ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 36

ศึกบอร์ดบริหาร

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงปรบมือเบาๆ จากปลายนิ้วที่เคาะลงบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊กตัวยาวนั้น ไม่ได้ให้ความรู้สึกชื่นชมแม้แต่น้อย หากแต่เป็นเสียงเคาะที่ดึงเอาออกซิเจนทั้งหมดออกไปจากห้องกระจกเก็บเสียงชั้นสามสิบห้าแห่งนี้ เอกสารรายงานความคืบหน้าของโปรเจกต์ 'The Lumina' ถูกผลักกลับมาด้วยปลายนิ้วของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในที่ประชุม ทิวากร กรรมการผู้จัดการอาวุโสผู้กุมเสียงส่วนใหญ่ในบอร์ด ยิ้มเยาะด้วยมุมปาก ขณะกวาดสายตามองหน้าพายที่ยืนอยู่หลังเก้าอี้ประธาน "ผมคิดว่าเอกสารฉบับนี้ชัดเจนพอนะครับคุณคิมหันต์... และมันก็คงจะชัดเจนยิ่งกว่า ถ้าเราจะตัดตัวปัญหาที่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้าออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้" ทิวากรลากเสียงยาวอย่างจงใจ สื่อความหมายพาดพิงถึงสถาปนิกหนุ่มที่ตกเป็นเป้าโจมตีมาตลอดสัปดาห์จากกรณีภาพหลุดที่ถูกกุเรื่องขึ้น พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกขุ่นเคือง ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปยืนตรงด้วยความมั่นคง แม้ภายในจะรู้ดีว่าบอร์ดบริหารชุดนี้ไม่ได้ต้องการคำชี้แจง แต่พวกเขาต้องการ "หัว" ของใครสักคนเพื่อเซ่นสังเวยความขัดแย้งเชิงนโยบาย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ... คิมหันต์ ตั้งแต่เหตุการณ์ข้อความในโทรศัพท์มือถือเมื่อครู่ที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก คิมหันต์ก็ยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มยังคงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน กลับฟ้องชัดว่าความอดทนของประธานหนุ่มกำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว "คุณทิวากรคิดว่าบริษัทของเราขับเคลื่อนด้วยคะแนนเสียงในบอร์ด หรือด้วยวิสัยทัศน์ของคนทำงานกันแน่ครับ?" น้ำเสียงนุ่มทุบทำลายความเงียบลงอย่างเฉียบคม คิมหันต์ป้องมือประสานกันบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารรุ่นอาวุโสทีละคนด้วยแววตาเยียบเย็นจนทุกคนต้องหลบตา "แต่นั่นคือความเสียหายทางชื่อเสียงนะคิมหันต์! สถาปนิกที่ปรากฏข่าวฉาวรายวันแบบนี้ ไม่สมควรที่จะได้รับความไว้วางใจให้ดูแลโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้าน" ทิวากรทุบโต๊ะเบาๆ เพื่อกดดัน "บอร์ดมีมติเป็นเอกฉันท์... ถอดคุณพายออกจากหัวหน้าทีมโปรเจกต์ แล้วให้ทางบริษัทที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาดูแลแทน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่พายราวกับจะรอคอยดูความพ่ายแพ้ พายเม้มริมฝีปากแน่น เตรียมจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์คนไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ทว่า... เร็วกว่าที่ริมฝีปากจะได้ขยับ มือหนาของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ กลับเอื้อมมาดึงชายเสื้อสูทของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม คิมหันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนคนทั้งห้องต้องกลั้นหายใจ ประธานหนุ่มปรายตามองรายงานในมือของทิวากรก่อนจะปัดมันตกพื้นอย่างไม่ไยดี เอกสารปึกหนาปลิวว่อนกระจายลงบนพรมราคาแพง "มติเอกฉันท์เหรอครับ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งเรียบ "น่าเสียดายจัง... ที่ลืมไปว่าเก้าอี้ประธานตรงนี้ไม่ได้มีไว้รับคำสั่งจากคนแก่ที่นั่งรอรับเงินปันผลไปวันๆ" "คิมหันต์! คุณกล้าพูดจาแบบนี้กับบอร์ดบริหารอย่างนั้นรึ?!" ทิวากรหน้าดำคร่ำเครียด ลุกขึ้นชี้หน้าต่อว่า "ผมไม่ได้พูดเล่น และไม่ได้ขอความเห็น" คิมหันต์ก้าวเท้าออกมายืนเคียงข้างพาย ร่างสูงบังตัวของสถาปนิกหนุ่มไว้ครึ่งหนึ่งราวกับจะปกป้องจากสายตาคุกคามรอบด้าน "ถ้าโปรเจกต์นี้ไม่มีพาย... ก็ไม่มีผมในฐานะประธานบริษัทนี้เหมือนกัน" เสียงฮือฮาดังระงับขึ้นทันที บอร์ดบริหารหลายคนหน้าซีดเผือดกับการยื่นคำขาดแบบหักดิบของประธานหนุ่ม ผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะรู้ดีว่าผลงานเกือบทั้งหมดของบริษัทในรอบสามปีที่ผ่านมาแบกรับไว้ด้วยมันสมองของคิมหันต์ หากเขาลาออกจริง มูลค่าหุ้นของบริษัทคงดิ่งลงเหวในชั่วข้ามคืน พายเบิกตากว้างเล็กน้อย หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะกระδอœนออกมานอกอก ความอบอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมากลางอกอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อเงยหน้าขึ้นมองลาดไหล่กว้างของคนข้างๆ เขาก็พบว่าคิมหันต์ไม่ได้หันมามองตนด้วยซ้ำ สายตาคมคู่นั้นยังคงจ้องเขม็งไปยังคู่กรณีอย่างดุดันและเด็ดเดี่ยว "คุณกำลังเอาอนาคตของตัวเองมาแลกกับเด็กฝึกงานคนนี้เนี่ยนะ?!" ทิวากรตะโกนเสียงสั่นด้วยความโกรธ "เขาไม่ใช่เด็กฝึกงาน... และต่อให้ผมต้องแลกตำแหน่งนี้ เพื่อให้คนที่มีฝีมือได้ทำงานโดยไม่ต้องมารองรับอารมณ์บ้าอำนาจของใคร..." คิมหันต์หยุดเว้นจังหวะ ก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม แววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "...ผมก็ยินดีเซ็นใบลาออกตั้งแต่ตอนนี้เลยครับคุณทิวากร" ห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนอยู่ในช่องท้อง ทั้งจุก แน่น และพองฟูจนน่าประหลาด ผู้ชายปากร้ายที่ชอบกวนประสาทเขาอยู่เรื่อยคนนี้ กำลังเอาอนาคตการทำงานหลายปีมาเดิมพันเพื่อปกป้องเขาอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด ทิวากรกัดฟันกรอด ขาสั่นเทาด้วยความแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้เมื่อเจอสายตาเฉียบขาดที่ไร้ซึ่งความลังเลของคิมหันต์ "คุณ... คุณจะเสียใจกับสิ่งที่ทำวันนี้!" "ผมอาจจะเสียใจที่เพิ่งรู้ว่าบริษัทนี้มีคนถ่วงความเจริญเยอะขนาดนี้... แต่ถ้าเรื่องนี้จบลง เชิญพวกท่านไปยื่นซองขาวลาออกพร้อมกันได้เลยครับ เพราะผมจะเริ่มกวาดล้างโครงสร้างผู้บริหารใหม่ทั้งหมดตั้งแต่พรุ่งนี้" คิมหันต์สะบัดหน้าหนี ไม่รอให้ใครได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ อีก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของพายแล้วออกแรงดึงให้เดินตามออกมาจากห้องประชุมที่บรรยากาศอึดอัดทันที แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งลาก จนกระทั่งทั้งคู่พ้นประตูเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของประธาน ประตูกระจกบานใหญ่ถูกปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติ ร่างสูงผลักพายให้แผ่นหลังแนบชิดกับบานประตูหนา ก่อนจะใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งยันกระจกไว้ กักตัวสถาปนิกหนุ่มไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ไอร้อนจากอารมณ์ที่ยังคุกกรุ่นแผ่ซ่านอยู่รอบกาย พายเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่ตัวสูงกว่า