"ถ้าคุณยังเอาสายตาพิศวาสเยี่ยงกวางน้อยตื่นตูมมามองผมอีกแค่ครั้งเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องค่าจ้างนอกเวลา... แบบที่ต้องจ่ายด้วยกำไรทางความรู้สึก"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่จงใจกระซิบชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้สถาปนิกหนุ่มอย่างพายสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องรับรอง VIP ของแกลเลอรีชื่อดัง
นี่คือบรรยากาศหลังงานอีเวนต์เปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ที่ควรจะจบลงด้วยความราบรื่น หากไม่ใช่เพราะรอยยิ้มพราวระยับในดวงตาคมกริบของท่านประธานหนุ่ม—คิมหันต์—ที่กำลังยืนค้ำร่างเขาไว้ในมุมอับสายตาของผู้คน
"ประธานคิม... กรุณามีขอบเขตด้วยค่ะ นี่มันงานสังคมนะ ไม่ใช่ห้องทำงานส่วนตัวของคุณ" พายเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วท้าทายตามสไตล์คนปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้หัวใจในอกจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกเสื้อสูทเนื้อดีแล้วก็ตาม
"ขอบเขตเหรอ?" คิมหันต์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "คนที่ยืนเถียงฉอดๆ เมื่อกี้ ใครกันนะที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนเห็นผมยืนคุยกับตัวแทนจากสิงคโปร์... หึงก็บอกว่าหึงสครับพาย ฟอร์มจัดแบบนี้ระวังจะไม่ได้กินผมนะ"
"ใครหึงคุณ! ทุรיל! หลงตัวเองที่สุด!" พายสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู มือบางยกขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะสะเทือน เขากลับฉวยโอกาสรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวตรึงไว้เหนือศีรษะ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังระอุได้ที่ เคมีที่พุ่งพล่านจนเกือบจะหลอมละลายความซึนของพระเอกหนุ่มให้พังทลายลงในพริบตา ทว่า...
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย"
เสียงหวานใสที่ดังขึ้นอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนกระแสไฟช็อต พายหน้าแดงซ่าน รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความรวดเร็ว ขณะที่คิมหันต์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมตวัดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเรียบนิ่งเยียบเย็น
หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างระหงในชุดเดรสผ้าไหมสีเขียวมรกตเข้ารูป ก้าวเข้ามาด้วยความมั่นใจ เรือนผมสีน้ำตาลประกายทองลอนยาวเคลียไหล่ ใบหน้าสวยเฉี่ยวแต่งแต้มอย่างประณีตส่งยิ้มพิมใจมาให้ แต่ทว่า... รอยยิ้มนั้นกลับเคลือบด้วยความหมายบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"พิมพ์..."
คิมหันต์พึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนและแววตาเจ้าเล่ห์เมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและความประหลาดใจที่ฉายชัดในแววตา
พายชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างประธานหนุ่มของตนกับผู้หญิงมาใหม่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก—ไม่ใช่ความหึงหวงแบบไร้เหตุผล แต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่บอกว่า "อดีต" กำลังเดินเข้ามาเคาะประตูห้อง
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะคุณคิม ยังจำพิมพ์ได้ใช่ไหมคะ?" หญิงสาวที่ชื่อพิมพ์เดินตรงเข้ามาใกล้คิมหันต์อย่างสนิทสนมเกินกว่าระดับ "คนรู้จัก" ทั่วไปจะทำ มือเรียวบางเอื้อมแตะแขนเสื้อสูทของชายหนุ่มแผ่วเบา สายตาคู่สวยเหลือบมองมาที่พายด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ทว่าแฝงความเหนือกว่าอย่างแนบเนียน "แล้วก็น้อง... เอ่อ สถาปนิกคนเก่งของโปรเจกต์นี้สินะคะ พิมพ์เคยได้ยินชื่อเสียงจากคุณคิมบ่อยๆ ค่ะ"
พายรอยยิ้มบางๆ กลับไปตามมารยาททางสังคม แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ "สวัสดีครับ ผมพาย เป็นสถาปนิกดูแลโปรเจกต์นี้ครับ... ส่วนคุณคือ..."
