถึงใครบางคนแถวนี้หรอกนะ..."
พูดจบ มีนาราก็ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ใช้มือสะกิดไหล่พายเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงเรียก "คุณพายคะ ตื่นได้แล้วค่ะ เช้าแล้ว... เอ้ย ไม่ใช่ กลับบ้านกันเถอะแม่คุณ"
พายส่งเสียงอืออ้าในลำคออย่างขัดใจ ขยับตัวหนีสัมผัสป่วนเปี้ยน ก่อนจะค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้นช้าๆ ภาพเบลอๆ ตรงหน้าค่อยๆ ปรับโฟกัสจนชัดเจน สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าหงุดหงิดแกมระอาของมีนารา และถัดไปไม่ไกลคือร่างสูงโปร่งของคิมหันต์ที่ยืนกอดอกตีสีหน้าถมึงทึงอยู่ข้างโต๊ะ
สถาปนิกหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สมองที่ยังทำงานไม่เต็มที่ประมวลผลช้ากว่าปกติ "มีน... มาได้ไง แล้วนี่กี่โมงแล้วเนี่ย..."
"ตีสองค่ะคุณเพื่อนรัก" มีนาราตอบเสียงใส ก่อนจะเหลือบสายตาไปทางคิมหันต์ที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอด "แล้วก็โชคดีมากนะที่ท่านประธานท่าน... 'เมตตา' ยืนเฝ้าเธอจนขาแข็งอยู่เนี่ย"
พายหันขวับไปมองคิมหันต์ทันที ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นประกายบางอย่างในแววตาของคนเป็นเจ้านาย
"คุณ... มองผมทำไม?" พายเอ่ยถามเสียงแหบพร่า รemความระแวงเล็กๆ เจืออยู่ในน้ำเสียง
คิมหันต์แค่น "หึ" ในลำคอ สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างไม่น่าเชื่อ
"เปล่า... ใครมองคุณ" คิมหันต์ตอบเสียงแข็ง สะบัดตัวหันหลังเดินกลับไปทางห้องทำงานของตัวเองทันที แต่ก่อนจะก้าวพ้นขอบประตู ร่างสูงก็หยุดชะงัก ชำเลืองสายตากลับมามองด้วยหางตา พร้อมทิ้งประโยคคำสั่งที่ทำเอาคนฟังอยากจะปาแฟลชไดรฟ์ใส่หลัง
"พรุ่งนี้... เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วเข้ามาพบผมที่ห้องทำงานแต่เช้าด้วย มีเรื่องต้องเคลียร์!"
ประตูกระจกปิดลงสนิท ทิ้งให้พายนั่งงงตาแตกอยู่บนเก้าอี้ โดยมีเสียงหัวคิกคักอย่างชอบใจของมีนาราดังคลออยู่ข้างหู
"โอโห... มีเรื่องต้องเคลียร์ซะด้วย ส่อแววงานเข้าหรือว่างานงอกกันแน่นะเพื่อนรัก?"
พายหันไปมองค้อนเพื่อนสนิทวงใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองเมื่อรู้สึกว่าหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ... *ตาบ้าคิมหันต์ วันนี้กินยาผิดสำแดงอะไรมาวะเนี่ย!*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของท่านประธานคนนี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 6
ล่วงเกินทางสายตา
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!