แววตาคมกริบเมื่อครู่ในห้องประชุมบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความดุดันแกแกมคาดโทษระคนโล่งอก "คุณ... บ้าหรือเปล่าเนี่ย!" พายเอ็ดเสียงเบา พยายามจะดันอกแกร่งออก "ไปประกาศลาออกกลางที่ประชุมแบบนั้น เท่มากนักหรือไง ประธานบริษัทสติหลุด!" คิมหันต์ไม่ตอบ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงมาในดวงตาของพาย นัยน์ตาคู่นั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บกดไว้มานาน "ถ้าฉันไม่ทำ... เธอก็คงก้มหน้าก้มตาแบกรับความกดดันบ้าๆ นี่คนเดียวอีกตามเคยใช่ไหมพาย?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน "ปากเก่งนักนะ... แต่เวลาเกิดเรื่องทำไมชอบทำตัวเป็นฮีโร่แบกโลกอยู่คนเดียวฮึ?" "ก็เพราะผมไม่ได้มีประธานบริษัทมาคอยตามเช็ดตามล้างให้เหมือนคุณนี่!" พายเชิดหน้าเถียงกลับตามนิสัย ไม่ยอมแพ้แม้แผ่นหลังจะชนกำแพง "อีกอย่าง... ใครใช้ให้คุณเอาตำแหน่งตัวเองมาแลกล่ะ ถ้าบอร์ดมันบ้าจี้อนุมัติขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำยังไง?!" "ก็ตกงานน่ะสิ ถามได้" คิมหันต์ตอบหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ ทว่าแววตาไม่ได้ล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย "ถึงตอนนั้น... เธอก็ต้องรับผิดชอบฉันด้วยการจ้างฉันไปเป็นสถาปนิกฝึกหัดที่บริษัทของเธอแทนแล้วล่ะนะ" "ใครจะไปจ้างคุณ! เรื่องมาก ปากร้ายแถมยัง..." คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ ปลายคางมนถูกปลายนิ้วอุ่นของคนตรงหน้าเชยขึ้นเบาๆ ดวงตาคมกริบของคิมหันต์หรี่ลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความเดือดดาลในห้องประชุมกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้ นิ้วโป้งของประธานหนุ่มปัดผ่านริมฝีปากอิ่มแผ่วเบาราวกับจะสำรวจว่าเจ้าตัวยังดื้ออยู่ไหม พายชะงักค้าง หัวใจกระตุกวูบ ลืมคำพูดที่จะเถียงออกไปจนหมดสิ้น ร่างกายคล้ายถูกตรึงไว้ด้วยอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของคนตรงหน้า "พาย..." เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาราวกับกระซิบดังขึ้นชิดริมฝีปาก คิมหันต์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น "ที่ฉันทำเมื่อกี้... ไม่ใช่เพราะหน้าที่ประธานหรอกนะ" พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "แล้ว... แล้วเพราะอะไรเล่า..." คิมหันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองมาทอประกายความคลั่งรักแบบที่ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็นที่ไหนมาก่อน ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสอย่างถือวิสาสะ "ก็เพราะว่า..." *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบในห้องทำงานอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาโดยไม่ทันได้รับอนุญาต มีนาราพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ ก่อนจะเบรกเอี๊ยดอ้าดเมื่อเห็นภาพคนทั้งคู่ยืนชิดติดกันจนแทบจะสิงร่างอยู่ตรงบานประตู "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! นึกว่าห้องว่าง พอดีลิฟต์ฝั่งโน้นเสีย... เชิญพวกคุณสวีทกันต่อตามสบายนะคะ ฉันแค่มารายงานเรื่อง... อ้าว เฮ้ย! ประธานอย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิคะ ฉันแค่มาส่งเอกสาร!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะฟินจิกหมอนกับความคลั่งรักของท่านประธานกันถ้วนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%