ปลายมีดผ่าตัดเล่มเล็กในมือของรินรดาไม่ได้สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเสียงฝีเท้ากระวนกระวายของธันวาที่เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องปฏิบัติการบูรณะจะดังรบกวนสมาธิเธอนานนับชั่วโมงแล้วก็ตาม
กลิ่นฉุนเฉียวของตัวทำละลายและสารเคมีอบอวลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แสงไฟนีออนสีขาวนวลสาดส่องลงบนผืนผ้าใบเก่าคร่ำคร่าตรงหน้า—ภาพวาดสีน้ำมันชิ้นเอกที่เคยถูกซุกซ่อนไว้ใต้ความมืดมนของคดีความและหยาดน้ำตาในอดีต ภาพที่ธันวาจำต้องทำลายหลักฐานด้วยมือของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ภาพที่เคยพรากเอาลมหายใจของลูกน้อยในครรภ์และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปจากเธอจนหมดสิ้น
"ริน... คุณพอจะบอกผมได้ไหมว่าคุณกำลังหาอะไรอยู่ข้างในนั้น"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหวาดกลัวและสำนึกผิดดังลอดบานประตูไม้ทึบเข้ามา ธันวาในเวลานี้ไม่เหลือมาดนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาคนเดิมอีกแล้ว เขากลายเป็นเพียงผู้ชายพังWอนคนหนึ่งที่ถูกจองจำด้วยภาพหลอนและบาปกรรมที่ตัวเองก่อขึ้น ทว่า... ความน่าสมเพชของเขาไม่ได้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของรินรดานุ่มยวบลงเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้เธอกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างเลือดเย็น
"ฉันกำลังหาความจริงค่ะคุณธันวา" รินรดาเอ่ยตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม "ความจริงที่คุณพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ชั้นสีน้ำมันหนาเตอะไงคะ เผื่อว่าคุณจะหลงลืมไปแล้วว่ารอยนิ้วมือของฆาตกร... มันลบไม่ออกง่ายๆ หรอกนะคะ ต่อให้คุณจะพยายามละเลงสีทับมันมากแค่ไหนก็ตาม"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องมือแพทย์ขนาดเล็กที่กระทบกันเบาๆ รินรดาก้มตัวลงเพ่งพินิจชั้นสีล่างสุดผ่านเลนส์ขยายกำลังสูง ภาพวาดชิ้นนี้ถูกบูรณะทับซ้อนกันมาไม่ต่ำกว่าสามครั้ง แต่ด้วยเทคโนโลยีการสแกนเชิงลึกและฝีมืออันเหนือชั้นของเธอ ชั้นสีดั้งเดิมที่ถูกซ่อนเร้นจึงค่อยๆ ปรากฏร่องรอยออกมาทีละน้อย
และแล้ว... หัวใจของเธอก็ต้องกระตุกวูบเมื่อปลายมีดขูดลอกเอาชั้นเรซินเก่าแก่ออก เผยให้เห็นรอยประทับของนิ้วมือที่กดจมลงไปบนเนื้อผ้าใบในวินาทีที่สียังไม่แห้งสนิท รอยนิ้วมือนั้น... ชัดเจน ปรากฏเป็นหลักฐานมัดตัวที่ไม่ว่าใครก็ปฏิเสธไม่ได้
รินรดากลั้นหายใจ นัยน์ตาสั่นไหวด้วยความเคียดแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ก้นบึ้งมาเนิ่นนาน ภาพเหตุการณ์ในคืนนรกแตกวันนั้นผุดขึ้นมาในหัว ราวกับมีใครเอามีดกรีดซ้ำลงบนแผลเป็นที่เพิ่งตกสะเก็ด วันที่เธอกราบกรานขอร้องให้เขาช่วยชีวิตลูกในท้อง แต่วิสัยทัศน์ของความโลภและชื่อเสียงกลับทำให้เขาเลือกที่จะผลักไสเธอลงสู่นรกทั้งเป็น พร้อมกับคำพูดที่ว่า *“เด็กคนนี้ไม่มีวันได้เกิดมาเป็นตระกูลเดียวกับฉัน!”*
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นจนแทบจะเป็นการทุบ ธันวาคงทนรอความจริงไม่ไหวอีกต่อไป
"รินรดา! เปิดประตูให้ผมเถอะนะ ผมขอร้อง... ถ้าคุณอยากได้อะไร ผมยกให้คุณหมดทุกอย่าง หอศิลป์ทั้งหมด เงินทุกบาททุกสตางค์ หรือแม้แต่ชีวิตของผม... คุณก็เอาไปได้เลย ขอแค่คุณหยุดทรมานผมด้วยความเงียบแบบนี้เสียที!"
เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ เจือด้วยเสียงสะื้นไห้ที่ผู้ชายเย่อหยิ่งคนนั้นไม่มีทางแสดงให้ใครเห็นหากไม่ใช่เพราะความจนตรอก รินรดาวางมีดผ่าตัดลงบนถาดสแตนเลสอย่างใจเย็น เธอค่อยๆ ถอดถุงมือยางออกทีละข้าง
ทว่า ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นไปเปิดประตูเพื่อยื่นเอกสารผลตรวจ DNA และรอยนิ้วมือมัดตัวฆาตกรให้เขาได้ยลโฉมความพินาศของตัวเอง เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางเดินด้านหลัง—ฝีเท้าที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันของศิลา ทนายความผู้กุมความลับทั้งหมด
"ใจเย็นๆ สิครับคุณธันวา จะรีบตายไปไหนกันล่ะครับ" เสียงทุ้มของศิลาเอ่ยขึ้น พร้อมกับเสียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกสอดลอดใต้ช่องประตูเข้ามา "ก่อนที่คุณจะเข้าไปรับความพินาศจากอดีตภรรยาของคุณ... คุณควรจะดูเอกสารฉบับนี้เสียก่อนนะ"
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เธอย่างสามซุงไปที่ประตูแล้วก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความสงสัย ทันทีที่สายตาปะทะกับตัวอักษรบรรทัดแรกและรูปถ่ายใบเล็กๆ ที่แนบมาด้วย ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปถึงไขสันหลัง
มันไม่ใช่เอกสารผลตรวจรอยนิ้วมือในคดีฆาตกรรม... แต่มันคือใบรับรองแพทย์และผลการตรวจพันธุกรรม (DNA) ของเด็กชายวัยเจ็ดขวบคนหนึ่ง—เด็กผู้ชายที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากธันวาอย่างไร้ที่ติ และที่สำคัญที่สุด... เด็กคนนั้นคือสายเลือดแท้ๆ ที่เธอถูกหลอกมาตลอดเจ็ดปีว่า *'ตายไปพร้อมกับกองเลือดในคืนนั้นแล้ว'*
ธันวานิ่งงันไปเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของรินรดาผ่านกระจกใสบานเล็กที่ประตู ก่อนที่เขาจะก้มลงมองเอกสารในมือของเธอ และในวินาทีนั้นเอง ความจริงอันบิดเบี้ยวที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเรื่องฆาตกรรมก็กระชากวิญญาณของพวกเขาทั้งคู่ให้ดิ่งดิ่งลงสู่ห้วงเหวแห่งความพินาศอย่างไร้ทางหนี
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกแห่งการล้างแค้นและบาดแผลในจิตใจนี้ไปพร้อมกับดิฉันนะคะ
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 12
ร่องรอยสีน้ำมันเก่า
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!