แฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานถูกเปิดสลับไปมาเป็นรอบที่สิบของชั่วโมง โดยที่เจ้าของโต๊ะไม่ได้กวาดสายตาอ่านตัวเลขสถาปัตยกรรมแม้แต่วรรคเดียว สมองของพายวนเวียนอยู่แค่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานซืน—ริมฝีปากอุ่นจัดที่ทาบทับลงมาอย่างไร้การยับยั้งชั่งใจบนระเบียงห้องพักริมทะเล และเสียงกรีดร้องรากแก้วของมีนารากลางห้องทำงานที่เกือบทำให้หัวใจของเขาหลุดร่วงไปกองที่ตาตุ่ม
ให้ตายสิ... นี่เขากำลังกลายเป็นพวกปอดแหกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีฟ้าอ่อนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พลางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง ตั้งแต่กลับมาจากทริปหัวหิน พายก็ใช้วิธีหลบหน้าท่านประธานหนุ่มชนิดที่เรียกว่า ‘เรดาร์จับความเคลื่อนไหวทำงานเต็มพิกัด’ ประชุมร่วมกันก็ส่งตัวแทนไปแทน เดินสวนกันตามทางเดินก็ทำเป็นก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์มือถือราวกับหุ้นบริษัทกำลังจะดิ่งเหว และที่แย่ที่สุดคือ... เขารู้ว่าคิมหันต์เองก็จงใจ ‘หลบ’ เขาเหมือนกัน
ความเงียบที่น่าอึดอัดนี้มันชวนให้หายใจไม่ออกเอาเสียเลยนะคะ
“นั่งถอนหายใจจนหน้าผากจะย่นเป็นแผนที่ประเทศไทยอยู่แล้วนะคุณสถาปนิก”
เสียงทุ้มติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคยที่ลอยมาแตะจมูก พายสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมอง ‘ธีรพงศ์’ หรือพี่ธีร์ รุ่นพี่หนุ่มรูปหล่อที่มักจะหาจังหวะแวะเวียนมาที่แผนกออกแบบอยู่เรื่อย ๆ ตั้งแต่เขากลับมาจากทริป
“ถ้าหน้าผากผมย่น พี่ธีร์คงต้องช่วยจ่ายค่าโบท็อกซ์ให้ผมแล้วล่ะค่ะ” พายสวนกลับทันควันตามความเคยชิน พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด “มีอะไรหรือเปล่าคะรุ่นพี่ หรือว่าแบบแปลนโครงการริมน้ำมีปัญหาตรงไหน”
ธีรพงศ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาย่อตัวลงใช้มือเกาะขอบโต๊ะทำงานของพายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด “แบบแปลนไม่มีปัญหาหรอก... แต่คนตรวจแบบสิ ดูมีปัญหาทางใจนะ ตั้งแต่กลับมาจากหัวหิน เห็นหลบหน้าหลบตาประธานคิมจนคนเขาลือกันไปทั่วบริษัทแล้วว่าพวกนายสองคนไป ‘เคลียร์ใจ’ กันอีท่าไหนถึงได้มองหน้ากันไม่ติด”
พายรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ “ใครเขาลือกันคะ ไม่มีซะหน่อย!”
“เสียงสูงเชียวนะ” ธีรพงศ์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน “ว่าแต่... สนใจไปทานกาแฟข้างล่างตึกเป็นเพื่อนพี่หน่อยไหมล่ะ พี่มีเรื่องโปรเจกต์ใหม่จะปรึกษา แบบที่ไกลหูไกลตาคนแถวนี้... หมายถึงไกลหูไกลตาท่านประธานจอมโหดเขาน่ะนะ”
ในจังหวะที่พายกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครในเวลานี้ บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นยะเยือกกลายสภาพเป็นห้องแช่แข็งขึ้นมาเสียดื้อ ๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนขนอ่อนลุกชัน แรงกดดันประหลาดแผ่ซ่านมาจากทางด้านหลังของรุ่นพี่หนุ่ม
“ดูท่าทางโปรเจกต์ของบริษัทเราจะว่างงานมากสินะครับ ถึงได้มีเวลามาเดินขายขนมจีบพนักงานคนอื่นในเวลางานแบบนี้”
เสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนเกือบเป็นคำรามดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตที่ก้าวเข้ามาประชิด
คิมหันต์ยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้รอยยิ้ม แต่ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับจ้องมองมือของธีรพงศ์ที่เกาะอยู่บนขอบโต๊ะของพายด้วยสายตาที่พร้อมจะเฉือนเนื้อคนให้ขาดเป็นชิ้น ๆ ความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามเก็บกดไว้ตลอดสามวันที่ผ่านมา ระเบิดออกราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ
ธีรพงศ์ยืดตัวตรง หันไปสบตากับท่านประธานหนุ่มด้วยรอยยิ้มกวนประสาทตามสไตล์คนไม่กลัวตาย “อ้าว ท่านประธานคิม... ผมแค่มารับน้องพายไปคุยเรื่องงานครับ ไม่ได้มาทำอนาจารสักหน่อย หรือว่าระเบียบของบริษัทห้ามไม่ให้สถาปนิกคุยกับรุ่นพี่นอกแผนกด้วยล่ะครับ?”
