"ถ้ายังยืนเหม่อแล้วปล่อยให้โปรเจกต์เดอะรีสอร์ตเลทไปอีกวินาทีเดียว ผมจะหักเงินเดือนคุณพายมาเป็นค่าเสียหายส่วนตัวที่ทำให้ผมต้องนั่งตรวจแบบข้ามวันข้ามคืนแบบนี้"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทันทีที่บานประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออก พายสะดุ้งน้อยๆ ดึงสติที่ล่องลอยกลับมาแล้วปรายตามองร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นยังคงมีความตึงเครียดหลงเหลืออยู่เล็กน้อย แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่คมที่มักจะมองมาพร้อมกับคำพูดจิกกัด กลับมีความไหววับบางอย่างที่สถาปนิกหนุ่มไม่อาจหาคำนิยามมาอธิบายได้
นี่คือวันแรกที่พายกลับมาทำงานหลังจากไข้หวัดใหญ่เล่นงานจนต้องนอนซมไปสามวันเต็ม และดูเหมือนว่าท่านประธานจอมเผด็จการจะตื่นเต้นกับการทวงงานเหลือเกิน ถึงได้เดินมาจี้ถึงโต๊ะตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้
"สวัสดีตอนเช้าครับท่านประธาน... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีสมองของคนเพิ่งหายป่วยมันอาจจะเดินช้ากว่านาฬิกาหรูบนข้อมือของท่านประธานไปสักหน่อย" พายแย้มยิ้มหวานหยด ปากเก่งสวนกลับทันควันโดยไม่คิดจะก้มหัวให้ความกดดันนั้นแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามประสาคนไม่เคยยอมแพ้
คิมหันต์หยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย ร่างสูงโปร่งทอดมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม พายในวันนี้ไม่ได้สวมเสื้อเชيرสีอ่อนพับแขนเสื้อลวกๆ เหมือนเคย แต่สวมเสื้อคอเต่าสีครีมเนื้อนุ่มที่ขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แม้เรียวปากจะยังซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ประกายความดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้นกลับชัดเจนเสียจนหัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ให้ตายเถอะ... สามวันที่ไม่ได้เห็นหน้าเจ้าตัวแสบนี่วนเวียนกวนประสาทอยู่ในบริษัท มันทำให้ห้องทำงานกว้างๆ ของเขารู้สึกเงียบเหงาจนน่าหงุดหงิดชะมัด
"หายไข้แล้ว แต่ปากยังจัดเหมือนเดิม แสดงว่าอาการคงปกติร้อยเปอร์เซ็นต์สินะครับ" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างปิดไม่มิด "ดี... งั้นบ่ายนี้เตรียมตัวไปไซต์งานจริงกับผม ห้ามปฏิเสธ เพราะผมเซ็นอนุมัติลาป่วยให้คุณครบกำหนดแล้ว"
"เดี๋ยวสิครับ! ไซต์งานฝุ่นตลบแบบนั้น สภาพผมตอนนี้..." พายร้องประท้วงทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ยอมจำนน
"สภาพคุณตอนนี้ทำไมครับ? หน้าตาก็ดูมีเลือดฝาดดีนี่ หรือว่ากลัว... กลัวว่าจะต้องอยู่ใกล้ผมสองต่อสองในรถตู้?" คิมหันต์จงใจโน้มตัวลงมาข้างหน้า ใช้ความสูงและแรงกดดันจากความเป็นเจ้านายบีบให้สถาปนิกหนุ่มต้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ไดอะล็อกคมคายหยิกแกมหยอกถูกพ่นออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจยั่วเย้า
พายชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับท่านประธานลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นสะอาดจากเครื่องปรับอากาศลอยวนอยู่รอบตัว กลิ่นอายความเป็น “คิมหันต์” ที่ทรงพลังและดึงดูดใจอย่างประหลาดทำให้หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ใกล้กันขนาดนี้ แต่ทำไม... ความรู้สึกข้างในมันถึงได้สั่นคลอนแปลกๆ แบบนี้ล่ะ?
