เสียงล็อกกลอนประตูดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่กลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารหนุ่มราวกับคมมีด พายไม่ได้ถอยหลังหนี แต่เขาเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทิ้งระยะห่างระหว่างเขากับผู้ชายที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้าให้เหลือเพียงแค่ปลายคืบ
ดวงตาเรียวคมของสถาปนิกหนุ่มฉายแววพะว้าพะวังแต่ก็ดุดันในคราวเดียวกัน ยามที่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรงของคิมหันต์
"ท่านประธานเรียกผมเข้ามา คงไม่ใช่แค่จะมาอบรมเรื่องมารยาทในงานสังคมหรอกกระมังครับ?" พายจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ท่านประธาน’ ให้ลากยาวเล็กน้อยเพื่อกวนประสาท คนตัวเล็กกอดอกแน่น แผ่นหลังบางแนบชิดกับขอบโต๊ะทำงานอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าเรื่องที่พี่ธีร์เขาเข้ามาคุยกับผมเมื่อคืน ทำให้ท่านประธานรู้สึกขัดหูขัดตาจนต้องลากตัวผมมาเฉ่งถึงนี่... ผมว่าเราคงต้องคุยกันให้เคลียร์"
คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างเยียบเย็นจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจดจ้องมองคนตรงหน้าตั้งแต่เส้นผมจรดปลายรองเท้า ราวกับกำลังประเมินราคาความอวดดีของเจ้าตัว
"รู้ตัวด้วยนี่ว่าทำตัวน่าเกลียดแค่ไหน" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา แต่กลับสั่นเครือด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ "กลางงานการกุศลที่มีแต่คนใหญ่คนโต... คุณไปยืนคลอเคลียหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับสถาปนิกไร้มารยาทจากบริษัทคู่แข่ง มันดูงามนักรบะพาย?"
"ผมจะคุยกับใคร จะหัวเราะกับใคร มันก็เป็นสิทธิส่วนตัวของผม!" พายกระแทกเสียงกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่ในงานเลี้ยงระเบิดออก "อีกอย่าง... พี่ธีร์เขาเป็นรุ่นพี่ที่ผมเคารพ ไม่ใช่คนไร้มารยาทแบบที่คุณกำลังพยายามกล่าวหา! ที่สำคัญที่สุด... คุณมีสิทธิ์อะไรมาลากแขนผม ตัดสินใจแทนผม แถมยังทำท่าทางราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมต่อหน้าคนเป็นร้อยแบบนั้น!"
ประโยคหลังพายไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงที่สั่นระริกด้วยความโกรธนั้นกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน
คิมหันต์นิ่งงัดไป ดวงตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวพายอย่างไร้เสียงจนคนตัวเล็กต้องผับหลังชนขอบโต๊ะแน่นขึ้นไปอีก มือหนายกขึ้นเท้ากับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังพายไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ยิ่งทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล
"สิทธิ์งั้นเหรอ..." คิมหันต์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูกระจ่างใส ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนพายต้องขนลุกชัน "อยากรู้จริงๆ เหรอว่าฉันมีสิทธิ์อะไร... พาย"
หัวใจของพายกระตุกวูบ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แต่ริมฝีปากยังคงดื้อดึงไม่ยอมแพ้ "ถ้าไม่มีก็ถอยไปครับ ผมจะกลับแผนก"
"หึ..." คิมหันต์แค่นหัวเราะอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนเร้น ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบจะสัมผัสกันได้ พายมองเห็นเงสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาคู่คมนั้น... แววตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวง ความโกรธขึง และ... ความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง
ริมฝีปากหยักลึกขยับคล้ายจะเอื้อnเอ่ยคำพูดบางอย่างออกมา คิมหันต์สูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิตเพื่อจะทลายกำแพงความซึนที่ตัวเองสร้างขึ้นมานานแรมปี
"ที่ฉันทำ... ที่ฉันต้องคอยตามหึง ตามก้าวก่ายชีวิตคุณ เพราะว่า..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความลังเลที่หาได้ยากยิ่ง คิมหันต์ชะงักไป ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกราวกับคนกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความรู้สึกที่อัดแน่นในอกนับร้อยนับพันคำกำลังจะพรั่งพรูออกมาผ่านริมฝีปากคู่นั้น พายกลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความคาดหวังและความหวาดหวั่นที่ตีรวนกันอยู่ในช่องท้อง
ทว่า... ในวินาทีที่คิมหันต์กำลังจะเอ่ยคำสำคัญที่พายรอฟัง...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่รอให้อذنุญาตจากเจ้าของห้องเลยแม้แต่น้อย
"ท่านประธานคะ! แย่แล้วค่ะ เอกสารสรุปแบบแปลนโครงการริเวอร์ไซด์ที่ต้องส่งให้คุณคิมตรวจด่วน... อ๊ะ! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาผิดจังหวะหรือเปล่าคะเนี่ย!"
เสียงแหลมสูงของเลขาหน้าห้องดังขึ้น พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มและสถาปนิกคนเก่งยืนแนบชิดกันในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าลมหายใจรดกันอยู่รอมร่อ
คิมหันต์ผงะถอยหลังออกทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาบึ้งตึงและเย็นชาไร้ความรู้สึกในเสี้ยววินาที ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากวาดสายตาคมกริบมองเลขาด้วยแววตาพิฆาตจนเธอกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอ
พายรีบยกมือขึ้นจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีชีวิต เขากัดริมฝีปากแน่น ปรายตามองคิมหันต์ที่ยืนตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความผิดปกติ ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวผ่านหน้าเลขาออกไปจากห้องทันทีโดยไม่เอ่ยลา
คิมหันต์มองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังบานประตู ปลายนิ้วหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดคออย่างไม่น่าให้อภัย
...เกือบจะพูดออกไปแล้วเชียว...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 9
เคลียร์ใจในห้องทำงานส่วนตัว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!