ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 8

คนหึงมักแสดงอาการแปลกๆ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าผมจะขอตัวพายไปคุยเรื่องแบบร่างโปรเจกต์เดอะเทอเรสต่อให้จบ คุณคิมหันต์คงไม่ว่าอะไรนะครับ พอดีเรายังมีรายละเอียดอีกหลายจุดที่ต้อง ‘จูน’ ให้ตรงกันเป็นพิเศษ" น้ำเสียงทุ้มนุ่มของธีรมาพร้อมกับรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ผู้หญิงครึ่งค่อนออฟฟิศต่างพากันใจละลาย ทว่าสำหรับสถาปนิกหนุ่มอย่างพายแล้ว เขากลับรู้สึกถึงกระแสลมหนาวที่พัดผ่านหลังต้นคออย่างกะทันหัน ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ปรับอุณหภูมิไว้ที่ยี่สิบห้าองศาเซลเซียสพอดิบพอดี พายกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เพราะเขารู้ดีว่ารายละเอียดทุกมิลลิเมตรของโปรเจกต์นั้นถูกเคาะจบไปตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าแล้ว การขอตัวไปคุยต่อสองต่อจึงมีความหมายอื่นซ่อนอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งรุ่นพี่หนุ่มคนนี้ก็ขยันแสดงออกเสียเหลือเกินว่าไม่ได้มองเขาแค่น้องร่วมวงการ แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ริมฝีปากบางจะขยับเปล่งเสียง ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น เสียงโลหะกระทบวงกบดังปังจนทุกคนสะดุ้ง ร่างสูงสง่าของประธานบริษัทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้มาใหม่ราวกับพายุฤดูร้อนที่ตั้งเค้าโดยไม่มีสัญญาณเตือน "พอดีว่าเอกสารทุกฉบับของโปรเจกต์นี้ ผ่านการอนุมัติจากผมแล้ว" คิมหันต์หยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ที่พายนั่งอยู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองหน้าธีรด้วยซ้ำ แต่มันกวาดมองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่ปลายนิ้วเรียวของรุ่นพี่หนุ่มที่วางอยู่ใกล้กับแขนเสื้อของพายมากเกินความจำเป็น รังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มนั้นรุนแรงเสียจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจแรง "อ้าว ท่านประธาน... ลงมาตรวจงานเองเลยเหรอครับ นึกว่าจะสนใจแค่ตัวเลขผลประกอบการซะอีก" ธีรยังคงรักษารอยยิ้มสุภาพไว้ได้ แม้จะเริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่กดทับบรรยากาศในห้องจนอึดอัด "ผมสนใจทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท..." คิมหันต์เหยียดยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน... และคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ จะมีคนพยายามเข้ามา ‘ก้าวก่าย’ หน้าที่ของผมบ่อยเกินไปหน่อย" พายลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความหมั่นไส้และความตื่นตระหนก ประธานหนุ่มของเขากำลังอาการออกนอกหน้าเสียจนน่าขัน... หรือน่ากลัวดีนะ? "ท่านประธานหมายถึงใครเหรอครับ?" ธีรเลิกคิ้วถามอย่างท้าทาย "หมายถึงใคร เจ้าตัวเขารู้ดีที่สุด" คิมหันต์ตัดบทเสียงห้วนจัด ดวงตาคมกริบก้มลงมองสถาปนิกตัวแสบที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้น "ลุกขึ้น" คำสั่งสั้นๆ ห้วนๆ ไร้ซึ่งความนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยอำนาจเบ็ดเด็ดที่ทำให้พายขมวดคิ้วมุ่นทันที "ทำไมผมต้องลุกด้วยล่ะครับ งานตรงนี้ยังคุยกับพี่ธีรไม่จบ..." "ผมบอกให้ลุก" คิมหันต์ย้ำเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือกลุ่มผมของพายเพราะความใกล้ชิดที่เจ้าตัวจงใจย่างสามขุมเข้ามาประชิด มือหนาวางลงบนพนักพิงเก้าอี้ของพาย บังคับกลายๆ ว่านี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ต้องปฏิบัติทันที พายเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกฉุน เขาเกลียดนักเวลาที่อีกฝ่ายใช้อำนาจเผด็จการมาออกคำสั่งอย่างไร้เหตุผล แต่พอลองช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่กำลังลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะและความหึงหวงที่ปิดไม่มิด ประโยคเถียงกลับนับร้อยที่เตรียมไว้ก็พลันติดอยู่ที่ลำคอ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาหึง ทำไมถึงได้ดูอันตรายและน่ามองในเวลาเดียวกันอย่างนี้นะ "งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่ธีร พอดีท่านประธาน ‘หิวแสง’ เอ๊ย... หิวกาแฟ อยากให้ผมไปชงให้ด่วนจี๋" พายแกล้งลอยหน้าลอยตาพูดประชดประเดิม ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตั้งใจจะเดินเลี่ยงออกไปให้พ้นรัศมีอันตราย