"ผมไม่ได้กลัวครับ..." พายเค้นเสียงตอบ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้นเชิดขึ้น "แค่คิดว่าท่านประธานควรหาเลขาหรือผู้ช่วยที่ทำงานคล่องแคล่วกว่าผมไปดีกว่า หรือว่า... ขาดผมไปสักคนแล้วท่านประธานเหงาจนต้องหาเรื่องใช้งานผมกันแน่?"
คำพูดหยอกเย้าที่แฝงความกวนประสาททำเอาคิมหันต์ชะงักไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ประกายความเอ็นดูผสมกับความหึงหวงที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมเริ่มปะทุขึ้น ชel ของความอดทนที่ขีดไว้ค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย เมื่อนึกถึงตอนที่ธีร รุ่นพี่สถาปนิกตัวแสบพยายามจะส่งกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมพายที่คอนโดเมื่อวานนี้ คิมหันต์ก็แทบจะอยากบินไปพังประตูห้องของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
"ปากดีแบบนี้... น่าลงโทษให้เข็ด" คิมหันต์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่ากลัว
ร่างสูงไม่รอช้า มือหนาเอื้อมไปทาบลงบนพนักพิงเก้าอี้ทำงานของพาย ล็อกกรอบร่างโปร่งให้อยู่ในพื้นที่จำกัดทันที พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขยับตัวหนีไม่ได้เพราะติดพนักพิง ใบหน้าคมคายของท่านประธานโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มขาวเนียน
"ทะ... ท่านประธาน จะทำอะไรครับ ถอยไปเลยนะ ที่นี่ที่ทำงาน!" พายโวยวายเสียงสั่น ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่ปลิวหายไปกับอากาศเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังพินิตพิจารณาใบหน้าของเขาอย่างเปิดเผย ไม่มีแววตาหยอกล้อเหมือนทุกที มีเพียงความปรารถนาลึกซึ้งบางอย่างที่สะท้อนอยู่ในนั้น จนพายไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"รู้ไหมว่าสามวันที่คุณหยุดไป ผมหงุดหงิดแค่ไหน..." คิมหันต์กระซิบแผ่วเบาริมใบหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนทำให้ขนลุกซู่ "และที่สำคัญ... ผมเกลียดเวลาที่มีคนอื่นมาวนเวียนใกล้คุณ โดยเฉพาะไอ้รุ่นพี่หน้าหล่อคนนั้น"
พายสมองตื้อตันไปหมด คำพูดของคิมหันต์เหมือนค้อนทุบลงกลางใจ ความซึน ปากร้าย และท่าทางหึงหวงอย่างไร้เหตุผลทั้งหมดในอดีตประเดประดอนเข้ามาในหัว ประกายความไหวระริกในดวงตาของคิมหันต์บอกชัดเจนว่าเขามีความรู้สึกไม่ต่างกัน
ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น ริมฝีปากหยักลึกของท่านประธานเคลื่อนเข้าใกล้เรียวปากสีระเรื่อของสถาปนิกหนุ่มช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต พายหลับตาลงโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกแปลกใหม่ที่หอมหวานและอันตรายกำลังดึงดูดพวกเขาทั้งคู่เข้าหากัน...
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่ถึงเซนติเมตร และกำลังจะแนบชิดสนิทเป็นเนื้อเดียวกันนั้นเอง—
"ท่านประธานคะ! แบบแปลนด่วนของโครงการ..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับแรงผลักเปิดพรวดเข้ามาอย่างไรมารยาท มีนารา เพื่อนสนิทตัวแสบพ่วงตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการโครงการก้าวเข้ามาเต็มฝีก้าว พร้อมกับเอกสารกองโตในมือ ก่อนที่เจ้าตัวจะเบิกตากว้างเท่าไข่ห่านแล้วอุทานลั่นห้องด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพตรงหน้า "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! นึกว่าห้องว่าง เชิญต่อเลยค่ะ เชิญตามสบาย ฉันออกไปก่อนนะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมลุ้นไปกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของท่านประธานคิมกับสถาปนิกตัวแสบไปพร้อมกับตุ๊กตาโบราณนะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อว่าความสัมพันธ์ที่เกือบจะเกินเลยนี้จะไปจบลงตรงไหนในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 12
เส้นแบ่งที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!