"ถ้าผมจะขอตัวพายไปคุยเรื่องแบบร่างโปรเจกต์เดอะเทอเรสต่อให้จบ คุณคิมหันต์คงไม่ว่าอะไรนะครับ พอดีเรายังมีรายละเอียดอีกหลายจุดที่ต้อง ‘จูน’ ให้ตรงกันเป็นพิเศษ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มของธีรมาพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ผู้หญิงครึ่งค่อนออฟฟิศต่างพากันใจละลาย ทว่าสำหรับสถาปนิกหนุ่มอย่างพายแล้ว เขากลับรู้สึกถึงกระแสลมหนาวที่พัดผ่านหลังต้นคออย่างกะทันหัน ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ปรับอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบห้าองศาเซลเซียสพอดิบพอดี
พายกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เพราะเขารู้ดีว่ารายละเอียดทุกมิลลิเมตรของโปรเจกต์นั้นถูกเคาะจบไปตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าแล้ว การขอตัวไปคุยต่อสองต่อจึงมีความหมายอื่นซ่อนอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งรุ่นพี่หนุ่มคนนี้ก็ขยันแสดงออกเสียเหลือเกินว่าไม่ได้มองเขาแค่น้องร่วมวงการ
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะขยับเปล่งเสียง ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น เสียงโลหะกระทบวงกบดังปังจนทุกคนสะดุ้ง
ร่างสูงสง่าของประธานบริษัทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาใหม่ราวกับพายุฤดูร้อนที่ตั้งเค้าโดยไม่มีสัญญาณเตือน
"พอดีว่าเอกสารทุกฉบับของโปรเจกต์นี้ ผ่านการอนุมัติจากผมแล้ว" คิมหันต์หยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ที่พายนั่งอยู่
ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าธีรด้วยซ้ำ แต่มันกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่ปลายนิ้วเรียวของรุ่นพี่หนุ่มที่วางอยู่ใกล้กับแขนเสื้อของพายมากเกินความจำเป็น รังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มนั้นรุนแรงเสียจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง
"อ้าว ท่านประธาน... ลงมาตรวจงานเองเลยเหรอครับ นึกว่าจะสนใจแค่ตัวเลขผลประกอบการซะอีก" ธีรยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้ได้ แม้จะเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับบรรยากาศในห้องจนอึดอัด
"ผมสนใจทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท..." คิมหันต์เหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน... และคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ จะมีคนพยายามเข้ามา ‘ก้าวก่าย’ หน้าที่ของผมบ่อยเกินไปหน่อย"
พายลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความหมั่นไส้และความตื่นตระหนก ประธานหนุ่มของเขากำลังอาการออกนอกหน้าเสียจนน่าขัน... หรือน่ากลัวดีนะ?
"ท่านประธานหมายถึงใครเหรอครับ?" ธีรเลิกคิ้วถามอย่างท้าทาย
"หมายถึงใคร เจ้าตัวเขารู้ดีที่สุด" คิมหันต์ตัดบทเสียงห้วนจัด ดวงตาคมกริบก้มลงมองสถาปนิกตัวแสบที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น "ลุกขึ้น"
คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยอำนาจเบ็ดเด็ดที่ทำให้พายขมวดคิ้วมุ่นทันที
"ทำไมผมต้องลุกด้วยล่ะครับ งานตรงนี้ยังคุยกับพี่ธีรไม่จบ..."