ทว่า... คิมหันต์กลับเร็วกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนของสถาปนิกหนุ่มเต็มแรง แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันมั่นคงและเด็ดขาดพอที่จะตรึงพายให้อยู่กับที่ "ไม่ต้องชงกาแฟ" คิมหันต์หันไปบอกธีรด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่เย็นเยียบ "แล้วก็... เลิกเอาเวลาทำงานไปยุ่งเรื่องของคนอื่นเสียที คุณธีรมีโปรเจกต์อื่นให้รับผิดชอบอีกเยอะไม่ใช่เหรอครับ เชิญ" เป็นการไล่ทางอ้อมที่ไร้ไมตรีจิตสิ้นเชิง ธีรหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองความอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างยอมจำนน "ก็ได้ครับ... งั้นผมขอตัวก่อน หวังว่าท่านประธานจะเคลียร์งานกับคุณพาย ‘เข้าใจตรงกัน’ ดีแล้วนะครับ" เมื่อร่างของธีรลับหายไปพ้นประตูห้องประชุมและเสียงปิดประตูดังขึ้น คิมหันต์ก็ไม่รอช้า เขาออกแรงกระชากข้อมือของพายให้เดินตามตนเองก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมทันทีโดยไม่สนสายตาของพนักงานคนอื่นๆ ที่เหลียวมองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นี่! ปล่อยนะท่านประธาน จะลากผมไปไหนเนี่ย เจ็บนะ!" พายโวยวายเบาๆ พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย คิมหันต์ไม่ตอบคำถาม เขาพาพายเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ชั้นบนสุด ก่อนจะผลักร่างบางเข้าไปด้านในแล้วจัดการกดล็อกกลอนประตูดังคลิก ปิดกั้นโลกภายนอกเหลือไว้เพียงเขaสาทองคำและสถาปนิกตัวแสบสองต่อสอง บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน พายหันกลับมาเผชิญหน้า แววตาคมกริบฉายแววเอาเรื่องทันทีเมื่ออิสรภาพถูกรอน "เป็นบ้าอะไรของคุ..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อร่างสูงใหญ่ของคิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ แผ่นหลังของพายชนเข้ากับบานประตูกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างยกขึ้นกักขังเขาไว้ตรงกลาง ระหว่างอกแกร่งกับบานประตู กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของประธานหนุ่ม ทำให้สติของพายกระเจิดกระเจิงในชั่วพริบตา "เมื่อกี้คุยอะไรกับมัน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่จนพายต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และหัวใจที่เต้นโครมคราม "คุยเรื่องงานน่ะสิครับ หูหนวกหรือไงถึงไม่ได้ยิน" พายเชิดหน้าขึ้นเถียงสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก "แล้วนี่ปล่อยผมนะ มาทำรุ่มร่ามแบบนี้หมายความว่าไง..." "งาน?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำพร่าดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพายราวกับจะค้นหาความจริง "จำเป็นต้องเข้าใกล้จนแขนแทบจะเกยกันขนาดนั้นเลยหรือไง หืม?" "มันก็เรื่องของผมกับรุ่นพี่..." "พาย" เสียงเรียกนั้นห้วนสั้นแต่ทรงพลังจนพายต้องเงียบเสียงลง คิมหันต์หลุบสายตาลงมองเรียวปากบางที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเงยขึ้นสบตาด้วยแววตาที่สั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่หาดูได้ยาก "ผมไม่ชอบให้มันมองคุณ" พายชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างคิมหันต์ "แล้วก็... ไม่ชอบให้คุณไปยิ้มหวานใส่ไอ้หน้าจืดนั่นด้วย" คิมหันต์พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเจือความหงุดหงิดปนตัดพ้อเล็กๆ "จำใส่สมองไว้ซะ... ว่าคุณเป็นสถาปนิกในสังกัดของผม หน้าที่ยิ้มให้คนอื่นน่ะ... ห้ามทำเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะยิ้มให้..." ประโยคหลังขาดหายไปเมื่อคิมหันต์ชะงักกึก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดที่แนบ "ยกเว้นให้ใครล่ะครับ?" พายแกล้งกระซิบถามเสียงพร่า ท้าทายทั้งที่ใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับสันจมูกของอีกฝ่ายโดยบังเอิญจนเกิดประกายไฟประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง คิมหันต์นิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากที่ขยับยั่วเย้าตรงหน้า ก่อนที่ประกายตาจะเปลี่ยนเป็นความดุดันและร้อนแรงขึ้นในเสี้ยววินาที มือหนาเลื่อนขึ้นประคองท้ายทอยของพายไว้มั่น ไม่เปิดโอกาสให้คนอวดดีได้ถอยหนี "อยากรู้เหรอ..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก "งั้นก็ตั้งใจฟังให้ดี... เพราะผมจะพูดแค่รอบเดียว" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%