"ถ้ายังใช้สายตาแบบนั้นมองผมอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังลวนลามเจ้านายทางสายตา... คุณคิมหันต์"
น้ำเสียงของพายติดจะแหบพร่าเล็กน้อยในยามตื่นนอน ทว่าความคมกริบของวาจายังคงอยู่ครบถ้วน สวนทางกับหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามราวกับมีกลองเพลมาตีอยู่ในอก ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้าง ค้างเติ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนโซฟาตัวยาวในห้องทำงานส่วนตัวของท่านประธาน
คืนก่อน... เพราะงานออกแบบโปรเจกต์ใหญ่ที่เร่งด่วนจนลากยาวถึงตีสาม พายจึงเผลอฟุบหลับไปตรงนี้ และตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองไม่ได้นอนหนุนเบาะเปลު่าๆ แต่มีเสื้อสูทเนื้อดีของใครบางคนคลุมให้—แถมเจ้าของเสื้อยังนั่งยองๆ อยู่ข้างโซฟา ใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาซึมจากการหาวที่หางตาให้อย่างเบามือ นัยน์ตาสคมกริบคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสุขล้นปรี่ แบบที่ต่อให้พายอยากจะปั้นหน้ายักษ์ใส่แค่ไหน ก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง
"ลวนลามเหรอ?"
คิมหันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ ชายหนุ่มไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนย แต่กลับใช้ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวพนักพิงโซฟา กักตัวสถาปนิกหนุ่มไว้ในวงแขนอย่างจงใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟคั่วบดลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ทั่วท้อง "พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย คุณพาย... คนที่นั่งเผลอหลับน้ำลายยืดใส่สูทราคาหลักแสนของผม จนผมไม่กล้าขยับตัวไปไหนตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเนี่ย ใครกันแน่ที่ควรเป็นฝ่ายเรียกร้องค่าเสียหาย"
"ผมไม่ได้น้ำลายยืด!" พายเถียงทันควัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายปนความเขินที่พยายามซ่อนไว้สุดชีวิต มือเรียวปัดป้องอากาศตรงหน้าเป็นการแก้เก้อ "แล้วใครใช้ให้คุณถอดสูทมาคลุมให้ล่ะครับ... เอ๊ย! ให้คะ"
คำว่า 'ครับ' ที่เผลอหลุดปากออกไปตามความคุ้นชิน ทำเอาคิมหันต์หัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาสีเข้มฉายแววเอ็นดูระคนขบขันอย่างปิดไม่มิด
"ติดสำเนียงใครมาล่ะนั่น ถึงได้หลุดปากพูดคำผู้ชายอกสามศอกออกมาได้" คิมหันต์ลอยหน้าลอยตาแซق พลایشยื่นมือออกไปราวกับจะแตะหน้าผากคนตัวบาง "ตัวก็ไม่ร้อนนี่ ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น หรือว่า... เขินผม?"
