“ถ้าจะมาเพื่อตอกบัตรไล่ออก ก็เชิญวางซองขาวไว้ที่ประตูแล้วกลับไปได้เลยครับ ท่านประธาน”
เสียงแหบพร่าของคนบนเตียงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักสไตล์มินิมอลที่บัดนี้ดูหม่นหมองกว่าปกติ พายพยายามยันกายลุกขึ้นจากกองผ้าห่ม แต่ความปวดหนึบที่ขมับก็ทำให้เขาต้องทิ้งตัวลงไปกองกับหมอนอีกครั้งด้วยความหงุดหงิด
คิมหันต์ในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพ 'สถาปนิกมือทอง' ที่ดูเหมือนลูกแมวเปียกฝนในยามนี้ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต
“ถ้าบริษัทล้มละลายเพราะพนักงานระดับหัวกะทิอย่างนายลากสังขารมาทำงานไม่ไหว ผมคงต้องพิจารณาจ้างสถาปนิกคนใหม่ที่ร่างกายแข็งแรงกว่านี้”
ร่างสูงเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง วางถุงกระดาษแบรนด์หรูที่ดูไม่เข้ากับกล่องข้าวต้มจากร้านเจ้าดังในมือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงปังเบาๆ พายแค่นหัวเราะในลำคอ แต่พิษไข้ทำให้ดวงตาคู่สวยฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตาที่เขาไม่อยากให้ใครเห็น โดยเฉพาะคนตรงหน้า
“ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ต่อให้ผมตายไป คุณก็คงแค่หาคนใหม่มาแทนที่ สินะครับ”
คิมหันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนขอบเตียง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของชายหนุ่มลอยมาแตะจมูกพายจนเจ้าตัวต้องขมวดคิ้วแน่น มือหนาที่เย็นเฉียบจากการปะทะกับแอร์ในรถเอื้อมมาอังหน้าผากคนป่วยอย่างถือวิสาสะ
“ร้อนจนสมองกลับหรือไงถึงพูดจาเพ้อเจ้อ”
“ออกไป...” พายปัดมืออีกฝ่ายทิ้ง แต่คิมหันต์กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรง หากแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พายไม่อยากจะตีความ
“หยุดดื้อสักวันจะได้ไหมพาย! ผมไม่ได้ว่างพอจะขับรถข้ามเมืองมาเพื่อฟังคำไล่ของคุณหรอกนะ” คิมหันต์พูดพลางแกะถุงข้าวต้ม กลิ่นหอมฉุยของซุปปลาขิงอ่อนๆ กระจายตัวไปทั่วห้อง “ลุกขึ้นมานั่งกินซะ แล้วก็กินยาที่ผมซื้อมาด้วย ถ้ายังขืนทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องแบกไปโรงพยาบาลอีกรอบ ผมจะหักเงินเดือนคุณสองเท่า”
พายมองคนปากร้ายที่กำลังง่วนอยู่กับการแกะกล่องข้าวต้มอย่างเงอะงะ ความใส่ใจที่ไม่เนียนตาของท่านประธานทำเอาหัวใจที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งเต้นผิดจังหวะ นี่น่ะเหรอคือคนที่เขาพยายามบอกตัวเองว่าต้องเกลียด? คนที่บ่นไปมือสั่นไปเพราะแกะพลาสติกไม่ออกเนี่ยนะ?
“คุณ... ทำไปทำไมครับ” พายถามเบาๆ
คิมหันต์หยุดมือที่กำลังหยิบช้อน เขาไม่ได้หันมามอง แต่แผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งนั้นกลับดูเกร็งขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ผมก็แค่ไม่อยากให้โปรเจกต์ล่าช้า เพราะไอ้รุ่นพี่ธีรนั่นมันโทรมาถามหาความคืบหน้างานคุณไม่หยุดหย่อน จนผมรำคาญใจ... เข้าใจไหม”
*เพราะหึง... ใช่ไหม?*
พายอยากจะถามคำนี้ออกไป แต่เขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน คิมหันต์หันกลับมาประจันหน้า ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพาย ราวกับจะค้นหาความนัยบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีถือดีของคนป่วย
“กินซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจป้อนให้” คิมหันต์ขู่เสียงเข้ม แต่มือกลับยื่นช้อนข้าวต้มมาจ่อที่ริมฝีปากของพายโดยอัตโนมัติ
พายรับช้อนมาถือไว้เองด้วยมือที่สั่นน้อยๆ แต่ก่อนที่เขาจะได้ตักข้าวเข้าปาก เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวเป็นความหวานชื่น
พายหันไปมองประตูด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหันมามองหน้าคิมหันต์ที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์
“ใครมาครับ?” พายถาม
คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองผ่านตาแมวที่ประตู “ไอ้รุ่นพี่ตัวดีของคุณน่ะสิ... เห็นทีงานนี้คงได้มีคนหามส่งโรงพยาบาลจริงๆ ไม่ใช่เพราะไข้หวัด แต่เพราะหมัดของผม!”
พายเบิกตากว้างเมื่อเห็นคิมหันต์ก้าวไปยังประตูด้วยท่าทางคุกคาม นี่ถ้าเขาไม่ออกไปห้าม ธีรคงได้เลือดตกยางออกในห้องของเขาแน่ๆ และที่สำคัญ... เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความหึงหวงของท่านประธานในครั้งนี้ จะจบลงที่การหักเงินเดือน หรือการพังห้องเขาทั้งห้องกันแน่!
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมลุ้นไปกับอาการ 'ปากแข็งแต่ใจสั่น' ของท่านประธานคิมไปพร้อมกับตุ๊กตาโบราณนะคะ แล้วมาดูกันว่าประตูบานนี้จะเปิดออกไปสู่สมรภูมิรักหรือสมรภูมิรบในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 10
ไข้หวัดกับความใส่ใจที่ไม่เนียน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!