“ระเบียบไม่มี... แต่ความเกรงใจน่าจะมีบ้าง” คิมหันต์ตวัดสายตาดุดำคมกริบมามองรุ่นพี่หนุ่ม ก่อนจะปรายตามองพายที่นั่งตัวเกร็งอยู่หลังโต๊ะ “ส่วนคุณพาย... ตามผมเข้ามาพบที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้ มีเอกสารด่วนที่คุณต้องเซ็นอนุมัติด้วยตัวเอง!”
พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินดุ่ม ๆ กลับไปยังลิฟต์ผู้บริหารทันทีโดยไม่รอคำตอบ แรงกระแทกจากฝีก้าวบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังโมกึดขนาดไหน
พายเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะลุกขึ้นไปเถียงให้คอเป็นเอ็นนักว่าเอกสารบ้าบออะไรทำไมต้องมาเรียกเอาตอนนี้ แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาของมีนาราที่นั่งทำปากมุบมิบอยู่โต๊ะข้าง ๆ พร้อมกับทำมือไล่หลังประมาณว่า ‘ไปง้อด่วนเลยมึง!’ พายก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วก้าวตามหลังท่านประธานจอมเผด็จการเข้าไปในกรงเสือ
ปัง!
ประตูห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัทปิดลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนอัตโนมัติที่ดังชัดเจนในความเงียบ พายยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของคนที่เดินนำลิ่วก็หันขวับกลับมา ใช้สองมือดันขอบบานประตูสกัดกั้นทางหนี ทอดเงาทะมึนครอบคลุมร่างโปร่งไว้จนมิดชิด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความคุ้นเคยตีรวนขึ้นในความรู้สึก
“ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ หืม?” คิมหันต์เปิดฉากถามทันที น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดชัดเจน ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของพายราวกับจะค้นหาคำตอบ “ทำเป็นหลบหน้าผมมาสามวัน แต่พอไอ้ธีร์มาอ่อยเข้าหน่อย ยิ้มรับหน้าบานเชียวนะพาย!”
“ท่านประธานพูดบ้าอะไรเนี่ยค่ะ!” พายเถียงกลับเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้ไม่ยอมแพ้ ทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “ผมไม่ได้หลบหน้า... แล้วผมก็ไม่ได้ยิ้มให้ใครแบบนั้นด้วย พี่เขาแค่มาชวนคุยเรื่องงาน!”
“เรื่องงาน?” คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ใกล้แค่คืบ “เรื่องงานต้องใช้มือเกาะโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ขนาดนั้นเลยหรือไง ถ้าผมไม่เดินเข้าไปขัดจังหวะ ป่านนี้คงชวนกันไปกินกาแฟหยอดคำหวานใส่กันนอกตึกไปแล้วมั้ง!”
“แล้วมันเรื่องอะไรของท่านล่ะคะ!” พายสวนกลับอย่างเหลืออด มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่คิมหันต์กลับยิ่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแน่นขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่าง “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ทำไมผมต้องมารายงานด้วยว่าผมจะคุยกับใคร!”
คำว่า *‘ไม่ได้เป็นอะไรกัน’* หลุดออกจากปากของพาย ทำให้ดวงตาคมกริบของคิมหันต์ไหววูบไปชั่วขณะ ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความเจ็บปวดลึกซึ้งที่วาบผ่านเข้ามาในแววตา ก่อนจะแทนที่ด้วยความดุดันเด็ดขาดที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
ร่างสูงก้มลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความเย้ายวน เสียงทุ้มแหบพร่าสั่นระริกด้วยอารมณ์ที่ถูกกดทับมานาน
“ไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างนั้นเหรอ... งั้นไอ้จูบที่ริมทะเลวันนั้น สำหรับคุณมันคืออะไรพาย?”
พายชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนลามไปถึงใบหู คำพูดทั้งหมดที่เตรียมจะเถียงถูกกลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้นเมื่อสบเข้ากับแววตาเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้นของคนตัวโต
“ผม... ผม...” พายออเซาะเสียงสั่น หาคำแก้ตัวไม่ถูก
คิมหันต์ไม่รอให้คนปากแข็งได้หาข้ออ้างอีกต่อไป มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวบางไว้แน่นตรึงไม่ให้ขยับหนี ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวด้วยความทะนุถนอมระคนดุดัน ปลายดลใจสั่งให้เขาโน้มริมฝีปากลงไปทาบทับเรียวปากนุ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดทันที
สัมผัสหอมหวาน ร้อนแรง และโหยหาที่โหมกระหน่ำเข้ามา ทำให้พายเผลอเผยอริมฝีปากออกด้วยความเผลอไผล ก่อนที่เรียวลิ้นร้อนจะรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพันตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก
ทว่า... ในวินาทีที่พายกำลังจะยกมือขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อตอบสนองสัมผัสอันวาบหวามนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของมีนาราที่ตะโกนทะลุกรอบประตูเข้ามาหน้าตาเฉย
“พาย! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม เอกสารด่วนจากบอร์ดบริหารมาส่งแล้วโว้ย... ถ้ายังไม่ออกมาช่วยฉันเคลียร์ ฉันจะเปิดประตูเข้าไปตามเองนะเว้ย!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกละมุนปนพายุอารมณ์ของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
---
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 21
หลังคาคลุมใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!