“ถ้าคุณยังเอาแต่นอนทำหน้าเป็นปลาทูตากแห้งแบบนี้ โปรเจกต์รีสอร์ตเขาใหญ่ได้กลายเป็นหมันก่อนที่ผมจะเซ็นอนุมัติแน่ คุณพาย”
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดดังขึ้น เหนือเตียงนอนสีขาวสะอาดในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของคนป่วย ร่างสูงโปรดปรานในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดโปนกำลังยืนเท้าเอว มองร่างที่นอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก ระหว่างความโมโหที่อีกฝ่ายดื้อรั้นจนไข้ขึ้นสูง กับความร้อนรุ่มบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง
พายปรือตาขึ้นช้าๆ พิษไข้เล่นงานจนลำคอแห้งผากและสมองตื้อตันไปหมด แต่สัญชาตญาณความปากเก่งยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สถาปนิกหนุ่มกะพริบตาไล่ความพร่ามัว ก่อนจะเค้นเสียงแหบแห้งตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้ว... ใครใช้ให้ท่านประธานผู้แสนยุ่งเหยิง ถ่อสังขารมาถึงห้องผมล่ะครับ... อ้ーク... แคག་ๆ!”
พายสำลักไอออกมาจนหน้าดำหน้าแดง แต่ยังมวายค้อนขวับใส่คนที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างเตียง
คิมหันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเรียบตึงแต่แววตากลับฉายแววร้อนรนอย่างปิดไม่มิด มือหนาคว้าแก้วน้ำอุ่นบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นไปจ่อริมฝีปากแห้งผากนั้น “เลิกพูดมากแล้วดื่มน้ำซะ ถ้าไม่อยากให้ผมอุ้มคุณกรอกเหมือนเด็กอนุบาล”
“มือ... ผมมีครับ” พายพยายามยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะหยิบแก้วน้ำเอง แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันแตะโดน คิมหันต์ก็ชักแก้วหลบด้วยความรวดเร็ว
“สภาพคุณตอนนี้ หยิบแก้วยังจะทำหล่นใส่หน้าตัวเองเลยมั้ง ดื่มเงียบๆ น่า!”
น้ำเสียงนั้นแม้จะดุดันและเจือแววประชดประชัน แต่ทว่าสัมผัสตอนที่ประคองท้ายทอยลาดของคนป่วยให้ลุกขึ้นรับน้ำอย่างนุ่มนวล กลับอ่อนโยนเสียจนพายชะงักไป ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่คืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นความกังวลจางๆ จากตัวท่านประธาน
คิมหันต์หลบสายตาคู่นั้นทันที ชายหนุ่มรีบวางแก้วน้ำลงที่เดิมราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับผิดพิรุธในแววตาของตนได้ ก่อนจะหันไปคว้ากะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่มที่เตรียมไว้
“ถอดเสื้อผ้าออกซะ”
พายเบิกตากว้าง สติที่เกือบจะหลุดลอยกลับเข้าร่างทันทีด้วยความตกใจ “ฮะ? คุณว่าอะไรนะ!”
“ผมบอกให้ถอดเสื้อผ้าออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดที่ใส่สบาย ไม่งั้นไข้คุณไม่ลดแน่ตัวก็ร้อนจัดเหมือนเตาปฏิกรณ์แบบนี้” คิมหันต์พ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเหลืออด พร้อมกับจ้องมองร่างบางที่ห่อตัวเป็นดักแด้ด้วยสายตาคาดคั้น “หรือจะให้ผมถอดให้? เลือกเอา”
“โรคจิต!” พายกัดฟันกรอด ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง “ผมเช็ดเองได้! ออกไปรอข้างนอกเลยนะท่านประธาน!”
