กลิ่นอับชื้นของน้ำมันสนและผงสีโบราณที่สะสมมานานนับทศวรรษ ไม่เคยฉุนรุนแรงเท่ากับหยาดเหงื่อเย็นเฉียบที่ซึมอยู่ตามไรผมของธันวาในวินาทีนี้
ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของหอศิลป์กว้างใหญ่ หนักอึ้งเสียจนเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามรากับกลองเพลของตนเองดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้เบิกกว้างอย่างไร้สติ ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยเจ็ดขวบที่วิ่งผ่านประตูบานกระจกฝ้าออกไปเมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในเรตินา ราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเป็นที่เขาพยายามกลบฝังมาตลอดหลายปี
ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นเชิดรรั้น และโครงหน้ายามเมื่อเด็กคนนั้นเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย... มันคือพิมพ์เขียวเดียวกับกระจกเงาที่สะท้อนตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดายืนอยู่เบื้องหน้าผืนผ้าใบชิ้นเอกที่กำลังจะถูกทำลาย มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวสนิทกำลังถือเกรียงเหล็กปลายแหลมสำหรับขูดชั้นสี ใบหน้าของเธอเรียบเฉย เยือกเย็น และไร้ซึ่งร่องรอยของความตระหนกใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเธอกำลังทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์บางอย่าง มากกว่าการทำลายมูลค่าหลักล้านของศิลปะชิ้นโบแดง
“คุณ... เห็นเด็กคนนั้นแล้วใช่ไหมคะ, ธันวา”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวกับสายน้ำจากยอดเขาน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน รินรดายังคงไม่หันกลับมามองอดีตสามีที่กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลัง สายตาของเธอยังคงจดจ้องอยู่ที่ผืนผ้าใบเบื้องหน้า ที่ซึ่งร่องรอยการแตกร้าวของกาลเวลาเริ่มเผยความจริงอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทีละน้อย
ธันวาพยายามอ้าปากเปล่งเสียง แต่ลำคอกลับแห้งผาก ราวกับมีก้อนสะเก็ดไฟมาจุกอยู่ ร่างกายสูงใหญ่ที่เคยสง่างามทรุดฮวบลลงเล็กน้อย มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปยึดขอบโต๊ะทำงานไม้สักเพื่อพยุงน้ำหนักตัว สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องที่เคยเต็มไปด้วยความลับ—ความลับที่เขาคิดว่ามันถูกฝังกลบไว้อย่างมิดชิดใต้ชั้นสีน้ำมันหนาทึบของศิลปินชื่อดังผู้ล่วงลับ
“ริน... เด็กคนนั้น... แก... แกคือ...” ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความหวาดกลัวระคนสับสนระลอกใหญ่ ความจริงที่ถูกปิดบังไว้ด้วยความเย็นชาและการละเลยของเขาในอดีต กำลังย้อนกลับมาบีบคอเขาในรูปแบบของสายเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีอยู่
“ลูกชายของดิฉันเองค่ะ” รินรดาตอบเสียงเรียบ เธอหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขาช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่หยาดน้ำตาในวันที่เธอถูกขับไล่ออกจากคฤหาสน์หลังนี้ บัดนี้กลับมีเพียงประกายความสะใจและอำนาจเหนือกว่า “แปลกดีนะคะ... คนที่เราเคยคิดว่าเป็นแค่ ‘ภาระไร้ค่า’ และ ‘ตัวถ่วง’ ในชีวิต สมัยที่เรายังแต่งงานกัน คุณเคยบอกว่าเด็กคนนี้ หรือแม้กระทั่งตัวดิฉันเอง เป็นแค่เงาไร้ตัวตนที่น่ารำคาญ... แต่ดูตอนนี้สิคะ ธันวา เงาตัวนี้กำลังจะกลายเป็นผู้พิพากษาคดีชีวิตของคุณเองแล้ว”
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มยาวที่บรรจงปักลงกลางใจของอดีตสามีผู้สำนึกผิด ธันวารู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่โหดร้าย หัวใจของเขาบีบตัวจนเจ็บแปลบไปหมด ความสำนึกผิดที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดหลายปี กลายเป็นปีศาจร้ายที่ตื่นขึ้นมาแผดเผาเขาให้แหลقสลาย
ในอดีต—ช่วงเวลาที่เขายังหลงระเริงในอำนาจและชื่อเสียง รินรดาคือภรรยาที่ยอมก้มหัวให้ทุกอย่าง เธอตั้งครรภ์ในวันที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอนั้นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในฤดูหนาว เขากล่าวหาว่าเธอกุเรื่องเพื่อผูกมัดเขา ผลักไสเธอออกไปจากบ้านในคืนที่พายุโหมกระหน่ำ โดยไม่แยแสเลยว่าเธอกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ และปล่อยให้ทนายมือฉกาจอย่างศิลาจัดการบิดเบือนเอกสารทางกฎหมายเพื่อตัดขาดเธอออกไปจากตระกูลอย่างเลือดเย็น
แต่ศิลา... เพื่อนรักผู้กุมความลับและช่วยเหลือเขาในวันนั้น บัดนี้อยู่ที่ไหนกันล่ะ?