"ผมบอกให้ลุก" คิมหันต์ย้ำเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมของพายเพราะความใกล้ชิดที่เจ้าตัวจงใจย่างสามขุมเข้ามาประชิด มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของพาย บังคับกลายๆ ว่านี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ต้องปฏิบัติทันที
พายเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกฉุน เขาเกลียดนักเวลาที่อีกฝ่ายใช้อำนาจเผด็จการมาออกคำสั่งอย่างไร้เหตุผล แต่พอลองช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่กำลังลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด ประโยคเถียงกลับนับร้อยที่เตรียมไว้ก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาหึง ทำไมถึงได้ดูอันตรายและน่ามองในเวลาเดียวกันอย่างนี้นะ
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่ธีร พอดีท่านประธาน ‘หิวแสง’ เอ๊ย... หิวกาแฟ อยากให้ผมไปชงให้ด่วนจี๋" พายแกล้งลอยหน้าลอยตาพูดประชดประเดิม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตั้งใจจะเดินเลี่ยงออกไปให้พ้นรัศมีอันตราย
ทว่า... คิมหันต์กลับเร็วกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนของสถาปนิกหนุ่มเต็มแรง แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเด็ดขาดพอที่จะตรึงพายให้อยู่กับที่
"ไม่ต้องชงกาแฟ" คิมหันต์หันไปบอกธีรด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่เย็นเยียบ "แล้วก็... เลิกเอาเวลาทำงานไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเสียที คุณธีรมีโปรเจกต์อื่นให้รับผิดชอบอีกเยอะไม่ใช่เหรอครับ เชิญ"
เป็นการไล่ทางอ้อมที่ไร้ไมตรีจิตสิ้นเชิง ธีรหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองความอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างยอมจำนน "ก็ได้ครับ... งั้นผมขอตัวก่อน หวังว่าท่านประธานจะเคลียร์งานกับคุณพาย ‘เข้าใจตรงกัน’ ดีแล้วนะครับ"
เมื่อร่างของธีรลับหายไปพ้นประตูห้องประชุมและเสียงปิดประตูดังขึ้น คิมหันต์ก็ไม่รอช้า เขาออกแรงกระชากข้อมือของพายให้เดินตามตนเองก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่สนสายตาของพนักงานคนอื่นๆ ที่เหลียวมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นี่! ปล่อยนะท่านประธาน จะลากผมไปไหนเนี่ย เจ็บนะ!" พายโวยวายเบาๆ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย
คิมหันต์ไม่ตอบคำถาม เขาพาพายเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ชั้นบนสุด ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปด้านในแล้วจัดการกดล็อกกลอนประตูดังคลิก ปิดกั้นโลกภายนอกเหลือไว้เพียงเขaสาทองคำและสถาปนิกตัวแสบสองต่อสอง
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
พายหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบฉายแววเอาเรื่องทันทีเมื่ออิสรภาพถูกรอน "เป็นบ้าอะไรของคุ..."
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ แผ่นหลังของพายชนเข้ากับบานประตูกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกักขังเขาไว้ตรงกลาง ระหว่างอกแกร่งกับบานประตู
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของประธานหนุ่ม ทำให้สติของพายกระเจิดกระเจิงในชั่วพริบตา
"เมื่อกี้คุยอะไรกับมัน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่จนพายต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และหัวใจที่เต้นโครมคราม
"คุยเรื่องงานน่ะสิครับ หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยิน" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "แล้วนี่ปล่อยผมนะ มาทำรุ่มร่ามแบบนี้หมายความว่าไง..."
"งาน?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำพร่าดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพายราวกับจะค้นหาความจริง "จำเป็นต้องเข้าใกล้จนแขนแทบจะเกยกันขนาดนั้นเลยหรือไง หืม?"
"มันก็เรื่องของผมกับรุ่นพี่..."
"พาย" เสียงเรียกนั้นห้วนสั้นแต่ทรงพลังจนพายต้องเงียบเสียงลง คิมหันต์หลุบสายตาลงมองเรียวปากบางที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่หาดูได้ยาก "ผมไม่ชอบให้มันมองคุณ"
พายชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างคิมหันต์
"แล้วก็... ไม่ชอบให้คุณไปยิ้มหวานใส่ไอ้หน้าจืดนั่นด้วย" คิมหันต์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเจือความหงุดหงิดปนตัดพ้อเล็กๆ "จำใส่สมองไว้ซะ... ว่าคุณเป็นสถาปนิกในสังกัดของผม หน้าที่ยิ้มให้คนอื่นน่ะ... ห้ามทำเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะยิ้มให้..."
ประโยคหลังขาดหายไปเมื่อคิมหันต์ชะงักกึก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดที่แนบ
"ยกเว้นให้ใครล่ะครับ?" พายแกล้งกระซิบถามเสียงพร่า ท้าทายทั้งที่ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับสันจมูกของอีกฝ่ายโดยบังเอิญจนเกิดประกายไฟประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง
คิมหันต์นิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากที่ขยับยั่วเย้าตรงหน้า ก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นความดุดันและร้อนแรงขึ้นในเสี้ยววินาที
มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของพายไว้มั่น ไม่เปิดโอกาสให้คนอวดดีได้ถอยหนี
"อยากรู้เหรอ..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "งั้นก็ตั้งใจฟังให้ดี... เพราะผมจะพูดแค่รอบเดียว"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 8
คนหึงมักแสดงอาการแปลกๆ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!