“ถ้าคุณคิดว่ามือที่สั่นพะงั่นงกนั่นจะบิดผ้าไหว ก็เชิญตามสบาย” เสียงหัวเราะในลำคอของคนตัวโตดังขึ้นอย่างหมั่นไส้ ก่อนที่น้ำหนักยวบยาบที่ปลายเตียงจะหายไป พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปทางห้องน้ำ
พายแง้มผ้าห่มออกเล็กน้อย ลมหายใจร้อนผ่าวหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่ติดขัด พิษไข้ทำให้ร่างกายปวดร้าวไปหมดทุกสัดส่วน แต่สิ่งที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าไข้หวัดใหญ่ ก็คือความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอกทุกครั้งที่มีสายตาคู่คมคายนั้นคอยมองมา
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที คิมหันต์ก็เดินกลับออกมา พร้อมกับผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ในมือ เจ้าตัวทำเป็นตีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ความรู้สึก แต่แววตาที่กวาดมองร่างบางบนเตียงกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด
“ถดตัวขึ้นมาพิงหัวเตียงดีๆ อย่าดื้อ”
คำสั่งนั้นเด็ดขาดเสียจนพายไม่อาจขัดขืน ร่างโปร่งบางค่อยๆ ขยับตัวขึ้นพิงกับหมอนใบโต ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยพิษไข้และ... ความเขินอายที่ต้องมานั่งให้เจ้านายปากร้ายคอยปรนนิบัติแบบนี้ คิมหันต์นั่งลงที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวัง มือใหญ่อุ่นจัดค่อยๆ แตะผ้าขนหนูลงบนหน้าผากเนียนอย่างเบามือที่สุด
ความเย็นจากผ้าตัดกับความร้อนของผิวเนื้อทำให้พายเผลอหลับตาพริ้มโดยไม่รู้ตัว
“เจ็บตรงไหนอีกไหม...” เสียงทุ้มเอ่ยถามแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกระդ้างอย่างทุกที บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่
คิมหันต์ไล่เช็ดตั้งแต่หน้าผาก ลงมาที่สันاق ลำคอระหง และท่อนแขนเรียวอย่างตั้งใจ สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองผิวเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนในอก เขาไม่เคยต้องมาคอยดูแลใครแบบนี้มาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะกับคนที่ชอบต่อปากต่อคำและกวนประสาทเขาได้ตลอดเวลาอย่างพาย แต่แปลก... ที่เขากลับไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยสักนิด มีแต่ความกลัวลึกๆ ว่าคนตรงหน้าจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้
“มองอะไรครับ... หน้าผมมีฝุ่นติดอยู่หรือไง” พายลืมตาขึ้นสบตากับนัยน์ตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมาที่ตนอย่างลึกซึ้ง หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
คิมหันต์ชะงักไปนิด ก่อนจะแกล้งทำเป็นแค่นเสียงหรี่ตาใส่ตามฟอร์ม “เปล่า... แค่คิดว่าถ้าคุณหายป่วยเมื่อไหร่ ผมคงต้องหักเงินเดือนฐานทำให้บริษัทเสียเวลางานมานั่งเฝ้าคุณแบบนี้”
“คุณนี่มัน... ใจร้ายเป็นบ้าเลยท่านประธาน” พายเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากที่แห้งแตกกลับแย้มยิ้มบางๆ ออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เคมีประหลาดระหว่างความซึนของเจ้านายกับความดื้อรั้นของลูกน้องแผ่ซ่านอบอวลไปทั่วห้องพัก
คิมหันต์วางผ้าลงในกะละมัง เอื้อมมือหนาขึ้นไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของคนป่วยเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว “รู้ตัวก็ดี งั้นก็รีบกินข้าวต้มแล้วนอนซะ ผมสั่งให้คนเอาขึ้นมาส่งแล้ว เดี๋ยวจะป้อน... ไม่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้น ผมหมายถึงถ้าไม่อยากให้ห้องคุณเลอะเทอะ”
บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปในทิศทางที่อบอุ่นและละมุนละไม หากไม่มีเสียงสัญญาณกริ่งหน้าห้องที่ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ติ๊ง... ตอง!*
ทั้งคู่หันไปมองทางประตูพร้อมกัน คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ขณะที่พายทำหน้าสงสัย
“ใครมาตอนนี้...” สถาปนิกหนุ่มพึมพำ
คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นถนัดตา “เดี๋ยวผมไปดูเอง คุณนอนอยู่เฉยๆ”
ร่างสูงก้าวเดินไปยังประตูกระจกบานใหญ่ด้วยฝีเท้ามั่นคง มือหนาบิดลูกบิดแล้วดึงประตูเปิดออกเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ส่งเสียงรบกวนเวลาส่วนตัวของเขา แต่ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดกว้าง รอยยิ้มเยาะกวนประสาทและใบหน้าคุ้นเคยของคนที่ยืนถือถุงยาอยู่หน้าห้อง ก็ทำให้ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มหรี่แคบลงทันที
“อ้าว... คุณคิมหันต์? มาทำอะไรที่ห้องพายแต่เช้าล่ะครับเนี่ย หรือว่า... แอบมา ‘ดูแล’ น้องชายผมคนนี้เป็นพิเศษ?”
เสียงทุ้มกวนประสาทของ *ธีรพัทธ์* ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่จุดประกายความระอุขึ้นในแววตาสีเข้มของคิมหันต์ทันที!
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมลุ้นไปกับความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดร้ายๆ ของท่านประธานคิมไปพร้อมกับตุ๊กตาโบราณนะคะ แล้วมาดูกันว่าสงครามประสาทระหว่างรุ่นพี่ตัวแสบกับท่านประธานหึงโหดจะปะทุเดือดขนาดไหนในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 11
พยาบาลจำเป็น
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!