แก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทในมือของคิมหันต์ถูกวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่น่าเสียดาย... สำหรับพายแล้ว อาการขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อข้างแก้มกระตุกนั้น ชัดเจนเสียยิ่งกว่าตัวเลขงบประมาณในโปรเจกต์รีสอร์ทริมผาเสียอีก
“มองอะไรครับท่านประธาน หน้าผมมีรอยด่างตรงไหน หรือว่าชุดที่ใส่มาวันนี้มันไม่ถูกใจรสนิยมอันวิจิตรของคุณกันแน่”
พายเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทอย่างที่ชอบทำเวลาต้องการยั่วโมโหคนตรงหน้า สถาปนิกหนุ่มทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ ต่างจากอีกฝ่ายที่นั่งตัวตรงแน่วราวกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกตั้งแต่กลับมาจากงานเลี้ยงรับรองโปรเจกต์เมื่อคืนนี้แล้ว
คิมหันต์ตวัดสายตาดุๆ มองคนปากดีที่ยังคงลอยหน้าลอยตาจิบชาเขียวเย็นเฉียบในมือ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นซ่อนความกรุ่นโกรธและความกระวนกระวายใจเอาไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะพาย” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ “เมื่อคืนคุณหายหัวไปไหนมาตอนใกล้เลิกงาน ผมเห็นคุณยืนคุยอยู่กับไอ้ธีรสองต่อสองตรงระเบียงตั้งนานสองนาน สนุกมากหรือไงกับการไปยืนรับลมหนาวกับรุ่นพี่หน้าหม้อคนนั้น”
นั่นไง... ประเด็นเดิมวนกลับมาอีกจนได้ พายกลอกตาขึ้นฟ้าเบาๆ ด้วยความระอาปนเอ็นดูระคนกัน รุ่นพี่ธีรพัฒน์คนนั้นแค่เดินมาทักทายเรื่องแบบร่างโครงสร้างตึกเฟสใหม่ตามประสาคนเคยร่วมงานกันเท่านั้น แต่ประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลกลับเก็บเอามาเป็นเชื้อเพลิงเผาผลาญความหึงหวงในใจเสียจนร้อนระอุไปหมด
“ก็คุยเรื่องงานน่ะสิครับ หรือคุณคิดว่าเราจะยืนจูบกันท่ามกลางแสงจันทร์โรแมนติกแบบในละครหลังข่าวกันล่ะ? โถ... ท่านประธานครับ สมองผมมีรอยหยักมากพอที่จะไม่เอาเวลาอนาคตไปผูกติดกับผู้ชายเจ้าชู้หรอกนะ” พายย้อนกลับด้วยน้ำเสียงลอยชาย แต่แฝงความนัยที่จงใจหยิกแกมหยอกให้คนฟังคิ้วกระตุกเล่น
“พาย!”
“ครับ? เรียกซะเสียงดังเชียว หูผมไม่ได้หนวกนะครับคิมหันต์”
สรรพนามที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์และสถานการณ์ทำให้คิมหันต์ถึงกับหายใจสะดุด ชายหนุ่มขยับตัวโน้มเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันโดยอัตโนมัติ แต่พายกลับไม่มีทีท่าจะถอยหนีแม้แต่น้อย กลับยิ่งเชิดคางขึ้นท้าทายด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตคู่นั้นใสกระจ่างจนสะท้อนภาพใบหน้าบึ้งตึงของเขาชัดเจน
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวเงียบกริบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ แม้ภายนอกจะดูเหมือนกำลังปะทะคารมกันด้วยความดุเดือด แต่ลึกๆ แล้ว ระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ กลับทำให้แรงดึงดูดทางอารมณ์พุ่งทะยานจนน่ากลัว
คิมหันต์จ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ไม่หยุดนิ่งนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งอยากจะกักขังคนตรงหน้าไว้ไม่ให้ไปส่งยิ้มเรี่ยราดให้ใครที่ไหนอีก และเหนือสิ่งอื่นใด... ความรู้สึกโหยหาที่อัดแน่นอยู่ในอกจนเกือบจะทานทนไม่ไหว
“คุณกล้าดียังไงมาทำหน้าตาท้าทายผมแบบนี้” เสียงของคิมหันต์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงมีความแหบพร่าเจือความตัดพ้อเล็กน้อยที่เจ้าตัวรีบซ่อนไว้ “เราผ่านเรื่องอะไรด้วยกันมาตั้งมากมาย งานก็ทำด้วยกัน ตัวก็ติดกันแทบจะ 24 ชั่วโมง แต่... คุณยังทำตัวเหมือนเราเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้อง”
พายชะงัก รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากค่อยๆ เลือนหายไป ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบเพื่อหาจังหวะเถียง หากแต่เป็นความเงียบที่เปิดช่องให้หัวใจได้ยินเสียงของกันและกันชัดเจนขึ้น
ดวงตาสีเข้มของคิมหันต์ที่มองมาในตอนนี้ไม่มีคราบความเย่อหยิ่งของท่านประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์อีกต่อไป เหลือเพียงความเวิ้งว้างและความจริงจังที่ทำเอาคนใจแข็งอย่างพายถึงกับหายใจติดขัด
สถาปนิกหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนต้องเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ก่อนที่คำถามหนึ่งจะหลุดรอดริมฝีปากออกไปโดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจ
“แล้ว... ในฐานะอะไรล่ะครับ?”
