ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 32

ความเงียบคืออาวุธ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
หน้าจอไอpad ในมือสั่นเล็กน้อยเมื่อข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทเด้งขึ้นมาเป็นสายที่สามสิบของวัน โดยที่พายไม่ได้แม้แต่จะปรายตาแลมันเลยสักนิดเดียว นิ้วเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ยังคงลากเส้นแปลนอาคารบนหน้าจอด้วยความนิ่งสนิท ราวกับว่าเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ หรือเสียงโทรศัพท์ภายในออฟฟิศที่ดังระรัวอย่างไร้การตอบรับนั้น เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านนอกหน้าต่างกระจกใสของตึกระฟ้าใจกลางเมือง "พาย แกแน่ใจนะว่าไม่อ่านน่ะ?" เสียงมีนโผล่พรวดเข้ามาจากพาร์ทิชันกั้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระแทกเบาๆ "ท่านประธานเดินวนหน้าห้องประชุมรอบที่สี่แล้วนะ แถมหน้าบึ้งยิ่งกว่ายักษ์วัดแจ้ง... นี่แกไปกินรังแตนมาจากไหน ถึงได้เงียบใส่เขาแบบคอมพิวเตอร์โดนไวรัสเล่นงานขนาดนี้เนี่ย" พายเงยหน้าขึ้นจากจอ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววความดื้อรั้นดึงดันอย่างเต็มเปกัด "ฉันไม่ได้เงียบใส่สักหน่อย... ฉันแค่กำลังตั้งใจทำงานตามหน้าที่ของสถาปนิกที่ดีค่ะคุณมีนารa" พายตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ แต่คนที่รู้จักกันมานานย่อมรู้ดีว่านี่คืออาการ 'กำแพงเหล็ก' ที่พายมักจะสร้างขึ้นเมื่อต้องการถอยหลังกลับไปตั้งหลักให้พ้นรัศมีอันตราย และอันตรายที่ว่า ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นผู้ชายเจ้าของประโยคกำกวมเมื่อคืนนี้ต่างหาก *“และเตรียมตัวไว้ให้ดี... เพราะหลังจากคืนนี้ เรื่องของเรามันจะไม่จบลงง่ายๆ แบบที่คุณคิด”* ให้ตายเถอะ! คิดว่าตัวเองเป็นพระเอกละครหลังข่าวหรือไง ถึงได้กล้าทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แล้วทำตัวลอยไปลอยมา คิมหันต์คิดผิดถนัด... ในเมื่ออีกฝ่ายเลือกจะใช้เกมกดดัน พายก็จะใช้ "ความเงียบ" นี่แหละเป็นอาวุธตอบโต้ที่เจ็บแสบที่สุด ไม่เจอหน้า ไม่สบตา และที่สำคัญคือ ไม่ส่งเสียงตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น! แต่ดูเหมือนว่า คนที่ทรมานจากความเงียบนี้จริงๆ จะไม่ใช่พาย... ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าห้องทำงานส่วนตัวของพายดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่บานประตจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มของประธานบริษัทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่มั่นคง ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและดวงตาคมกริบที่กวาดมองตรงมายังโต๊ะทำงานของพาย กลับฟ้องชัดเจนว่าความอดทนของท่านประธานได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว มีนที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะรีบถอยฉากกรูดออกไปทันที พร้อมกับทำมือทำไม้ส่งสัญญาณละลานตาประมาณว่า *'แกเคลียร์กันเองนะ ฉันไม่เกี่ยว!'* ก่อนจะปิดประตูห้องให้เสร็จสรรพ บรรยากาศในห้องสี่เหลี่ยมแคบลงถนัดตาเมื่อคิมหันต์ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของพาย รัศมีกดดันแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ แต่เจ้าของโต๊ะกลับยังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ปลายดินสอยังคงขีดเขียนเส้นสายลงบนกระดาษอย่างใจเย็น "คุณพาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอด10ไรฟัน น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดเจือความกระวนกระวายที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แต่ไม่มิด ความเงียบยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างยอดเยี่ยม พายแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน หยิบไม้บรรทัดขึ้นมาวัดสเกลราวกับว่าเรื่องตรงหน้ามีความสำคัญน้อยกว่าลายเส้นบนกระดาษ คิมหันต์สูดลมหายใจเข้าลึก ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโต๊ะทำงานของพายอย่างถือวิสาสะ จงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนเส้นผมสีเข้มเกือบจะระกับหน้าผากของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก พายชะงักมือที่กำลังถือดินสอเล็กน้อย แต่ก็ยังคงก้มหน้ามองงานต่อไป "ผมเรียกคุณสามครั้งแล้วนะ" คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย แต่อัดแน่นไปด้วยความอึดอัด "โทรศัพท์ก็ไม่รับ ไลน์ก็ไม่ตอบ... นี่คุณตั้งใจจะประกาศสงครามเย็นกับผมจริงๆ ใช่ไหม?" พายค่อยๆ วางดินสอลง เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยความร้อนรนอย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มหวานหยดแบบฉบับพายถูกระบายขึ้นบนใบหน้า ทว่าแววตากลับเย็นเยียบ "ท่านประธานมีงานด่วนอะไรเหรอคะ ถึงต้องมาตามจี้ถึงห้องทำงานของสถาปนิกตาดำๆ แบบนี้ หรือว่า... เอกสารแบบแปลนที่ส่งไปเมื่อเช้ามีปัญหาตรงไหน" พายรัวคำถามใส่ด้วยน้ำเสียงสุภาพเกินงาม ประชดประชันแบบแนบเนียนจนคนฟังต้องกัดกรามกรอด "คุณก็รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องงาน" คิมหันต์สวนกลับทันควัน ดวงตาดุจพญาอินทรีย์หรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าเนียนใสของคนที่กล้าหาญชาญชัยเมินใส่เขามาทั้งวัน "เรื่องเมื่อคืน... คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง" "เรื่องเมื่อคืนเหรอคะ?" พายเอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำเป็นไขسแดง "อ๋อ... เรื่องที่ท่านประธานกรุณาไปส่งที่คอนโด แล้วก็พูดอะไรแปลกๆ ลอยๆ ออกมาใช่ไหมคะ? ต้องขอโทษด้วยนะคะพอดีฉันเป็นคนความจำสั้น เรื่องอะไรที่ไร้สาระและไม่เกี่ยวกับโปรเจกต์... ฉันมักจะลืมมันไปหมดแล้วค่ะ" คำว่า 'ไร้สาระ' พ่นออกมาจากริมฝีปากสีพีชด้วยท่าทีสบายๆ แต่ทำเอาคิมหันต์ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะวับโรจน์ขึ้นด้วยความหมั่นเขี้ยวแกแกมโมโห ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้... ปากดีไม่เคยเปลี่ยน! "ลืมเหรอ?" คิมหันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าแต่น่าฟังจนอันตราย ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนพายต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "งั้นผมต้องช่วยทวนความจำให้คุณใหม่แล้วล่ะมั้ง... ว่าสิ่งที่คุณบอกว่า 'ไร้สาระ' เนี่ย มันทำให้ผมนอนไม่หลับมาทั้งคืนได้ยังไง" "ท่านประธานคะ กรุณามารยาททางสังคมด้วยค่ะ นี่มันเวลางาน และนี่ก็ออฟฟิศ..." พายพยายามขยับตัวถอยหนี แต่ทว่าขอบโต๊ะด้านหลังกลับปิดกั้นทางถอยไว้จนหมดสิ้น มือหนาของคิมหันต์วางทาบลงบนพาร์ทิชันกระจกและขอบโต๊ะ กักตัวพายไว้ในอ้อมแขนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดดันจากร่างกายที่แนบชิดทำเอาหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะ พายเม้มปากแน่น พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงอาการตื่นตระหนกให้อีกฝ่ายได้ใจ "ผมไม่สนใจเวลางานหรอก..." คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของพาย ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนปากแข็ง "ในเมื่อคุณเลือกที่จะเงียบและหลบหน้าผม... ผมก็มีวิธีของผมที่จะทำให้คุณเลิกเงียบ" พายใจเต้นรัว แรงปะทะทางเคมีระหว่างกันพุ่งทะยานจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัว ความซึนเดระชะของประธานหนุ่มปากร้ายคนนี้มักจะมาในรูปแบบที่รับมือยากเสมอ และพายรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ คนที่จะพ่ายแพ้ไม่ใช่ใครอื่น... แต่วินาทีที่พายกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนเพื่อกู้สถานการณ์... แกร็ก! เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปรดของรุ่นพี่สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่าง 'ธีรพัทธ์' ที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ โดยไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศชวนหายใจไม่ทั่วท้องภายในห้องเลยแม้แต่น้อย "น้องพายครับ แบบแปลนของโซน VIP พี่ขอแก้—อุ๊ps!" ธีรพัทธ์ชะתฝีเท้ากึกทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่า ท่านประธานเจ้าของบริษัทกำลังยืนค้ำโต๊ะ คร่อมร่างของน้องพายรุ่นน้องคนสนิทในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าห่างกันไม่ถึงคืบ! ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัดที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม คิมหันต์ชะựngตัวเล็กน้อย ดวงตาคมดุหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสนิทที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่พายเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก ก่อนจะรีบใช้จังหวะชุลมุนนี้ดันอกแกร่งของคิมหันต์ออกสุดแรง "เอ่อ... ขอโทษครับ ดูเหมือนผมจะมาผิดจังหวะ..." ธีรพัทธ์หัวเราะแห้งๆ ทำท่าจะหันหลังเดินกลับออกไป แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับตัวหนี "เดี๋ยว" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคิมหันต์เออดดักขึ้นเสียก่อน ร่างสูงผละออกจากตัวพายช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องเขม็งมาที่รุ่นพี่หนุ่มด้วยประกายไฟแห่งความหึงหวงที่ถูกจุดขึ้นจนลุกโชน คิมหันต์เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งพายและธีรพัทธ์ถึงกับสะعก "ในเมื่อคุณเข้ามาพอดี... ผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่จะประกาศให้พวกคุณฟังพอดีเหมือนกัน" พายชะงัก กลิ่นอางลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างลอยวนอยู่ในอากาศ และรางสังหรณ์นั้นก็มักจะแม่นยำเสมอเมื่อมันมาจากผู้ชายชื่อคิมหันต์! ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%