"ไม่ได้เขิน!" พายปัดมืออีกฝ่ายออกฉับไว กระเถิบตัวหนีจนแผ่นหลังชิดพนักพิงอีกด้าน "คนอย่างพายไม่มีทางเขินคนปากร้ายอย่างคุณคิมหันต์เด็ดขาด เลิกมโนแล้วถอยไปเลยครับ—ค่ะ! ถอยไปสิ ผมจะไปล้างหน้า"
ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มไหววูบไปนิด ยามที่เห็นท่าทางตื่นตระหนกจนเกินเหตุของอีกฝ่าย แทนที่จะโกรธหรือรำคาญ คิมหันต์กลับรู้สึกว่าหัวใจที่เคยแห้งแล้งมาตลอดหลายปีของตนกำลังถูกรดด้วยน้ำทิพย์ทีละหยด ความใส่ใจที่เขาแสดงออกไปเมื่อครู่ แม้จะพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาท แต่มันก็จริงจังเสียจนเจ้าตัวยังตกใจ
สายตาที่คิมหันต์มองมาในวินาทีนั้น... มันลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายจะมองลูกน้อง และอบอุ่นเกินกว่าคนปากแข็งจะยอมรับ
"อ๊ะ! กาแฟ... กับแซนด์วิชทูน่า"
พายชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวหนี เมื่อกวาดสายตาไปเห็นโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีถ้วยกาแฟร้อนกรุ่นและกล่องอาหารเช้าจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ทั้งที่ปกติเวลานี้ เลขาฯ หน้าห้องยังไม่ทันได้เข้ามาทำงานด้วยซ้ำ
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ" คิมหันต์ยืดตัวเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกดูทรงเสน่ห์จนอันตรายต่อสายตา ชายหนุ่มเดินผ่านหน้าพายไปหยิบแก้วกาแฟส่งให้ "ไม่งั้นเดี๋ยวก็บ่นปวดหัวไมเกรนขึ้นมาอีก ผมไม่อยากมานั่งเช็ดน้ำตาให้คุณรอบสองหรอกนะ... บอกไว้ก่อน"
คำพูดขวานผ่าซากที่แฝงความห่วงใยแบบเนียนๆ นั้น ทำเอาพายเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนน่าประหลาด ปากที่เคยเก่งกาจและพร้อมจะต่อปากต่อคำกับเจ้านายเสมอ กลับถูกความหวานละมุนในบรรยากาศยามเช้าปิดตายชั่วขณะ
มือเรียวรับแก้วกาแฟอุ่นๆ มาถือไว้สัมผัสไอร้อนซ่านผ่านผิวปลายนิ้ว พายช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้า เม้มปากคล้ายจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็กลืนมันลงคอไป
"ขอบคุณ... ครับ" พายจงใจเน้นเสียงคำสุดท้ายด้วยความหมั่นไส้กลบเกลื่อนอาการใจสั่น "เอ๊ย ขอบคุณค่ะ... ท่านประธาน"
คิมหันต์หรี่ตามองรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่พยายามปั้นแต่งของคนปากแข็งแล้วได้แต่ส่ายหัวเบาๆ รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนมุมปากของประธานหนุ่มรูปหล่อในยามเช้านี้ มีอานุภาพทำลายล้างสูงเสียจนพายต้องรีบเบือนหน้าหนี ไปทางหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามรุ่งอรุณ
บรรยากาศเงียบงันแต่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกใหม่แผ่ซ่านอยู่รอบตัว ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง จนกระทั่ง...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานหรูก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของคนนอกที่ถือวิสาสะเข้ามา
"คุณคิมครับ... แย่แล้วล่ะครับท่าน พอดีทางโปรเจกต์รีสอร์ทที่ภูเก็ตโทรมาแจ้งด่วนว่า..."
เสียงทุ้มคุ้นหูของธีร—รุ่นพี่สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้เป็นเสี้ยนหนามหัวใจของคิมหันต์ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางห้องทำงาน แต่แล้วคำพูดทั้งหมดของธีรก็ต้องกลืนหายลงคอ เมื่อสายตาคมกริบของรุ่นพี่หนุ่มกวาดมาเจอภาพบาดตาบาดใจ...
ภาพของคิมหันต์ที่ยืนประชิดตัวพายอยู่ในระยะประชิด มือข้างหนึ่งยังวางอยู่บนพนักพิงโซฟาใกล้มือพาย และกลิ่นอายความสนิทสนมที่ฟุ้งกระจายอบอวลทั่วห้อง
นัยน์ตาคมของธีรหรี่แคบลง รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าหล่อเหลาแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววตาท้าทายที่ส่งตรงไปยังประธานบริษัทหนุ่มผู้ยืนตีหน้ายักษ์อยู่ตรงนั้น
ส่วนคิมหันต์... สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงทันทีที่เห็นว่าใครเป็นผู้บุกรุกช่วงเวลาความเป็นส่วนตัวนี้!
*ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความฟินและร่วมลุ้นไปกับความซึนของท่านประธานในตอนนี้นะคะ*
ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที•ตอนที่ 16
รุ่งอรุณแห่งความเปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!