คิมหันต์นิ่งอึ้ง ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง
“หมายความว่ายังไง?”
“ก็หมายความว่า...” พายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้ากลับคืนมา แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตาเรียวรีมองตรงไปยังดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความลังเล “ที่คุณพูดมาทั้งหมด... คุณเคยเอ่ยปากขอผมเป็นแฟนอย่างเป็นทางการสักครั้งหรือยังล่ะครับท่านประธาน?”
คำถามนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางใจห้องราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำ คิมหันต์แข็งค้างไปทันที สมองที่เคยเฉียบคมและประมวลผลเรื่องธุรกิจได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าสนิท ชายหนุ่มอ้าปากพะงาบๆ คล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาเลยสักแอะ
ใช่... เขาลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน
เขาคิดมาตลอดว่าการกระทำทุกอย่าง การแสดงความเป็นเจ้าของ การหึงหวงจนแทบคลั่ง หรือแม้กระทั่งการใช้เวลาร่วมกันจนคนทั้งบริษัทต่างซุบซิบกันไปทั่ว มันคือเครื่องยืนยันสถานะที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยที่เขาหลงลืมความละเอียดอ่อนข้อนี้ไปสนิทใจว่า... อีกฝ่ายก็แค่อยากได้ยิน ‘คำพูด’ ที่ชัดเจนจากปากของเขาเช่นกัน
พายเห็นอาการอึ้งกิมกี้ของคนตรงหน้าแล้วก็ได้แต่แอบถอนหายใจยาวๆ ในใจ ความรู้สึกหมั่นไส้ตีตื้นขึ้นมาอีกระลอกแต่ก็เจือด้วยความรู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ ร่างเพรียวเตรียมจะลุกขึ้นยืนเพื่อตัดบทความเงียบอันน่าอึดอัดนี้
“ถ้ายังคิดไม่ออก ก็ไม่ต้องตอบหรอกครับ ผมมีแบบแปลนที่ต้องไปตรวจที่ไซต์งานต่อ...”
พายยังพูดไม่ทันจบประโยค มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเขาอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่หนักไม่เบาแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดทำให้พายต้องเซถลาลุกขึ้นยืนตามแรงดึงโดยอัตโนมัติ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกดึงเข้าไปประชิดชิดแผงอกกว้างอย่างรวดเร็ว
“ใครบอกว่าผมคิดไม่ออก”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากลำคอ ทำให้พายต้องเงยหน้าขึ้นมอง และวินาทีนั้นเองที่ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มขาดห้วงไปทันที
ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว ดวงตาคมคายคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักแบบที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นมาก่อน มันรุนแรงและร้อนแรงเสียจนพายรู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้
คิมหันต์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มขาวเนียน น้ำเสียงที่เอמהออกมานั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความจริงจังชนิดที่ทำให้คนฟังหัวใจกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ผมแค่วางแผนไว้ว่าจะพาไปพูดต่อหน้าทะเลสวยๆ หรือไม่ก็บนดาดฟ้าตึกสูงตอนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ในเมื่อคนปากเก่งแถวนี้ทวงซะขนาดนี้แล้ว...”
คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้เบาๆ บนข้อมือของพายก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าคมสันอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองมาหวานเชื่อมจนแทบจะละลายใจคนมองให้กองลงตรงนั้น
“เป็นแฟนกันนะครับ... พาย”
โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว พายอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกด้วยความตื่นตะลึงและเขินอายจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาสีแดงจัด
นี่สินะ... คำถามที่ไม่มีคำตอบในตอนแรก แต่ตอนนี้มันกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก
พายเม้มริมฝีปากแน่นพยายามจะซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะฉีกกว้างถึงใบหู แต่ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยคำตอบใดๆ ออกไปเพื่อสยบความดื้อรั้นของท่านประธานหนุ่ม
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมๆ กับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย
“ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานรีสอร์ทริมผาแล้วครับ แบบโครงสร้างเฟสสามเกิดทรุดตัวลงบางส่วนเพราะดินสไลด์เนื่องจากฝนตกหนักเมื่อคืนนี้ครับ!”
ร่างของหัวหน้าวิศวกรประจำโครงการวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้อง โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อยว่า เจ้านายหนุ่มหน้าหล่อกับสถาปนิกคนเก่งกำลังยืนแนบชิดกันในระยะประชิดที่แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 23
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!