ความคิดนั้นทำให้ธันวาต้องหันขวับไปมองประตูห้องที่ปิดสนิท ศิลากำลังจะมาถึงที่นี่ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ทนายความผู้รู้เห็นทุกอย่าง... รวมถึงความลับที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นสีของภาพวาดชิ้นนี้
“คุณตั้งใจจะทำอะไรกันแน่, ริน...” ธันวาพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย ก้าวเท้าโซเซเข้าไปหาร่างเพรียวบางที่ยืนขวางผืนผ้าใบอยู่ “ภาพนี้... มันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถ้าเปิดเผยออกไป หอศิลป์นี้จะพังทลาย และตัวผม... ตัวผมจะต้องติดคุก!”
“เพิ่งรู้ตัวเหรอคะว่าตัวเองทำอะไรลงไป?” รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง แต่แววตากลับท้าทายอย่างยิ่ง เธอยกเกรียงเหล็กในมือขึ้นชี้ไปที่มุมล่างขวาของภาพวาด ซึ่งมีรอยขูดขีดจนเนื้อผ้าใบลุดลอก เผยให้เห็นลายเส้นสเก็ตช์ดินสอที่ถูกทับถมด้วยสีน้ำมันหนาเตอะ “คุณกับศิลาคิดว่าการฆาตกรรมศิลปินเจ้าของผลงานตัวจริง แล้วฮุบลิขสิทธิ์พร้อมกับผลงานทั้งหมดมาเป็นของตัวเอง จะไม่มีใครล่วงรู้เลยสินะคะ? น่าสมเพชเสียจริง... ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่คุณเชิดชูเกียรติในฐานะอัจฉริยะ แท้จริงแล้วถูกพวกคุณผลักตกจากระเบียงสตูดิโอในคืนที่ฝนตกหนัก เพียงเพราะเขาปฏิเสธที่จะขายลิขสิทธิ์ภาพชุดนี้ให้คุณในราคาเศษเงิน!”
เสียงของรินรดาก้องกังวานในความเงียบ ธันวายกมือขึ้นปิดหู ส่ายหัวปฏิเสธพัลวัน ความทรงจำสีเลือดในคืนนั้นผุดขึ้นมาหลอนประสาทอีกครั้ง ภาพร่างไร้ลมหายใจของจิตรกรหนุ่มที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นคอนกรีตเบื้องล่าง เสียงร้องขอชีวิตที่ถูกกลบด้วยเสียงสายฝน และรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของศิลาในวินาทีที่ช่วยกันอำพรางคดี
“หยุดนะ! อย่าพูด...” ธันวาคำรามในลำคอด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาลืมตัวพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าแขนของอดีตภรรยาเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เธอทำลายชั้นสีนั้นลงไปมากกว่านี้
แต่รินรดารวดเร็วกว่า เธอใช้เกรียงเหล็กกรีดลงไปบนผืนผ้าใบอย่างแรง เสียงเนื้อผ้าฉีกขาดดัง “แคว่ก!” ประสานกับเสียงกรีดร้องในใจของธันวา ชั้นสีน้ำมันราคาแพงร่วงกราวลงราวกับสะเก็ดหิมะสีเลือด และในวินาทีที่สีชั้นสุดท้ายถูกขูดออกจนหมดสิ้น...
แสงไฟจากหลอดไฟนีออนส่องกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าใบมานานนับทศวรรษ!
มันไม่ใช่แค่รอยสเก็ตช์ดินสอ... แต่มันคือบัตรประชาชนที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังของจิตรกรผู้เคราะห์ร้าย พร้อมกับกระดาษบันทึกข้อความลายมือสั่นเครือที่เขียนด้วยเลือดของเหยื่อ ระบุชื่อฆาตกรตัวจริงอย่างชัดเจน—ลายมือของธันวาและศิลาที่เซ็นร่วมกันในสัญญาโอนกรรมสิทธิ์เลือด!
ธันวานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกขีดสุด ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พนักพิงเก้าอี้ไม้สักล้มคว่ำลงเสียงดังโครم
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูก็จับจังหวะดังขึ้นสามครั้งอย่างเยือกเย็น—ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
และก่อนที่รินรดาจะทันได้หันไปมอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงของชายในชุดสูทสีเข้มเดินก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มสุภาพ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นตานั้นกลับเต็มไปด้วยความอำมหิตที่คุ้นเคย
“อ้าว... ดูเหมือนผมจะพลาดชมฉากสำคัญไปสินะครับ, รินรดา” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมกับดึงกุญแจมือคู่หนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น “คุณนี่... ขยันขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆ เสียจริงนะ... ระวังตัวหน่อยสิครับ เพราะบางที... ศพต่อไปใต้ผืนผ้าใบนี้ อาจจะไม่ใช่จิตรกรหนุ่มคนนั้น... แต่อาจจะเป็นคุณกับลูกชายตัวน้อยของคุณเองก็ได้”
—————————————————————————
**ขอบคุณที่ร่วมดำดิ่งสู่ห้วงมืดมิดของจิตใจมนุษย์ไปกับ “กระจกเงาต้องสาป” แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ**
ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด•ตอนที่ 28
ความลับที่อยู่ใต้ชั้นสี
ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!