"พิมพ์ค่ะ พิมพ์มาดา เป็น... อดีตคู่หมั้นของคุณคิมเขาค่ะ"
ประโยคหลังถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งไปชั่วขณะ พายชะงักกึก หันขวับไปมองหน้าคิมหันต์ทันที ทว่าชายหนุ่มกลับนิ่งเงียบ ไม่ได้ปฏิเสธหรืออธิบายอะไรทันที ดวงตาคมคู่นั้นหลบวูบลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิท—อาการที่คิมหันต์ไม่เคยแสดงออกต่อหน้าพายมาก่อน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ พายรู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่คอ ความรู้สึกพะวงและไม่แน่ใจตีรวนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คำหยอกล้อและแววตาคลั่งรักเมื่อครู่ราวกับภาพลวงตาเมื่อเผชิญหน้ากับเงาอดีตที่ย้อนกลับมา
"บังเอิญจังนะคะที่พิมพ์กลับมาจากนิวยอร์กทันงานนี้พอดี คุณคิมยังจำร้านกาแฟที่เราชอบไปตอนคบกันได้อยู่ไหมคะ? พิมพ์เพิ่งแวะไปมา..." พิมพ์มาดาเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ราวกับจงใจขีดเส้นแบ่งอาณาเขตอย่างแนบเนียน
คิมหันต์ขมวดคิ้วแน่นขึ้น มือหนาเผลอกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเหลือบมองพายที่ยืนเงียบ นิ่ง และพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยใส่—อาการที่เขาเกลียดที่สุด เพราะมันหมายความว่าเจ้าตัวกำลังสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาอีกครั้ง
"พิมพ์ เราคุยกันเรื่องนี้แล้วนะ คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอก..." คิมหันต์เอ่ยเสียงเรียบพยายามตัดบท
"ก็พิมพ์อยากเซอร์ไพรส์คุณนี่คะ อีกอย่าง... ของหลายๆ อย่างที่เคยเป็นของพิมพ์ พิมพ์ก็แค่อยากกลับมาดูว่ามันยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า" พิมพ์มาดายิ้มหวาน สายตาจงใจกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างของพายอีกครั้ง
พายสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงความภูมิใจและศักดิ์ศรีทั้งหมดกลับมาเคลือบกาย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับบนริมฝีปากดูเย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งในแก้วไวน์
"ถ้าคุณพิมพ์หมายถึง 'ของ' ในห้องนี้หรือในโปรเจกต์นี้ ผมเกรงว่ามันถูกรีโนเวตใหม่หมดจดจนไม่เหลือเค้าเดิมแล้วล่ะครับ" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่คมกริบทุกพยางค์ "ของเก่าที่หมดอายุการใช้งานและถูกรื้อทิ้งไปแล้ว... ต่อให้กลับมามองหาอย่างไร ก็ไม่มีทางหาพบหรอกครับ"
คิมหันต์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคเชือดเฉือนนั้น หันขวับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ดวงตาสุกใสเต็มไปด้วยความถือดีและพยศยิ่งกว่าเดิม
พิมพ์มาดาสะอึกไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็งชั่วพริบตา แต่ยังคงรักษามารยาทไว้ได้ "น้องพายนี่ฝีปากคมคายสมกับที่คุณคิมเคย... อุ๊ย!"
"พอได้แล้วพิมพ์" คิมหันต์ตัดบทเสียงกร้าว แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาพายเพื่อจะเอื้อมมือคว้าข้อมือบางไว้เหมือนเช่นเคย ทว่าพายกลับถอยหลังหลบอย่างทันท่วงที พร้อมกับส่งยิ้มห่างเหินที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ
"ถ้าท่านประธานกับ... แขกคนสำคัญ มีเรื่องต้องรำลึกความหลังกันตามประสาคนคุ้นเคย ผมขอตัวไปตรวจดูความเรียบร้อยทางฝั่งเวทีต่อนะครับ ไม่อยากอยู่ขัดจังหวะ 'ของเก่า' ของใครเข้า"
พูดจบร่างเพรียวก็หมุนตัวเดินผละออกไปทันทีด้วยท่าทีสง่างาม ไม่เปิดโอกาสให้คิมหันต์ได้อ้าปากแก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ
คิมหันต์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไปในฝูงชน ความร้อนรุ่มแล่นพล่านไปทั่วอก ดวงตาคมดุหันขวับกลับมามองอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาที่เยียบเย็นเสียจนพิมพ์มาดาต้องถอยหลังกรูด
"พิมพ์... คุณข้ามเส้นเกินไปแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันอย่างน่ากลัว
ทว่า... ก่อนที่คิมหันต์จะก้าวเท้าตามพายไป เสียงประกาศจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความไลน์จากเพื่อนสนิทตัวแสบอย่างมีนาราที่ส่งตรงเข้ามาหน้าจอ
*[มีนารา]: แก... แย่แล้วพาย! เมื่อกี้ฉันเห็นรุ่นพี่ธีรเดินตรงไปหาพายที่โซนจัดแสดงภาพร่างแล้วนะเว้ย! แถมท่าทางประכולประכรม เอาอกเอาใจแบบนั้น... ถ้าแกช้า ระวังจะเสียเมีย เอ้ย! เสียสถาปนิกคนโปรดให้หมาคาบไปกินนะเว้ยท่านประธาน!*
คิมหันต์อ่านข้อความนั้นจบ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ร่างสูงสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าวิ่งตามทิศทางที่พายเดินไปทันทีโดยไม่สนใจแม้แต่จะหันกลับมามองอดีตคู่หมั้นที่ยืนอ้าปากค้างอยู่เบื้องหลัง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะคะ
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 30
อดีตที่กลับมาหลอกหลอน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!